บทที่ 3 เงินแลกศักดิ์ศรี
"คุณยังต้องรับหน้าที่เลขาฯ เตรียมงานทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบเหมือนเดิม ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวของเราไปกระทบกับงานเด็ดขาด"
"ค่ะ ดาวจะทำหน้าที่เลขาฯ ของบอสอย่างสุดความสามารถ งานหมั้นของคุณลลิตาจะออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด"
เธอกัดฟันตอบ ความรู้สึกแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่มันก็ยากที่จะยอมรับว่าเธอต้องเป็นคนจัดเตรียมงานแต่งงานให้ผู้ชายที่เธอเพิ่งขายศักดิ์ศรีให้
"กฎข้อสุดท้าย..." เข็มทิศวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า เสียงกระแทกเบาๆ ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้น
"ห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ให้ใครรู้เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท คนในครอบครัว หรือใครก็ตามในบริษัท"
"ดาวรับรองค่ะ ว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้จากปากของดาวแน่นอน"
"ถ้ามีข่าวหลุดออกไปแม้แต่นิดเดียว หรือมีใครระแคะระคายเรื่องของเรา" นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ขึ้น
"สัญญาถือเป็นอันสิ้นสุด คุณจะต้องเก็บข้าวของออกไปจากที่นี่ทันที และต้องชดใช้เงินห้าล้านพร้อมดอกเบี้ยคืนผมทุกบาททุกสตางค์"
"ดาวไม่มีวันยอมให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพนั้นหรอกค่ะ ความลับนี้จะตายไปพร้อมกับดาว"
เข็มทิศหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้า ท่าทีเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวของอิงดาวทำให้เขารู้สึกพอใจ เธอไม่ฟูมฟาย ไม่เรียกร้อง และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการจากผู้หญิงที่ถูกซื้อมาเป็น 'ของตาย' ในอาณาจักรส่วนตัวของเขา
อิงดาวสบตากับชายหนุ่มอย่างไม่ลดละ แม้ในใจจะร้าวรานเพียงใดก็ตาม เธอท่องจำกฎทั้งสามข้อไว้จนขึ้นใจ ห้ามรัก ห้ามก้าวก่าย และห้ามเปิดเผย เธอรู้ตัวดีว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป
เธอเป็นเพียงหมากรุกตัวเล็กๆ บนกระดานธุรกิจของเขา เป็นเพียงตุ๊กตาที่ไร้หัวใจซึ่งมีหน้าที่ทำตามคำสั่งเท่านั้น
"ถ้าคุณจำกฎทุกข้อได้ชัดเจนแล้ว ก็ดี" เข็มทิศสรุปบทสนทนา
"ห้องนอนอยู่ทางขวามือ จัดของซะ แล้วออกมาเตรียมน้ำอุ่นให้ผม"
อิงดาวพยักหน้ารับคำ และตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
"ดาวเข้าใจและจะจำกฎทุกข้อให้ขึ้นใจค่ะคุณเข็มทิศ"
…
กลิ่นยาฆ่าเชื้อลอยแตะจมูกทันทีที่อิงดาวก้าวเข้ามาในห้องพักฟื้นผู้ป่วยระดับวีไอพี ร่างบอบบางของหญิงวัยกลางคนนอนอยู่บนเตียงกว้าง
แม้ใบหน้าจะยังมีร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการรักษา แต่สีหน้าโดยรวมดูสดใสขึ้นกว่าหลายวันที่ต้องนอนเบียดในห้องผู้ป่วยรวม
"แม่คะ เป็นยังไงบ้าง" อิงดาวเดินเข้าไปจับมือผู้เป็นแม่เบาๆ
"แม่ดีขึ้นมากเลยลูก" หญิงวัยกลางคนระบายยิ้มบาง
"แต่ห้องนี้มันหรูเกินไปหรือเปล่าดาว ลูกเอาเงินที่ไหนมาจ่าย แถมพยาบาลยังบอกว่าเคลียร์ค่าผ่าตัดหมดแล้ว"
"ดาวมีข่าวดีจะบอกค่ะ" เธอบีบมือมารดา พยายามปั้นรอยยิ้มให้ดูเป็นปกติที่สุด
"บอสเห็นผลงานของดาว เลยเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวค่ะ แถมยังให้เบิกเงินเดือนล่วงหน้ามาจัดการค่ารักษาของแม่ด้วย"
"จริงเหรอลูก" คนเป็นแม่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"เจ้านายลูกเขาเมตตาเราขนาดนี้เลยเหรอ"
"ค่ะ เขาใจดีมาก..." หญิงสาวลอบกลืนก้อนขมปร่าลงคอ
"แต่ว่า...แลกกับการเลื่อนตำแหน่ง ดาวอาจจะต้องทำงานหนักขึ้น แล้วก็ต้องสแตนด์บายช่วยงานเขานอกเวลาด้วย"
"โธ่ดาว แม่เป็นภาระให้ลูกต้องลำบากอีกแล้วใช่ไหม"
"ไม่ลำบากเลยค่ะ ขอแค่แม่หายป่วยก็พอ" เธอส่ายหน้าช้าๆ
"อ้อ...บอสให้ดาวร่นระยะเวลาเดินทางด้วยนะคะ เลยจัดเตรียมคอนโดใกล้ๆ บริษัทให้อยู่ ดาวอาจจะต้องย้ายไปอยู่ที่นั่นสักพัก"
"อ้าว แล้วบ้านเราล่ะลูก ลูกจะทิ้งบ้านไปเหรอ"
"ดาวจะแวะไปดูแลช่วงวันหยุดค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงนะ ช่วงที่แม่อยู่โรงพยาบาลจะมีพยาบาลพิเศษคอยดูแลตลอดเวลา ถ้าดาวว่างดาวจะรีบมาหาแม่ทันที"
"ไปทำงานเถอะลูก ไม่ต้องห่วงแม่หรอก" มือเหี่ยวย่นลูบผมลูกสาวเบาๆ
"ตั้งใจทำงานให้สมกับที่เจ้านายเขาเมตตาเรานะลูก"
"ค่ะแม่ ดาวรักแม่นะคะ"
เธอสวมกอดมารดาก่อนจะรีบผละออกมา เพราะกลัวว่าน้ำตาที่รื้นขึ้นมาจะหยดลงให้แม่เห็น
…
ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน บรรยากาศในห้องทำงานประธานกรรมการบริหารเงียบสงัด
เข็มทิศกำลังเซ็นแฟ้มเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองตอนที่อิงดาวเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะ
"ดาวจัดการเรื่องที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วค่ะ" เธอรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"หมอเจ้าของไข้ว่ายังไงบ้าง" เขาถามโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรบนกระดาษ
"อาการทรงตัวแล้วค่ะ รอประเมินหลังผ่าตัดอีกครั้ง ทีมแพทย์ที่คุณส่งไปดูแลดีมาก...ขอบคุณบอสมากนะคะ"
"ผมบอกให้คุณเปลี่ยนสรรพนามเวลาอยู่กันสองคน ลืมกฎไปแล้วหรือไงอิงดาว"
ปากกาหมึกซึมในมือหนาชะงักลง เข็มทิศเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววดุดัน
"ขอโทษค่ะ...คุณเข็มทิศ"
"ความจำคุณสั้นลงนะ ตั้งแต่รับเงินไป" เขาวางปากกาลงบนโต๊ะ
"จำเอาไว้ว่าผมไม่ชอบคนพูดไม่รู้เรื่อง"
"ดาวจะระวังให้มากกว่านี้ค่ะ จะไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอีก"
"เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วใช่ไหม"
