บทที่ 5 เรือสำราญ
ตอนที่ 4 เรือสำราญ
ผมเดินออกมาจากโรงแรมหรูเมื่อฟ้าเริ่มสว่าง หลัง ไหล่ แขน ขา ปวดระบมไปทั่วทั้งตัว แต่ต้องฝืนทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเพราะผมมั่นใจว่าผมยังออกไปไม่พ้นสายตาของไอ้พวกใส่สูทสีดำพวกนั้น ผมกลับมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแล้วจมลึกดิ่งเข้าสู่ความฝันชนิดที่ถ้ามีไฟไหม้ แผ่นดินไหวผมก็คงนอนตายอยู่ในห้องนั่นแหละ กว่าจะรู้สึกตัวผงกหัวขึ้นมาจากเตียงได้ก็พระอาทิตย์เกือบจะตกดินแล้ว
“ไงมึงเมื่อคืนไปไหนมาวะ” ไอ้บอสนั่งกระดิกตีนชงเหล้าอยู่ตรงระเบียงคอนโดของผม
“มีลูกค้า” ผมตอบมันแค่สั้นๆ ไม่ได้ขยายความอะไร
“อ่อ...มิน่าล่ะคอแดงเถือกมาเชียวมึง” ไอ้บอสพยักหน้าพร้อมกับบุ้ยปากใส่ ผมยกมือขึ้นมาลูบต้นคอตัวเองแล้วนึกขัดใจลูกค้าซาดิสต์นั่นแต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยเงินสามแสนก็มากพอที่จะทำให้ผมพักรักษารอยจ้ำแดงพวกนี้ไปได้อีกหลายวันโดยไม่ต้องรับงานเพิ่ม
“แล้วมึงอ่ะ เมื่อคืนเป็นยังไง”
“มึงถามก็ดีแล้ว คือว่า....” ไอ้บอสยิ้มแห้งๆ พร้อมกับทำตาเชื่อมใส่ผม
“อะไร...มึงมีอะไร” ผมหรี่ตามองเพื่อนอย่างรู้ทัน ลงมันมาไม้นี้รับรองได้ว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
“มึง คุณโจเขาชวนกูไปล่องเรือว่ะ”
“ฮะ ล่องเรือ....เรือเหี้ยอะไรวะ”
“เรือสำราญ สามคืนเลยนะมึง” ไอ้บอสนั่งอมยิ้มตาเยิ้มจนผมกลัว
“เดี๋ยวนะเดี๋ยว มึงหยุดทำหน้าทำตาชวนฝันได้แล้ว ไอ้บอส...มึงกำลังหลงลูกค้านะ” ผมร้องปรามเพื่อนทันที
“เปล่า กูไม่ได้หลง กูรู้น่า...เขาก็แค่ชวน แล้ว....กูก็อยากไปด้วย ไอ้ปริ้นต์กูขอไปนะ” ไอ้บอสเอาตีนมาสะกิดหน้าแข้งผมเหมือนต้องการขออนุญาต
“กูไม่ให้ไป มึงไม่คิดว่ามันแปลกเหรอ รู้จักกันแค่สองวันเขาจะเอามึงขึ้นเรือออกทะเล มึงมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่หลอกมึงไปขายส่งมาเล”
“ไม่หรอกมั้งมึง หน้าอย่างกูเนี่ยนะเขาจะเอาไปขาย ถ้ามึงบอกเขาจะหลอกกูไปเป็นอาหารฉลามค่อยน่าเชื่อหน่อย”
“ไอ้บอส กูไม่ได้บูลลี่หน้าตามึงนะ แต่มึงยังรู้ตัวเลยว่ามึงเองไม่ได้....เป็นดาวเด่นขนาดนั้น แค่เขาเรียกมึงซ้ำกูก็ว่าแปลกแล้วนะ นี่เขาจะเอามึงไปล่องเรือสำราญเชียวนะเว้ย มึงเอะใจสักนิดมั้ยเนี่ย”
“แต่กูตอบตกลงไปแล้วอ่ะ...” ไอ้บอสก้มหน้าหลบสายตาจากผม
“ฮึ ตกลงไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นมึงจะมาขอกูทำไม” ผมดีดขาออกไปถีบหน้าแข้งมันแรงๆ อย่างขัดใจ
“มึง กูขอโทษ....ก็กูอยากไป ไปล่องเรือถ่ายรูปสวยๆ กูจะได้เอามาอัพลงในไอจี อินสตาแกรม เผื่ออัพค่าตัวไงมึง”
“บอส...กูไม่อยากให้มึงถลำลึกนะ มึงอย่าเพิ่งคิดไปไกล อาชีพอย่างพวกเราไม่มีใครเขาจริงจังหรอก เผื่อใจของมึงเอาไว้บ้าง แล้วก็ระวังตัวให้มากๆ ด้วย เขาชวนมึงไปบนเรือนั่นเขาจะทำอะไรกับมึงก็ได้ มึงไม่มีทางหนี แล้วมึงก็ไม่มีปัญญาสู้เขาด้วย” ผมคว้าแก้วเหล้าบนโต๊ะมาสาดน้ำรสชาติขมฝาดสีน้ำตาลทองลงคอรวดเดียวหมดแก้ว
“ไอ้ปริ้นต์ กูขอโทษ..กูรู้น่า แต่...แต่สามสี่วันเอง อย่างน้อยให้กูได้มีความสุขอีกสักนิดได้มั้ยอ่ะ คุณโจเขาบอกว่าจะอยู่ภูเก็ตอีกแค่ไม่กี่วัน พอกลับมาเขาก็จะกลับกรุงเทพแล้ว” ไอ้บอสนั่งทำหน้าหงอยลงทันที
“แล้วแต่มึง กูทำได้แค่เตือน...ดูแลตัวเองแล้วกัน”
“อันที่จริง คุณโจบอกว่า...ให้กูจะมาชวนมึงไปด้วย”
“ฮะ มึงว่าอะไรนะ” ผมหันขวับจนคอแทบเคล็ดเมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนบอก
“ก็...เขาบอกว่าให้ชวนเพื่อนไปด้วยก็ได้ กูก็เลยตั้งใจจะมาชวนมึงไปด้วย มึงไปกับกูสิ มึงจะได้ไม่ต้องคอยห่วงกูไง”
"มึงนี่แม่ง..."
สุดท้ายแล้วผมก็ต้องยอมตกลงตามไอ้บอสมาขึ้นเรือสำราญด้วย ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่ไว้ใจไอ้คุณโจอะไรนั่น อย่างน้อยมาสองคนก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันมาคนเดียว บนเรือสำราญลำใหญ่ไม่มีใครที่ผมรู้จักเลยแม้แต่คนเดียวนอกจากไอ้บอส แขกเหรื่อหรือจะเรียกว่าลูกค้าบนเรือส่วนใหญ่ดูต่างจากนักท่องเที่ยวธรรมดาทั่วไป เพราะดูมีฐานะร่ำรวยกันทุกคน
“ปริ้นต์ นี่คุณโจ ลูกค้าพิเศษที่กูเคยเล่าให้มึงฟัง” ไอ้บอสพาผมไปแนะนำให้รู้จักกับลูกค้าพิเศษของมัน ผู้ชายลักษณะท่าทางภูมิฐาน อายุอานามน่าจะราวสามสิบกว่าๆ หรืออาจจะสี่สิบ หนวดเคราพอมีให้เห็นอยู่รำไรหน้าตาจัดว่าหล่อทีเดียว
“ปริ้นต์ ดาวเด่นของเมืองภูเก็ต ดีใจที่เธอยอมตอบตกลงมาขึ้นเรือกับฉันในคืนนี้”
คุณโจของไอ้บอสยิ้มพร้อมกับส่งมือยื่นมาข้างหน้า ผมยื่นมือออกไปสัมผัสกับฝ่ามือหยาบนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท แต่เหมือนผีที่มองเห็นวิญญาณของกันและกัน แรงบีบของอุ้งมืออุ่นกับสัมผัสลูบจากปลายนิ้วบนหลังมือของผม ทำให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีความต้องการแอบแฝงซุกซ่อนอยู่
“ขอโทษครับที่ผมจะต้องบอกว่าผมไม่ได้ขึ้นเรือมาเพื่อต้องการจะพบกับคุณ ผมแค่มาเพราะเป็นห่วงเพื่อนเท่านั้น” ผมรีบก่ออิฐฉาบปูนตั้งกำแพงป้องกันตัวเองจากลูกค้าของเพื่อนสนิททันที กฎเหล็กอีกข้อของผม...ไม่แย่งลูกค้าเพื่อนเด็ดขาด
“ฉันรู้มาว่าเธอทำงานเหมือนบอส”
“ครับ ผมทำงานเหมือนบอส ...แต่ผมไม่เหมือนบอสเพราะผมคือปริ้นต์ ถ้าคุณรู้จักบอส...คุณก็น่าจะรู้จักผม” ผมดึงมือตัวเองกลับคืนมาแล้วล้วงมันเข้าไปเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง
“คืนนี้ เธออยากมาสนุกด้วยกันมั้ย ฉันมีงานเลี้ยง ดินเนอร์สุดหรูเอาไว้ให้พวกเธอ”
“ขอบคุณครับ ผมไม่อยากทำให้บรรยากาศการดินเนอร์ของคุณต้องหมดสนุก เชิญคุณตามสบายเดี๋ยวผมเดินหาเหล้ากินฟรีแถวๆ นี้แหละครับ”
ผมเหลือบหางตาไปมองไอ้บอสแล้วพยักหน้าชวนมันหลบไปทางอื่นเพราะไม่อยากอยู่ให้ตกเป็นเป้าสายตาของใครต่อใครมากนัก ไอ้บอสพาผมมายังห้องพักใต้ท้องเรือห้องหนึ่ง ภายในตกแต่งไม่ต่างอะไรจากโรงแรมหรูบนฝั่ง ตู้ โต๊ะ เตียงนอน ทุกอย่างหรูหราสุขสบาย ที่เห็นเสริมขึ้นมาต่างจากโรงแรมบนฝั่งคงเป็นบานหน้าต่างซึ่งจมลงไปใต้ท้องทะเล แต่มันก็ไม่มีอะไรให้มองมากนัก นอกจากน้ำทะเลสีฟ้าครามกับฟองคลื่นผุดพรายเป็นระยะ
“มึงไม่ขึ้นไปข้างบนกับกูแน่เหรอวะ” ไอ้บอสเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงข้างผม
“มึงไปเถอะ กูมาวันนี้ก็แค่เป็นห่วงมึง กลัวมึงจะถูกเขาหลอกมาทำอะไรไม่ดีหรือไม่ก็ส่งขายไปซะฉิบ”
“ขอบใจนะมึง ถ้าอย่างนั้นกูไปก่อนนะคุณโจรออยู่” ไอ้บอสลุกขึ้นจากเตียงยิ้มอย่างร่าเริงแล้ววิ่งออกไปทางประตู ผมแค่มองตามหลังมันไปด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากคอยดูมันอยู่ห่างๆ เท่านั้น
“งานข้างในไม่สนุกเหรอ เธอถึงมายืนเหงาอยู่คนเดียวแบบนี้” เสียงทุ้มแหบห้าวของใครบางคนดึงคอผมให้เหลียวหันกลับมา ทิ้งสายตาละจากท้องทะเลมืดเบื้องหน้าให้กลับเข้ามาภายในตัวเรือ
“คุณโจ” ผมแหงนคอขึ้นไปมองหน้าลูกค้าของไอ้บอสพร้อมกับมองไปรอบๆ ไม่เห็นว่าเพื่อนอยู่ใกล้ๆ
“ฉันจัดงานไม่สนุกเหรอ เธอถึงออกมายืนมองฟ้ามองดาวแบบนี้”
“ผมไม่รู้จักใครด้านในนั้น อีกอย่างผมแค่ติดสอยห้อยตามไอ้บอสมา ผมไม่กล้าเข้าไปแสดงตัวอะไรมากมายนักหรอกครับ อีกอย่างผมมีเหล้ากินแล้ว เชิญคุณตามสบาย”
“ใครบอกว่าเธอติดสอยห้อยตามบอสมา ฉันให้บอสชวนเธอมาต่างหาก ดังนั้นเธอถือเป็นแขกคนหนึ่งของฉัน”
“แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น ที่ผมมานี่เพราะห่วงเพื่อน อันที่จริงเจอคุณก็ดีเหมือนกัน ผมขอถามตามตรงอย่างลูกผู้ชายคุณติดใจอะไรเพื่อนผมอย่างนั้นเลยถึงขนาดอนุญาตให้มันมาลงเรือสำราญแบบนี้ แถมยังทำเหมือนมันเป็นคนสำคัญของคุณ”
“ฉันก็แค่อยากเห็นเขามีความสุขเท่านั้นเอง”
“อ่อ...ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ดี”
“ไอ้ปริ้นต์...คุณโจ คุยอะไรกันอยู่ครับ” ไอ้บอสเดินถือแก้วเครื่องดื่มตรงมาทางเราสองคนแล้วยืนมองสลับไปมาระหว่างผมกับลูกค้าของมัน
“กำลังนินทามึงนั่นแหละ ไอ้บอสมึงมาก็ดีแล้ว...คุณโจครับขอตัวนะครับ" ผมเดินหลบออกมาห่างจากคุณโจแล้วมายืนอยู่บนดาดฟ้าตรงส่วนสระว่ายน้ำสีฟ้าใส รู้สึกอึดอัดใจแปลกๆ กับท่าทีของคุณโจที่มี ผมหันมองไปรอบตัวเห็นว่าไม่มีลูกค้าคนอื่นอยู่เลยนอกจากผมคนเดียว จึงเริ่มต้นถอดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกแล้วกระโดดลงไปดำผุดดำว่ายอยู่ภายในสระปล่อยให้น้ำเย็นๆ ช่วยทำให้อารมณ์ขุ่นๆ ในใจของผมรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
“ไง”
“เหี้ย!” ผมโผล่หัวขึ้นมาแล้วเจอเข้ากับใบหน้าหล่อคมของลูกค้ากระเป๋าหนักเมื่อคืนก่อนด้วยความตกใจ
“ฮึ นี่...หน้าฉันแย่ขนาดนั้นเชียวเหรอ”
“แล้วใครใช้ให้โผล่มาแบบนี้ล่ะ”
“เธอ...เป็นคนโผล่ขึ้นมาจากน้ำ ส่วนฉันนั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เธอกลับตัวว่ายมาจากฟากโน้นแล้ว”
“เออ ช่างเถอะ...แล้วนี่คุณขึ้นมาทำอะไรบนนี้” ผมหันไปมองผู้ชายใส่สูทสีดำสามสี่คนที่มันยืนเก๊กหน้าขรึมอยู่ห่างไปประมาณสองวาอย่างหงุดหงิด
“ฉันต้องถามเธอมากกว่าว่าเธอขึ้นมาบนเรือของฉันได้ยังไง”
“ฮะ! เรือคุณ? ลำนี้เนี่ยนะ...”
“ทำไม เธอไม่เชื่อฉันเหรอ” คนที่นั่งอยู่ริมสระพยักหน้าไปทางป้ายตัวอักษรสีทองซึ่งติดอยู่ข้างลำเรือแล้วจิ้มนิ้วลงบนอกเสื้อตัวเองซึ่งมีเข็มกลัดเล็กๆ ติดเอาไว้สัญลักษณ์อักษรเหมือนกันเป๊ะ
"เอ็ดเวิร์ด...เอ่อ...คือชื่อคุณเหรอ”
“ใช่นั่นชื่อฉัน ฉันดีใจนะที่เราได้พบกันอีกครั้ง”
“อ๋อ..อืม” ผมพยักหน้ารับแล้วหันหลังกลับ เอาหน้าและสายตาตัวเองมองไปยังทิศทางซึ่งตัวเองเพิ่งว่ายน้ำมา ไม่อยากเสวนาต่อประโยคอะไรให้มันมากความนัก
“เธอขึ้นเรือมากับใคร ลูกค้าเหรอ”
“ถ้าผมมากับลูกค้าแล้วคุณจะทำไม เรือลำนี้ห้ามขายบริการอย่างนั้นเหรอ คุณจะจับผมโยนทะเลหรือเปล่าล่ะ”
“เปล่า...ฉันแค่อยากซื้อเธออีกสักครั้ง” ร่างสีขาวสว่างตากระโดดจมลงไปใต้พื้นสระก่อนจะทะลึ่งพรวดโผล่ขึ้นมาต่อหน้าผม พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"นี่....คุณลงมาทำไมเนี่ย"
"ว่ายน้ำไง ตกลงรับข้อเสนอของฉันมั้ย"
“คุณต้องให้ผมพูดซ้ำอีกกี่ครั้งคุณถึงจะเข้าใจและจำได้ว่า...ผมไม่รับลูกค้าซ้ำ”
ผมหันหลังกลับแล้วยันยกเอาตัวเองขึ้นมาจากสระว่ายน้ำเพื่อต้องการออกห่างจากผู้ชายแสนอันตรายคนนี้ กฎเหล็กของระยะห่างระหว่างลูกค้าและคนขายบริการเป็นสิ่งที่ผมยึดถือมาตลอด การใกล้ชิดสนิทกันมากจนเกินไปมันอาจทำให้คนหัวใจเปลี่ยวเดียวดายอย่างพวกเราตกหลุมพรางได้ง่ายๆ และนั่นเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด
“เดี๋ยวสิปริ้นต์ ถ้าเธอไม่ขาย...ฉันจะไม่เซ้าซี้ซื้อ แต่ถ้าเป็นบริการอย่างอื่นล่ะ เด็กดริ๊งเป็นยังไงไหนๆ เธอก็ต้องอยู่บนเรือนี้อีกสามสี่วันกว่ามันจะเทียบท่า ไม่อยากมีรายได้เพิ่มเหรอ”
“ผมขึ้นเรือมาหาเหล้ากินฟรี ไม่ได้ตั้งใจมาหาเงินเสียใจด้วย เงินของคุณซื้อผมไม่ได้เป็นครั้งที่สอง”
