บทที่ 9 คืนที่เร่าร้อนและอ่อนโยน (NC)
เมื่อเขาขยับกายเข้าหา ความเจ็บปวดแปลบแล่นปราดขึ้นมาจนหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว มือเล็กจิกขยุ้มลงบนผ้าปูที่นอนจนยับย่น หยาดน้ำตาใสกลิ้งหล่นจากหางตาอย่างห้ามไม่อยู่
"อ๊ะ... คุณเข็มทิศ... ดาวเจ็บ! หยุดก่อนนะคะ..." เธอร้องเสียงหลง สองมือบางดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้สุดแรง
เข็มทิศชะงักงัน ร่างกายกำยำหยุดการเคลื่อนไหวแทบจะในทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงต้านทานที่บอกชัดเจนถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่องที่เขาเพิ่งล่วงล้ำ
นัยน์ตาสีรัตติกาลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย กวาดมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
"นี่คุณ... ไม่เคย...?"
"ค่ะ..." เธอหลบสายตา กัดริมฝีปากล่างแน่นจนห้อเลือดเพื่อข่มความอับอาย
"คุณเป็นคนแรก"
ความหงุดหงิดจากการถูกขัดใจในตอนแรกมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง ความรู้สึกหวงแหนและพึงพอใจก่อตัวขึ้นมาเงียบๆ ในอกของผู้เป็นเจ้านาย ผู้หญิงที่เขาคิดว่าเป็นแค่ของตายที่ใช้เงินซื้อมา กลับมอบสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดให้เขาเป็นคนแรก ความคิดที่จะกอบโกยความสุขอย่างเอาแต่ใจป่าเถื่อนพลันหยุดชะงัก
"ทำไมไม่บอกผมก่อน" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
"ดาว... ดาวทำตัวไม่ถูกค่ะ"
"ทนหน่อยนะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น... ผมสัญญา"
ริมฝีปากอุ่นร้อนพรมจูบไปทั่วพวงแก้มและหน้าผากเนียนเพื่อซับหยาดน้ำตา ฝ่ามือใหญ่สอดประสานเข้ากับมือเล็กที่กำลังจิกเกร็ง บีบกระชับเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและปลอบประโลม
"อย่าเกร็งสิอิงดาว หายใจเข้าลึกๆ" เขากระซิบชิดใบหู
"แต่มันเจ็บนี่คะ..."
จังหวะการขยับเขยื้อนของเขาเปลี่ยนเป็นเชื่องช้าและระมัดระวัง สัมผัสที่เคยคิดว่าจะรุนแรงตามข้อตกลง กลับกลายเป็นการประคับประคองและทะนุถนอม อิงดาวหลับตาพริ้ม สับสนกับความอ่อนโยนที่ได้รับ ร่างกายเริ่มตอบรับสัมผัสของเขาอย่างไม่รู้ตัว ความเจ็บปวดค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรุ่มร้อนที่ทำให้เธอสั่นไหวไปทั้งร่าง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนพายุอารมณ์สงบลง เข็มทิศทิ้งตัวลงนอนเคียงข้าง แขนแกร่งรวบเอวบางเข้ามากอดไว้หลวมๆ
"เจ็บระบมตรงไหนไหม" เขากระซิบถามท่ามกลางความเงียบ
"นิดหน่อยค่ะ แต่ทนได้"
"พรุ่งนี้คุณลางานได้นะ ผมอนุญาต"
"ไม่ได้ค่ะ พรุ่งนี้คุณมีนัดคุยเรื่องงานหมั้นกับคุณลลิตา ดาวต้องไปจัดการ" เธอกัดฟันตอบ ความรู้สึกข้างในปวดหนึบเมื่อต้องเอ่ยชื่อของผู้หญิงอีกคน
"ช่างเรื่องงานหมั้นก่อนเถอะ ร่างกายคุณเพิ่งผ่านเรื่องแบบนี้มา พักสักวันจะเป็นไรไป"
"ดาวแยกแยะได้ค่ะ หน้าที่ก็คือหน้าที่"
"ดื้อจริงๆ" เขาถอนหายใจ ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่เอาไว้
"ตามใจคุณแล้วกัน นอนซะ"
ลมหายใจของชายหนุ่มเริ่มเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ อิงดาวนอนลืมตาโพลงในความมืดมิด เธอค่อยๆ ขยับตัวพลิกตะแคงไปอีกฝั่ง สายตาจดจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังหลับใหล สัมผัสอ่อนโยนเมื่อครู่ยังคงตราตรึงอยู่ในความรู้สึก มันทำให้กำแพงในใจของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรง แต่เมื่อนึกถึงคำว่างานหมั้นและสถานะคนในความลับ หญิงสาวก็สูดลมหายใจเข้าลึก เตือนสติตัวเองในใจอย่างเด็ดขาดว่า...
ห้ามรักเขาเด็ดขาด
...
เวลาล่วงเลยจนถึงรุ่งเช้า...
แสงสีทองอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนกว้าง อิงดาวยังคงไม่ได้หลับเลยแม้แต่งีบเดียว ความปวดร้าวทางร่างกายยังคงชัดเจน แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือหัวใจที่ถูกความเป็นจริงตอกย้ำ หญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้คนข้างกายตื่น ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจนต้องสูดปากเบาๆ เธอหยิบเสื้อผ้าชุดเดิมที่หล่นเกลื่อนพื้นขึ้นมาสวมใส่ กลับคืนสู่สถานะเลขานุการส่วนตัวที่ต้องจัดการทุกอย่างให้เจ้านาย แม้กระทั่งงานหมั้นของเขาเอง
อิงดาวเดินออกมาที่โต๊ะทำงานหน้าห้องนั่งเล่น เปิดแล็ปท็อปขึ้นมาเพื่อเช็กอีเมล ไฟหน้าจอสว่างวาบกระทบใบหน้าซีดเซียว เธอพยายามเพ่งสมาธิไปที่แบบสแตนดี้ดอกไม้และรายละเอียดของซุ้มถ่ายรูปที่จะใช้ในงานหมั้นของเขา
ประมาณแปดโมงเช้า เสียงประตูห้องนอนเปิดออก เข็มทิศในชุดคลุมอาบน้ำเดินนวดขมับออกมา ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างบางนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าจอแล็ปท็อป แทนที่จะนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงตามที่เขาอนุญาต
"ทำไมตื่นเช้าขนาดนี้" เขาถามด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดๆ เดินเข้ามาท้าวแขนลงบนพนักเก้าอี้ของเธอ
"ผมบอกแล้วไงว่าวันนี้ให้พัก ร่างกายคุณยังไม่พร้อมมานั่งทำงานหรอกนะอิงดาว"
"ดาวทานยาแก้ปวดไปแล้วค่ะ ไม่เป็นอะไรมาก" เธอตอบโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ
"งานหมั้นของคุณเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ ดาวจะทิ้งงานไปเฉยๆ ได้ยังไงคะ ถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา คุณลลิตาจะไม่พอใจเอาได้"
ความห่างเหินและคำว่า 'คุณลลิตา' ที่หลุดออกจากปากของคนที่เขาเพิ่งนอนกอดมาทั้งคืน ทำให้เข็มทิศรู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาด ความไร้เยื่อใยของเธอทำให้เขาหงุดหงิดจนอยากจะเอื้อมมือไปพับหน้าจอแล็ปท็อปนั่นทิ้ง แต่เสียงเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนของเธอก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
หน้าจอแสดงชื่อ 'พี่ปิติ โรงแรม'
อิงดาวสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นมืออาชีพที่สุดราวกับสวิตช์ที่ถูกกดเปลี่ยนโหมด เธอกดรับสายโดยไม่สนใจสายตาคมกริบที่จ้องมองมา
"ฮัลโหลค่ะพี่ปิติ... ใช่ค่ะ ดาวส่งแบบสแตนดี้ดอกไม้งานหมั้นให้ดูแล้ว รบกวนเช็กอีเมลด้วยนะคะ ถ้ามีตรงไหนต้องแก้..."
ปัง!
เสียงแก้วกาแฟเซรามิกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรงจนน้ำสีเข้มกระฉอกเปื้อนพรม อิงดาวชะงักปลายสายทันที หันไปมองร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา เข็มทิศกำลังจ้องเธอด้วยสายตาขุ่นมัว คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
"เป็นอะไรคะ" เธอเอามือป้องไมโครโฟนโทรศัพท์แล้วกระซิบถาม
"วางสายซะ" เสียงทุ้มสั่งห้วนจัด
"แต่ดาวคุยเรื่องงานหมั้นของคุณอยู่นะคะ..."
