บทที่ 1 ค่าตัว
ตอนที่ 1 ค่าตัว
“ไอ้เชี่ยปริ้นต์ คืนนี้มีคนติดต่อมา ให้ราคาสามหมื่นรับหรือเปล่า”
“ใคร?”
“คุณพล เจ้าของช็อปขายน้ำหอมที่เคยส่งน้ำหอมมาให้มึงเมื่อครั้งก่อน”
“ไม่รับ”
“ทำไมอ่ะ สามหมื่นเชียวนะเว้ย”
“เล็ก...แถมไม่อึดกูไม่เอา”
ครับ...ไม่ต้องอธิบายทุกคนก็คงพอรู้ว่าผมมีอาชีพอะไร ถ้ารังเกียจคนอย่างผมสามารถปล่อยผ่านไปได้นะครับ ผมไม่แคร์หรอกเพราะเข้าใจดี ว่าบางคนก็คงไม่ชอบใจที่ผมใช้ร่างกายตัวเองในการหาเงิน แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ก็ผมมีอยู่แค่นี้....
“เชี่ย...มึงไปเห็นของเขาตอนไหนว่าเล็ก” ไอ้บอสเพื่อนสนิทและเป็นคนจัดคิวลูกค้าให้ผมถามขึ้นมาเมื่อผมพูดถึงขนาดท่อนเนื้อของคนที่เสนอเงินซื้อตัวผมในคืนนี้
“ก็มึงไง คราวก่อนมึงยังมานั่งบ่นให้กูฟังว่าเล็กเท่าไม้จิ้มฟัน จิ้มสามทีน้ำก็แตกแล้วกูจำได้นะ แต่ถึงจะอันใหญ่เท่าแขนคนนี้กูก็ไม่เอาหรอกผัวเก่ามึงนี่กูไม่ทับที่เพื่อนเว้ย” ผมหัวเราะแล้วไถนิ้วไปบนหน้าจอโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของตัวเองเพื่อเลือกหาซื้อเสื้อผ้าผ่านการช้อปปิ้งแบบออนไลน์
“เออก็จริง...คราวก่อนกูยังไม่ทันเสียวแม่งเสร็จแล้ว มึงนี่ก็เลือกมากฉิบหาย ถ้าอย่างนั้นก็...มิสเตอร์ล็อฟอ่ะ ของนอกนะมึงน่าจะใหญ่อยู่แหละ มึงน่าจะชอบเอามั้ย” ไอ้บอสอ่านรายชื่อลูกค้าคนถัดไปให้ผมฟังต่อ
“คนนี้ไม่เอา”
“ส้นตีน แล้วมึงจะเอาใคร นี่กูเปิดรายชื่อลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาหมดแล้วนะ ลูกค้าเดิมขอซ้ำมึงก็ไม่เอา ราคาต่ำกว่าสามหมื่นมึงก็ไม่เอาอีก อ้วนก็ไม่เอา ดำก็ไม่เอา เล็กก็ไม่เอากระดอทองคำจริงนะมึงเนี่ย” ไอ้บอสด่าผมเป็นชุด
แน่ล่ะมันเป็นกรอบและกฎที่ผมตั้งขึ้นมาเอง สำหรับการรับงานในแต่ละครั้งผมจะให้ลูกค้าได้แค่คนละคืนเท่านั้นพอรุ่งเช้าตื่นมาทุกอย่างก็เป็นอันจบ แม้จะถูกรบเร้าขอเอาซ้ำผมก็ไม่รับ ต่อให้เสนอราคามากกว่าเดิมอีกสักกี่เท่าผมก็จะไม่กลับไปกินของเก่าเด็ดขาด
“ใครอยากได้กูก็ต้องลงทุนหน่อย อยากกินของอร่อยมันก็ต้องยอมจ่ายดิวะ”
ผมกระดิกปลายนิ้วโยนเสื้อผ้าที่ตัวเองอยากได้ใส่ลงไปในตะกร้าแล้วกดชำระเงินโดยไม่ผ่านการกลั่นกรองว่ายอดเงินที่ต้องจ่ายนั้นเท่าไหร่ เพราะเงินของผมมันหามาได้ง่ายๆ แค่นอนหันหน้า หันหลังให้ผู้ชายแค่ไม่กี่ชั่วโมงผมก็ได้เงินแล้ว
“เฮ้ยมึงอิเจ๊ ส่งแชทมาว่ะ...” ไอ้บอสร้องขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นตกใจ เพราะถ้าลง “อิเจ๊” ทักมาแบบนี้แสดงว่ามีลูกค้าวีไอพีมาให้พวกเราสูบเงินอีกแน่ๆ
“ว่าไงบ้างวะ?” ผมลดโทรศัพท์ในมือลงแล้วหันไปมองหน้าไอ้บอสเพื่อนสนิททันที
“หาคนรับ อึด ถึก ทน ห้าหมื่นคืนนี้”
“ห้าหมื่นเชียวเหรอวะ...ทำไมเยอะจัง” ผมขมวดคิ้วถามมันด้วยความสงสัย เพราะตามปกติราคาค่าตัวของผมกับไอ้บอสจะอยู่ที่หมื่นต้นๆ นอกเสียจากเป็นลูกค้าที่ต้องการบริการพิเศษประเภทนั่งดริ๊ง บีบนวด หรือทั้งรับ ทั้งรุกในคราวเดียวค่าตัวจึงจะเพิ่มเป็นสองหมื่นถึงสามหมื่นบาทต่อคืน ยังไม่เคยมีใครยอมจ่ายหนักขนาดนี้มาก่อนเลย
“มึงเอามั้ยถ้ามึงไม่เอากูเอานะ ช่วงนี้กูร้อนเงิน” ไอ้บอสทำเสียงงกเงินขึ้นมาทันที
“มึงจะไม่ถามอิเจ๊กลับไปหน่อยหรือไง ว่าไอ้ลูกค้าคนเนี่ยมันเป็นใคร ไม่ใช่ไปแล้วโดนเอาจนแหกกลับมานะมึง”
“ลูกค้าวีไอพีอิเจ๊ ไม่ซาดิสต์ขนาดนั้นมั้งมึง”
“ไว้ใจได้หรือไง ถ้ามันธรรมดาอิเจ๊มันจะติดต่อเราสองคนหรือไง แล้วมึงดู หาคนรับ อึด ถึก ทน มันให้มึงไปเอากับควายป่าที่ไหนหรือเปล่าก็ไม่รู้ มึงถามอิเจ๊ให้ดีก่อนว่าลูกค้าคนนี้ใคร”
ผมเอื้อมมือไปดึงโทรศัพท์มือถือของไอ้บอสมาแล้วอ่านทวนข้อความของอิเจ๊ซึ่งทำหน้าที่ไม่ต่างจากแม่เล้าคอยหาลูกค้าพิเศษมาป้อนให้เราเสมอโดยหักค่าหัวคิวไปตามสัดส่วน
ผมได้ยินเสียงไอ้บอสโทรศัพท์กลับไปคุยกับอิเจ๊สองสามประโยคจากนั้นมันก็กลับมานั่งยิ้มหน้าระรื่นอยู่ต่อหน้าผม พร้อมกับบอกว่าเป็นลูกค้ามาจากกรุงเทพแวะมาดูกิจการงานก่อสร้างโรงแรมซึ่งอยู่ถัดจากคอนโดของพวกเราไปไม่มาก คืนนี้จะมีการเลี้ยงรับรองต้อนรับทางผู้รับเหมางานก่อสร้างจึงอยากหาเด็กเอาไว้รับรองแขกจากเมืองไกล
“โชคดีนะมึง กูจอดรถรอตรงนี้แหละ”
“เออ กูไปล่ะ” ไอ้บอสยื่นมือมาตบไหล่ผมก่อนจะเดินเข้าไปภายในโรงแรมหรูระดับห้าดาวซึ่งเป็นสถานที่นัดหมาย
ผมกับไอ้บอสเป็นเพื่อนกันมานานโดยมันนี่แหละเป็นคนชักนำผมให้เข้ามาอยู่ในวงการนี้ แรกเริ่มเดิมทีผมก็แค่เด็กเกเรมาจากบ้านนอกมาหางานทำที่ภูเก็ตแต่เพราะการศึกษาน้อยประกอบกับขี้เกียจ รักสบาย จึงสรรหาแต่งานง่ายๆ แต่อยากได้เงินเยอะ จนมาเป็นเด็กรับกระเป๋าอยู่ในโรงแรมหรูห้าดาวใจกลางเมืองภูเก็ต แล้วถูกแขกที่มาพักขอซื้ออยู่บ่อยๆ แรกๆ ผมก็ปฏิเสธแต่ไอ้บอสนี่แหละยุยงปลุกปั่นผมทั้งเช้า กลางวัน เย็นบอกว่าเงินดีไม่เหนื่อย ผมถึงได้ตกลงหลังจากวันนั้นจนวันนี้ก็เป็นเวลาเกือบปีแล้วที่ผมโลดแล่นอยู่บนเส้นทางสายนี้ แต่ถึงผมจะขายตัวผมก็มีหลักการของผม มีกฎเหล็กที่ผมยึดถือเป็นแนวทางมาตลอดและสิ่งนี้เองมันทำให้ผมกลายมาเป็นดาวของที่นี่
หลังจากเมื่อคืนนี้ไอ้บอสตกลงรับงานจากอิเจ๊ผมขับรถมาส่งมันที่โรงแรมซึ่งลูกค้ารออยู่ แล้วออกไปหาเหล้ากินระหว่างรอให้มันทำงาน เราสองคนจะผลัดกันรับงานแบบนี้เพื่อความปลอดภัยของอีกคน ถ้าไอ้บอสรับงาน ผมจะรอรับมันกลับและเช่นเดียวกันถ้าผมมีลูกค้าไอ้บอสก็จะมานั่งรอรับผมเหมือนกันเพื่อความปลอดภัย
“เหมือนเดิมมั้ยพี่” บาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าคมยิ้มให้เมื่อผมนั่งลงตรงหน้าบาร์เหล้า
“อืม”
“ผมนึกว่าคืนนี้พี่บอสจะมาเป็นลูกค้าผมซะอีก”
“ทำไม ถ้าเป็นพี่แล้วยังไง...”
“ก็ไม่ทำไมครับ ผมเห็นช่วงนี้พี่งานยุ่ง...”
“ขอโทษนะครับ เจ้านายผมอยากคุยกับคุณ” ผู้ชายใส่สูทผูกไทหน้าไม่คุ้นเดินเข้ามาทักพร้อมกับผายมือไปด้านหลังตรงส่วนซึ่งเป็นชุดโซฟาของแขกวีไอพีของทางร้าน
“เจ้านาย?” ผมเหลือบตามองไปยังโซฟาสีแดงกำมะหยี่ซึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างสูบบุหรี่พ่นควันโขมงลอยฟุ้งเป็นกลุ่มใหญ่ในมือถือแก้วเหล้ายกชูมาทางผมพร้อมกับยกยิ้มตรงมุมปาก ด้านหลังและขนาบซ้ายขวามีผู้ชายหน้าเข้มยืนคุมเหมือนการ์ดอยู่อีกสามสี่คน
“เชิญครับ” ไอ้หนุ่มชุดสูทพยักหน้าซ้ำเหมือนมันอยากให้ผมเดินตามไปเสียเต็มประดา
“ขอโทษนะ ผมไม่รู้จักเจ้านายคุณ อีกอย่างผมไม่ว่าง” ผมหมุนเก้าอี้หันกลับไปสนใจแก้วเหล้าของตัวเองแล้วยกขึ้นดื่มโดยไม่ได้สนใจว่าด้านหลังนั้นจะมีสายตากี่คู่มองมาทางผม
“เท่าไหร่?” ไอ้หนุ่มชุดสูทคนเดิมพูดขึ้นราวกับมันรู้ว่าผมเป็นใคร ทำงานอะไร
“ฮึ ไม่ขาย” ผมตอบสั้นๆ แล้วยกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบอย่างช้าๆ
“เท่าไหร่...เรียกมาสิ เจ้านายผมพร้อมจ่ายนะ”
“ฟังภาษาคนไม่เข้าใจเหรอ บอกว่าไม่ขายไง”
“แต่เจ้านายผมอยากได้”
“ฮึ ทำไม....เสี้ยนมากเหรอ บอกว่าไม่รับ...ก็คือไม่รับ คนจะกินเหล้าอย่ามาเซ้าซี้ได้หรือเปล่าเสียอารมณ์หมดเลย” ผมกระดกเหล้าเข้าปากแล้วพยักหน้าให้บาร์เทนเดอร์หล่อเสิร์ฟแก้วถัดไปในทันที
