บทที่ 2 นี่แหละโลกความจริง
ตอนที่ 2 นี่แหละโลกความจริง
ไอ้หนุ่มชุดสูทยิ้มเยาะน้อยๆ แล้วเดินกลับไปทางด้านหลัง ผมไม่ได้หันไปใส่ใจว่ามันจะกลับไปฟ้องเจ้านายของมันว่ายังไง แต่กฎก็คือกฎ วันนี้ผมมีหน้าที่ดูแลไอ้บอสผมจะหนีมันไปรับงานนอกได้ยังไง อีกอย่างวันนี้ผมเองก็อยากพักไม่ได้คิดจะรับงานเสียด้วย
ผมนั่งดื่มต่อจนกระทั่งร้านเหล้าใกล้จะได้เวลาปิดจึงเดินออกมาจากร้านเพื่อตั้งใจจะกลับไปรอไอ้บอสที่รถแต่เมื่อเดินกลับมาถึงรถผมกลับเจอกับไอ้คนฟังภาษาไทยไม่แตกฉานคนเดิมพร้อมกับพรรคพวกมันสี่ห้าคนยืนล้อมรถของผมเอาไว้
“นี่ตกลงจะเอายังไงวะ ตื้อเก่งฉิบหายบอกว่าไม่ขายไง” ผมยกแขนขึ้นมากอดอกมองไอ้คนใส่สูทคนเดิม ด้านข้างนั้นถ้าจำไม่ผิดคือไอ้คนที่มันบอกว่าเป็นเจ้านายยืนเก๊กท่าสูบบุหรี่อยู่ด้านหลัง สูบหนักขนาดนี้ปอดคงแหกตายก่อนแก่ล่ะ
“ก็บอกแล้วไง ว่าเจ้านายผมอยากได้คุณ”
“แม่ง...ดื้อด้านฉิบหาย”
ผมเดินตรงเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าของนัยน์ตาเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากหนาคลายบุหรี่ออกก่อนจะพ่นควันสีเทาขุ่นไปด้านข้าง แล้วโยนบุหรี่ครึ่งมวนลงไปบนพื้นถนนใช้ปลายรองเท้าตามไปขยี้มันให้ดับลง
“ว่ายังไง...เธอไม่คิดจะเปลี่ยนใจบ้างเหรอ” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้น
“ไม่ ถอยไปจากรถผม อย่ามายืนเกะกะ” ผมล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วชูกุญแจให้อีกฝ่ายเห็น
“แน่ใจนะว่าไม่อยากขายให้ฉัน”
“เซ้าซี้จริง น่ารำคาญคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถ้าอยากมากโน้น...ผับโน้นเห็นหรือเปล่ายืนกองอยู่เต็มหน้าร้าน อยากได้ใครก็ไปเลือกเอาแต่...ไม่ใช่ผม” ผมชี้นิ้วไปยังผับข้างๆ ซึ่งเห็นเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนกำลังพยายามยืนเรียกแขกอยู่หน้าร้าน เพราะเป็นช่วงเวลาผับเลิกซึ่งถือเป็นโค้งสุดท้ายของคืนที่จะหาลูกค้า
“หนึ่งจูบ ถ้าเธอยังยืนไหวฉันจะไม่เซ้าซี้อีกเลย”
“นี่...อย่าทะนงตัวนัก จูบของคุณมันเปลี่ยนกฎเหล็กของผมไม่ได้หรอก เก็บจูบของคุณเอาไปให้คนอื่นเถอะ...หลบไปอย่าขวางทาง”
ผมยื่นมือไปคว้าหัวไหล่ของคนที่ยืนใช้สะโพกพิงประตูรถฝั่งคนขับให้หลบออก หากแต่เจ้าของมันไม่ได้ซวนเซหลบไปด้านข้างอย่างที่ผมตั้งใจ ผมถูกฝ่ามือหยาบผลักสวนย้อนกลับมา แรงปะทะของฝ่ามือนั้นทำให้ผมถอยไปจนแผ่นหลังสัมผัสกับร่างของใครบางคนซึ่งยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ข้อมือสองข้างถูกรวบยึดไว้ไพล่กลับไปกดลงตรงบั้นเอว
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของผมเริ่มต้นทำงานโดยกระตุกแขนขายกเท้าขึ้นมาหวังจะถีบกลับไปแต่ใครจะรู้ว่าไอ้คนชุดดำด้านข้างที่เหลืออยู่สองสามคนนั้นมันจะตรงเข้าล็อกขายึดตีนของผมเอาไว้จนกระดิกไม่ได้
“มึงต้องการ...”
ขณะที่ผมตั้งใจจะด่ากราดสาดคำหยาบใส่ แต่ไอ้คนวิปริตจัญไรกลับปล้นจูบของผมไปอย่างหน้าด้านๆ ไม่รู้มันไปอดอยากปากแห้งมาจากไหน ถึงได้กระสันครั้นอยากได้ตัวผมนัก
ผมถูกน้ำหนักจูบของไอ้คนบ้ากามกดลงมาจนปากระบม แผ่นหลังยังรู้สึกถึงแผงอกของไอ้คนที่มันจับผมตรึงเอาไว้ สันกรามซ้ายขวาถูกฝ่ามือหยาบบีบจนปวด ลิ้นสากรสเผ็ดร้อนตวัดเลียซอกซอนไปตามโพรงปาก พยายามต้อนลิ้นของผมไปจนมุมอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนทิ้งจากใบหน้าของผมลงไปวุ่นวายอยู่กับเข็มขัดและกระดุมของกางเกงยีน สมองมึนๆ เพราะฤทธิ์เหล้าของผมสร่างสว่างโล่งทันที ไอ้บ้ากามคนนี้มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เพราะตรงนี้มันริมถนนผู้คนเยอะแยะเพราะเป็นเวลาผับเลิกมันยังกล้าบ้าบิ่นแบบนี้
“ปล่อยกู..” ผมสะบัดหน้าใช้ฟันฉีกปากไอ้คนที่บังอาจขโมยจูบไปจากผมจนสุดแรง พร้อมกับเบี่ยงตัวหลบแม้ว่าจะถูกคนสามคนยึดเอาร่างกายของผมไว้ก็ตามที
“ดื้อจังนะ...น่าสนุกดี” เจ้าของริมฝีปากสีแดงเพราะเลือดสดๆ ไหลกลบออกมายกหลังมือขึ้นมาเช็ดปากตัวเองเบาๆ
“น่าสนใจอย่างนั้นเหรอ คุณรู้มั้ยว่าทำไมผมถึงเมินใส่คุณ” ผมหยุดดิ้นรนขัดขืนแล้วยืนยิ้มให้กับคนตรงหน้า
“..........” เจ้าของดวงตาคมเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงคำถามอยากรู้อยากฟังสิ่งที่ทำให้ผมไม่ตาลุกวาวกับข้อเสนอของเขา
“เพราะคุณ...ไม่มีอะไรสะดุดตาผมเลยแม้แต่น้อย” ผมยักไหล่ปรายหางตาลงมองมือหยาบของผู้ชายชุดสูทซึ่งยังคงยึดไหล่ของผมเอาไว้ “เจ้านาย” หน้าเข้มนัยน์ตาคมพยักหน้านิดๆ จากนั้นพันธนาการทุกอย่างบนตัวผมจึงถูกปล่อย
เมื่อร่างกายได้รับอิสรภาพ ผมใช้ฝ่ามือยันแผงอกของผู้ชายตรงหน้าให้เดินถอยหลังไปจนแผ่นหลังนั้นติดกับตัวรถ จากนั้นจึงโน้มใบหน้าเข้าไปประกบจูบกับริมฝีปากหนาอีกครั้งอย่างตั้งใจ รสชาติเค็มของเลือดจากรอยแผลตรงริมฝีปากยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น เรียวลิ้นอุ่นชื้นของเราสองคนเกี่ยวกระหวัดรัดกันแน่นราวกับจะกลืนกินอีกฝ่ายเสียให้ได้ ผมรับรู้ถึงฝ่ามือหยาบหนาคว้าดึงสะโพกของผมเข้ามาจนชิดช่วงเอว แล้วลูบเลื่อนไปตามส่วนโค้งของสะโพกเว้า
“พอ...แค่นี้ล่ะ...” ผมผละริมฝีปากถอนทิ้งออกมาอย่างไม่ไยดีคนที่ขยับใบหน้าตามมาเหมือนไม่อยากให้ผมทิ้งไป
“หนึ่งแสน...คืนนี้ไปกับฉัน”
เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมากสำหรับผม เพราะยังไม่เคยมีลูกค้าคนไหนกล้าเสนอราคาอันสูงลิ่วขนาดนี้ให้ผมมาก่อน ผมสะบัดเปลือกตาช้อนขึ้นไปมองเจ้าของริมฝีปากซึ่งยังเผยออ้าออกนิดๆ เหมือนยังมีความหวังว่าผมจะจูบลงไปซ้ำอีกหน
“กฎก็คือกฎ...คืนนี้ผมไม่รับงานเสียใจด้วย” ผมมองข้ามหัวไหล่สูงไปแล้วเห็นว่าเพื่อนรักกำลังเดินออกมาจากโรงแรม นั่นหมายความว่าถึงเวลาที่ผมจะต้องบอกลาพ่อหนุ่มเศรษฐีคนนี้แล้ว
“ถ้าคืนนี้ไม่รับ...พรุ่งนี้ล่ะ?”
“หนึ่งจูบเมื่อครู่ พิสูจน์แล้ว...ว่าผมยังยืนอยู่ได้เพราะฉะนั้น...กรุณารับบัตรคิวนะครับ” ผมยกรีโมทรถยนต์ขึ้นมาแล้วกดปลดล็อกมันทันทีเมื่อไอ้บอสเดินมาถึงรถ
“ไอ้เหี้ยปริ้นต์” ไอ้บอสยังไม่ยอมขึ้นรถแต่มันกลับมายืนเกาะประตูพร้อมกับมองไปรอบๆ เหมือนอยากจะถามว่าไอ้พวกคนใส่สูทหน้าบึ้งเป็นตูดพวกนี้คือใคร
“ขึ้นรถดิมึงจะได้กลับ” ผมใช้ท่อนแขนดันเอาคนตัวโตกว่าผมให้หลบออกไปจากประตูตำแหน่งคนขับรถ
“เดี๋ยว...”
“ทำไม...จะใช้กำลังกับผมเหรอ?”
“ไม่เคยมีใครปฏิเสธฉัน”
“ฮึ...ยินดีต้อนรับสู่โลกความเป็นจริง...นี่แหละชีวิต คุณไม่มีทางได้ทุกอย่างที่ต้องการหรอก”
