บทที่ 8 คืนแรกภายใต้เงื่อนไขสัญญา
เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้นในเวลาเกือบห้าทุ่มตรง อิงดาวละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะกระจก เธอรีบลุกขึ้นยืนจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของเข็มทิศก้าวเข้ามาด้านใน กลิ่นวิสกี้ชั้นดีผสมกับโคโลญจน์ประจำตัวของเขาลอยปะทะจมูกทันทีที่เขาเดินเข้ามาใกล้
"ดื่มมาเยอะเหรอคะ" เธอถามพลางเอื้อมมือไปรับเสื้อสูทที่เขาเพิ่งถอดพาดไว้บนท่อนแขน
"นิดหน่อย พวกลูกค้าอยากฉลองที่ปิดดีลควบรวมกิจการได้" เข็มทิศตอบเสียงทุ้ม นัยน์ตาสีรัตติกาลจดจ้องมองใบหน้าเนียนใสของเธอไม่วางตา
"วันนี้คุณทำงานได้ดีมาก ทั้งเรื่องในห้องประชุม แล้วก็เรื่องที่จัดการคิวพรุ่งนี้ให้ผม"
"มันเป็นหน้าที่ของดาวอยู่แล้วค่ะ" เธอตอบเสียงเรียบ พับสูทอย่างระมัดระวัง พยายามหลบสายตาที่เริ่มทอประกายบางอย่างของเจ้านายหนุ่ม
"ผมชอบคนเก่ง" เขาขยับก้าวเข้าประชิดตัว จนแผ่นหลังบางของเธอถอยไปชนกับขอบโซฟาหนังสีดำสนิท
"และผมคิดว่าคนเก่งสมควรได้รับรางวัล"
"รางวัลอะไรคะ ดาวแค่รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย..."
"อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง อิงดาว" เขาขัดขึ้นมาเบาๆ มือหนายกขึ้นปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกสองเม็ด
"สัญญาของเราไม่ได้จบแค่หน้าประตูออฟฟิศ คุณรู้ดีว่าหน้าที่หลังเลิกงานของคุณคืออะไร"
"ดาวทราบค่ะ" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"งั้นก็เลิกทำตัวเป็นเลขาฯ ได้แล้ว"
สิ้นคำพูดนั้น มือหนาก็เชยคางมนขึ้นมารับจุมพิตที่รวดเร็วและดุดัน ริมฝีปากหยักลึกบดคลึงลงมาอย่างหนักหน่วงและเอาแต่ใจ อิงดาวเบิกตากว้าง สองมือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ แต่เข็มทิศกลับรวบข้อมือเธอไว้ด้วยมือเดียว เขาออกแรงดันเพียงนิดเดียว ร่างบางก็หงายหลังล้มลงไปบนโซฟาตัวยาวโดยมีร่างกำยำตามมาทาบทับกักขังไว้ทุกทิศทาง
"คุณเข็มทิศ..." เธอหอบหายใจเมื่อเขายอมถอนริมฝีปากออกชั่วคราว
"ผมให้เวลาคุณทำใจมาทั้งวันแล้ว" เสียงแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก
"ตอนนี้ถึงเวลาที่ผมจะทวงสิทธิ์ของผมเสียที"
อิงดาวเม้มปากแน่น หลับตาลงช้าๆ อย่างยอมจำนน เธอพร่ำบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเธอคือของตาย คือผู้หญิงในความลับที่เขาใช้เงินซื้อมา หญิงสาวคลายมือที่กำแน่นออก วางทาบไว้บนไหล่กว้างอย่างเก้ๆ กังๆ ยอมปล่อยให้เขาทาบทับลงมาอีกครั้ง
เข็มทิศเริ่มจูบเธออีกรอบ คราวนี้เขาสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดชิมความหวานอย่างตะกรุมตะกราม เรียกร้องและตักตวงอย่างเอาแต่ใจ มือข้างที่ว่างเลื่อนลงมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวบางของเธอออกอย่างชำนาญ ผิวเนื้อเย็นเฉียบของเธอสัมผัสกับฝ่ามือร้อนผ่าว ร่างกายของหญิงสาวสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ แม้เธอจะพยายามนอนนิ่งๆ ไม่ขัดขืนเหมือนเมื่อคืน แต่ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและจังหวะการหายใจที่ติดขัดก็ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังหวาดกลัว
ชายหนุ่มชะงักฝ่ามือที่กำลังลูบไล้หน้าท้องแบนราบ เขาผละใบหน้าขึ้นมามองคนที่กำลังหลับตาปี๋ น้ำตาหยดเล็กๆ ซึมเกาะที่หางตาของเธอ ร่างกายของเธอสั่นเทาราวกับลูกนกที่กำลังเผชิญหน้ากับพายุใหญ่
เข็มทิศขบกรามแน่น ความหงุดหงิดที่หมายจะระบายความเอาแต่ใจใส่คนใต้ร่างพลันชะงักงัน เมื่อสัญชาตญาณเบื้องลึกร้องเตือน... เขาไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้ต้องแตกสลายคามือตั้งแต่คืนแรก
"ลืมตาขึ้นอิงดาว" เขาเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด
ดวงตากลมโตค่อยๆ ปรือขึ้นมองเขาด้วยความระแวดระวัง
"ผมไม่ได้จะฆ่าคุณ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น" ปลายนิ้วโป้งของเขาเกลี่ยเช็ดหยาดน้ำตาที่หางตาให้เธออย่างแผ่วเบา
"ปล่อยความรู้สึกไปตามธรรมชาติก็พอ"
ริมฝีปากของเขาประทับลงมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันนุ่มนวลและอ้อยอิ่งกว่าเดิม เข็มทิศค่อยๆ ละเลียดชิมความหวานอย่างใจเย็น มือหนาที่เคยจับอย่างจาบจ้วงเปลี่ยนเป็นลูบไล้เรือนกายบางอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่เปลี่ยนไปทำให้อิงดาวรู้สึกแปลกใจ ความหวาดกลัวที่เกาะกุมจิตใจเริ่มคลายตัวลงช้าๆ เสียงครางแผ่วเบาหลุดลอดออกมาจากลำคอเมื่อเขาเลื่อนริมฝีปากไปขบเม้มที่ติ่งหู
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นว่าเรือนร่างใต้ร่างเริ่มคล้อยตามและตอบสนองสัมผัสของเขา เขาผละออกจากโซฟาเพียงเล็กน้อย แขนแกร่งสอดเข้าใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังบาง ช้อนตัวอิงดาวขึ้นจากโซฟาแล้วพูดด้วยเสียงพร่ามัวว่า
"ไปต่อที่เตียง"
...
ร่างสูงใหญ่ของเข็มทิศทาบทับลงมากักขังเธอไว้ใต้ร่าง สายตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตระหนก
"นอนลง อย่าเกร็ง" เขากระซิบชิดริมฝีปาก
"ดาว... ดาวกลัวค่ะ" เธอตอบเสียงสั่น พยายามเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสร้อนผ่าวที่เริ่มซุกไซ้ซอกคอ
"เลิกกลัวได้แล้ว ผมไม่ได้จ่ายเงินตั้งมากมายเพื่อมานอนกอดท่อนไม้หรอกนะ"
"แต่ดาวทำตัวไม่ถูกจริงๆ"
"แค่กอดคอผมไว้..." มือหนาลูบไล้เรือนผมของเธอ
"ปล่อยตัวตามสบาย เดี๋ยวก็ชิน"
อิงดาวค่อยๆ ยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ร่างกายของเธอสั่นสะท้านเมื่อฝ่ามือใหญ่เริ่มลากไล้และปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นที่เหลือ ผิวเนื้อเย็นเฉียบสัมผัสกับไออุ่นจากตัวเขา แม้ชายหนุ่มจะไม่ได้รุนแรงเหมือนตอนอยู่บนโซฟา แต่ความหวาดกลัวก็ยังคงฝังอยู่ในใจของหญิงสาวอยู่ดี
