บทที่ 8 เล่นตัว

ตอนที่ 8  เล่นตัว

คืนนี้ผมจำใจต้องยอมนอนค้างอยู่ภายในห้องกับคุณเอ็ดเวิร์ดเพราะไม่มั่นใจว่าคนของคุณโจยังจับตาดูผมอยู่หรือเปล่า เด็กขายบริการเป็นอาชีพอย่างผมนอนจมอยู่ภายในอ้อมแขนจากเจ้าของเรือสำราญราคาเกือบพันล้าน เป็นความรู้สึกที่ผมไม่ชินเอาเสียเลย

“เธอบอกว่าไม่เคยนอนค้างคืนกับลูกค้าคนไหนจริงเหรอ” ในความมืดของห้องพักมีเพียงแสงสีน้ำเงินครามจากบานกระจกหน้าต่างซึ่งมีวิวเป็นท้องทะเลกว้างส่องแสงลอดผ่านเข้ามาเท่านั้น

“ครับ”

“ทำไม”

“ผมชอบนอนคนเดียวมากกว่า...มันสบายใจดี” ผมปล่อยคำโกหกลอยไปในอากาศ ไม่ได้คาดหวังว่าคนฟังจะเชื่อแค่หวังว่าเขาจะไม่ล้วงลึกตั้งคำถามถึงสิ่งที่เป็นปมอยู่ภายในใจของผม

อาชีพเด็กขายบริการอย่างผมเจอลูกค้ามากหน้าหลายตา ทั้งรูปหล่อ พ่อรวย กรวยใหญ่ กักขฬะ อารมณ์ร้าย หรือแม้แต่พวกชอบใช้ความรุนแรง ทุกรูปแบบผมเจอมาหมดแล้ว กฎที่ผมตั้งขึ้นมาทุกข้อก็เพื่อเป็นปราการปกป้องตัวเองจากเรื่องร้ายๆ ซึ่งอาจมีผลต่อผมทั้งร่างกายและจิตใจ

“ความสบายใจมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการนอนคนเดียวหรือว่านอนหลายคน แต่มันอยู่ที่...เธอนอนกับใครมากกว่า” ฝ่ามืออุ่นดึงเอวของผมให้ขยับไปชิด

“ผมง่วงแล้วครับ”

“ปริ้นต์...บนเรือลำนี้ ในห้องห้องนี้ ในอ้อมกอดของฉัน...หวังว่ามันจะทำให้เธอสบายใจและหลับฝันดี” เจ้าของอ้อมกอดอุ่นโอบกระชับพร้อมกับสอดท่อนแขนลงไปใต้ท้ายทอยแล้วยกหัวผมให้ขึ้นไปนอนแนบหนุนไหล่ตัวเองต่างหมอน

“ขอบคุณครับที่คุณเข้าใจผม”

ผมปล่อยให้ความง่วงเอาชนะความระแวงระวังตัวโดยยอมนอนซบลงไปบนอกของคนที่อาสาอยากเป็นหมอนข้างให้ในคืนนี้ ไม่มีการล่วงเกินอื่นใดมากไปกว่าบริการพิเศษในช่วงแรกที่ผมมอบให้กับเจ้าของเรือ แม้การมีคนนอนอยู่เคียงข้างเป็นสิ่งที่ผมไม่ชินเท่าไหร่นักแต่แปลกที่คืนนี้ผมกลับนอนหลับสนิทรวดเดียวจนถึงเช้าของวันใหม่

“เหี้ย!..” ผมลืมตาตื่นขึ้นมาเจอเข้ากับสายตาหวานเชื่อมผสมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์

“เธอหลอกด่าฉันอีกแล้วนะ” เจ้าของเตียงนุ่มโน้มตัวลงมาจูบหน้าผากผมเหมือนเป็นการทักทายอย่างอารมณ์ดี

“ผมอุทานต่างหาก”

“โอเค...ฉันยอมแค่เธอคนเดียวนะที่กล้าพ่นคำว่าเหี้ยใส่หน้าฉันในระยะเผาขนแบบนี้มาสองครั้งแล้ว” ฝ่ามือหนาลูบลงมาบนเรือนผมไม่ได้แสดงท่าทีว่าหงุดหงิดโมโหที่ถูกผมสบถใส่ไปเมื่อครู่

“อื้อ จะทำอะไร” ผมเบี่ยงหน้าหลบคนที่เริ่มขยับเอาตัว เอาหน้าเข้ามาใกล้จนแทบจะสิงเข้ามาในร่างผม

“ก็ทักทายตอนเช้าไง”

“ไม่เอาไม่ทัก จะกลับห้องแล้ว”

ผมตลบผ้าห่มนวมผืนหนาลงไปครอบหัวผู้ชายหน้าหล่อแล้วกลิ้งเอาตัวเองลงมาจากเตียง ก่อนจะยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ไม่กล้าขยับเพราะผมไม่รู้เลยว่าในห้องนี้มันไม่ได้มีแค่ผมกับคุณเอ็ดเวิร์ดเพียงสองคน บอดี้การ์ดสามคนที่ถูกไล่ออกไปตั้งแต่เมื่อคืนมันกลับเข้ามายืนเรียงหน้ากระดานอยู่ห่างจากเตียงนอนไปแค่ช่วงแขนเดียวเท่านั้น

“เอ่อ...แค่ผ้าห่ม ยังไม่ตายง่ายๆ หรอก” ผมหันกลับไปมองคนที่ถูกผมเอาผ้าห่มคลุมหัวแล้วเห็นว่าเจ้าของเรือสำราญโผล่เอาหน้าตัวเองออกมามองผมยิ้มๆ

“เธอไม่อยู่กินมื้อเช้ากับฉันเหรอ”

“ไม่ล่ะ ผมจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้อง”

“แต่ฉันสั่งให้คนเตรียมมื้อเช้าเอาไว้ให้เธอแล้วนะ”

“เตรียมมื้อเช้าให้ผม...เอาจริงดิ ดูแลดีขนาดนี้เชียว” ผมเหลียวหลังกลับมามองดูคนที่ทำดีกับผมมากเป็นพิเศษอย่างที่ไม่เคยมีใครทำให้มาก่อน

“ฉันบอกแล้วว่าฉันอยากได้เธอ...อะไรที่ทำให้เธอใจอ่อนลงได้ ฉันจะทำ”

"หวังว่าโปรโมชั่นพิเศษแบบนี้มันจะยืนยาวนะครับ"  ผมส่ายหัวแล้วเดินไปตบไหลบอดี้การ์ดซึ่งยืนขวางทางไม่ยอมให้ผมเดิน จนเจ้านายบนเตียงส่งสัญญาณให้นั่นแหละพวกมันถึงยอมปล่อยให้ผมเดินออกมาได้

“ไงมึง” ทันทีเมื่อผมเปิดประตูกลับเข้ามาในห้อง ไอ้บอสซึ่งมานอนกระดิกตีนรอผมอยู่ก็ร้องทักขึ้นมาทันที

“อืม...มึงมีไรเนี่ยถึงลงมาหากูแต่เช้า” ผมเดินลงไปล้มตัวนอนข้างๆ มัน

“เมื่อคืนมึงไปนอนห้องคุณเอ็ดเวิร์ดเหรอ”

“อืม”

“เป็นไงบ้างวะ ดีปะ”

“ดีเหี้ยอะไรล่ะ ปากกูจะฉีกอยู่แล้วมึงดูสิเนี่ย” ผมหันหน้าไปอ้าปากให้มันดูแล้วนึกถึงความอวบใหญ่ของไอ้แท่งที่ผมอมดูดเมื่อคืนนี้

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มึงจะบ่นทำไมเนี่ย มึงชอบไม่ใช่เหรอไซต์ฝรั่งแบบนี้” ไอ้บอสใช้มือยื่นมาบิดหน้าผมเหมือนจะสำรวจว่าปากผมยังอยู่ดีไม่ฉีกขาด

“เออๆ หยุดเสือกเรื่องของกูได้แล้ว ว่าแต่มึงเถอะไอ้คุณโจเหี้ยอะไรนั่นเป็นยังไงบ้าง มันเลิกอยากได้กูหรือยัง” ผมปัดมือไอ้บอสออก

“กูว่ายังหรอก ยิ่งมึงเล่นตัวแบบนี้เขาก็คงยิ่งอยากได้คงเหมือนคนอื่นๆ ที่มึงเคยปฏิเสธนั่นแหละ”

“พอกูปฏิเสธแม่งก็เสือกคิดว่ากูเล่นตัว แต่พอกูรับงานไปไอ้พวกเหี้ยแม่งก็คิดว่ากูง่าย พวกนี้แม่งไม่เคยคิดดีกับพวกเราหรอก...ไม่ว่าจะทำเหี้ยอะไรก็เถอะ" ผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าขนหนูออกมาแล้วทิ้งเพื่อนไว้ด้านหลัง ส่วนตัวเองเข้าไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวสบายใจ จนเมื่อกลับออกมาอีกครั้งไอ้บอสก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

“แล้วตกลงมึงลงมาหากูทำไมวะ”

“คืนนี้บนเรือมีงานเลี้ยงฉลองเหี้ยอะไรไม่รู้ว่ะ คุณโจเขาให้กูมาชวนมึงไปร่วมงานด้วย” ไอ้บอสแหงนหน้าขึ้นมามองผมด้วยสายตาเนือยๆ 

“โธ่...ไอ้เหี้ยเอ้ย นี่ถ้าไอ้เรือส้นตีนนี่มันลอยอยู่ใกล้ฝั่งกูจะเอาเรือชูชีพลอยออกไปแล้วพายกลับภูเก็ตแม่งเลย น่ารำคาญฉิบหาย”

“เขาคงอยากได้มึงอ่ะแหละ”

“มึงก็ตอแหลไปสิ บอกไปว่ากูริดดวงแตกอยู่ บอกว่ากูเป็นหนองในก็ได้แม่งจะได้เลิกยุ่งกับกูสักที”

“หนองในพ่อมึงสิ เมื่อคืนมึงยังไปเอากับคุณเอ็ดเวิร์ดอยู่เลย เขาคงเชื่อกูหรอก”

“บอส...ตกลงมึงชอบเขาจริงหรือเปล่าวะ ไอ้คุณโจส้นตีนอะไรเนี่ย” 

“ก็ชอบแหละ...แต่ตอนนี้กูรู้แล้วว่าเขาคงไม่ได้รู้สึกอะไรกับกูมากไปกว่าเด็กขาย อีกอย่างคนที่เขาอยากได้จริงๆ คือมึงต่างหาก” ไอ้บอสเบะปากแล้วเบือนหน้าหลบสายตาผมไปอีกทาง

“อย่านอยด์เดี๋ยวกูถีบให้” ผมยกตีนขึ้นไปสะกิดเอวเพื่อนแล้วยกขาสอดเข้าไปในกางเกงซึ่งถืออยู่ในมือ

“กูอุตส่าห์งัดไม้เด็ดเอาใจเขาสารพัด แต่เขาเสือกร้องหาแต่มึง เฮ้อ...กะหรี่อย่างพวกเราเนี่ยมันจะมีวันได้เจอรักแท้บ้างมั้ยวะ” ไอ้บอสล้มตัวลงไปนอนแผ่บนเตียงอีกครั้ง นัยน์ตาเหม่อลอยมองขึ้นไปบนเพดานห้อง

“แหม....ดัดจริตนะเดี๋ยวนี้มึงน่ะ มึงจะมาหวังรักแท้ทำส้นตีนอะไร มึงคิดแค่ค่าตัว ค่าตูดเนี่ยจะพอให้แดกไปถึงสิ้นเดือนดีกว่ามั้ย ไหนจะพ่อ แม่ พี่น้องมึงที่ต้องรับผิดชอบส่งเสียเลี้ยงดู...รักแท้แต่แดกไม่ได้...จะมีไปทำไมวะ” ผมยกขาขึ้นไปถีบเพื่อนเบาๆ เป็นการเรียกสติอย่างที่เราสองคนทำกันบ่อยๆ

“วุ๊ยยยย...ปากมึงนี่นะไอ้เหี้ยปริ้นต์”

“มึงจำไว้ไอ้บอส กฎเหล็ก นายบำเรอ....อย่ามีความรัก เชื่อกูแล้วชีวิตมึงจะรุ่ง”

ผมอยู่คุยกับไอ้บอสตามประสาเพื่อนไม่นานแล้วจึงชวนกันเดินขึ้นมายังดาดฟ้าเรือเพื่อหาอะไรกินเนื่องจากวันนี้ผมตื่นสายจากเดิมที่คิดจะกินมื้อเช้า ตอนนี้น่าจะต้องเปลี่ยนเป็นมื้อเที่ยงแล้วเพราะเวลาเลยไปเกือบบ่ายโมง

“ผัวมึงอ่ะไอ้บอส” ผมตบมือลงไปบนบ่าไอ้บอสแล้วหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นว่าสองหนุ่มใหญ่กระเป๋าหนักกำลังนั่งคุยกันอยู่บนโต๊ะอาหาร

“ถ้าคุณโจเป็นผัวกู งั้นคุณเอ็ดเวิร์ดก็ผัวมึงอ่ะสิ”

“ไม่เอาอ่ะ...กูไม่อยากผูกมัดกับใคร” ผมยักไหล่แล้วจงใจส่งยิ้มยั่วให้กับผู้ชายสองคนซึ่งเงยหน้าหันมามองเราสองคน

“ไงครับ...หวังว่าคุณสองคนคงไม่ได้หิ้วท้องรอพวกเราอยู่หรอกนะ” ผมเดินมาหยุดยืนมองโต๊ะอาหารซึ่งด้านบนนั้นมีจานอาหารฝรั่งวางอยู่ด้านบนและมีร่องรอยการกินไปบ้างแล้วบางส่วน

“เธออยากกินอะไรสั่งได้เลยนะ” 

“บนเรือของคุณมีอะไรน่ากินบ้างล่ะครับ” ผมปรายตามองเก้าอี้ด้านข้างซึ่งว่างอยู่ บอดี้การ์ดซึ่งผมจำได้ว่าชอบมายืนเฝ้าคุณเอ็ดเวิร์ดขยับเก้าอี้ออกให้ผมอย่างรู้หน้าที่

“บนเรือลำนี้ ไม่มีอะไรน่ากินไปกว่าเธอแล้วล่ะปริ้นต์”

“ของอร่อย...แต่ถ้ากินบ่อยๆ มันก็น่าเบื่อนะครับ” ผมหยิบส้อมมาจากมือหนาแล้วจิ้มสเต๊กเนื้อฉ่ำขึ้นมาจากจานแล้วส่งมันเข้าปาก รสชาติหวานของเนื้อชั้นดีทำให้คนชอบกินเนื้ออย่างผมถึงกับยิ้มได้

“ฉันว่า...อย่างเธอคงไม่ปล่อยให้ตัวเองน่าเบื่อหรอกจริงมั้ย”

“นั่นขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่จ่ายครับ ยิ่งมากเท่าไหร่...ความเร้าใจก็สูงตามไปด้วย สเต๊กจานนี้ของคุณเหรอครับผมชอบนะรสชาติดีทีเดียว”

“ถ้าเธอชอบ...ฉันจะให้คนทำมาให้เธอเป็นพิเศษ แต่อันที่จริงฉันให้คนเตรียมเมนูพิเศษเป็นไข่ปลาคาเวียร์เอาไว้ให้เธอด้วยอยากลองมั้ย” คุณเอ็ดเวิร์ดยักคิ้วให้ก่อนจะโน้มตัวเองลงมาจูบหัวไหล่ผม

“น่าสนครับ...ผมยังไม่เคยลองกินเลย ขอบคุณนะครับ....ว่าแต่คุณโจเตรียมอะไรไว้สำหรับไอ้บอสอย่างนั้นหรือครับ” ผมเอนตัวเองพิงพนักเก้าอี้แล้วหันไปถามหนุ่มหน้าฝรั่งอีกคนซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ส่วนไอ้บอสเพิ่งจะหย่อนตูดลงมานั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆ ผม

“ถ้าเธออยากกินอะไรเป็นพิเศษก็สั่งได้เลยตามสบาย” คุณโจจ้องผมสายตาแข็งขึ้นมาเล็กน้อยดูเหมือนฉากหวานระหว่างผมและคุณเอ็ดเวิร์ดคงทำให้อาหารเที่ยงมื้อนี้ของคุณโจจืดชืดไปเสียแล้ว

หลังจบมื้อเที่ยงผมลากคอให้บอสออกมาจากวงสนทนามายืนสูบบุหรี่บนดาดฟ้าเรือแทน เพราะจากการประเมิณด้วยสายตาอันกร้านโลกของผม ไอ้คุณโจอะไรนั่นมันคงไม่ได้คิดอะไรกับไอ้บอสจริงๆ ส่วนเพื่อนผมเองถึงปากจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรแต่หน้ามันหงอยเป็นหมาเหงาทีเดียว

“มึงไม่ไปแน่เหรอวะ” ไอ้บอสหันมาถามผมทั้งที่ในปากยังคาบบุหรี่อยู่

“ขอกูพิจารณาข้อเสนอก่อนว่าคุ้มค่ากับการที่จะกูจะเสียเวลาไปหรือเปล่า”

“มึงนี่มันก็ขี้อ่อยจริงนะ” ไอ้บอสยื่นขามาเตะตูดผมแล้วขยับมายืนใกล้ๆ

“มึงก็หัดเล่นตัวบ้างสิวะ กูอุตส่าห์ทำให้ดูเป็นตัวอย่างมึงก็ไม่เสือกจำแล้วเอาไปทำตาม ถ้ามึงอยากเหนือกว่า มึงก็ต้องกล้าหน่อย อ่อยแม่งเยอะๆ แต่อย่าไปยอมง่ายๆ ถ้าแม่งอยากได้เราจริงๆ เดี๋ยวมันก็เดินตามมา” ผมพยักหน้าไปทางสองหนุ่มคู่ค้าทางธุรกิจที่กำลังเดินใกล้เข้ามายังจุดที่พวกเรายืนพ่นควันอยู่

“มึงนี่แม่ง...แล้วนี่มึงแก้ผ้าทำไมเนี่ย” ไอ้บอสอ้าปากค้างเมื่อผมจงใจปลดกระดุมถอดเสื้อและกางเกงของตัวเองออกก่อนจะโยนไปกองไว้บนเก้าอี้สนามด้านข้าง

“อ่อย...ผู้ชายไง”

ผมเงยหน้าขึ้นไปยักคิ้วให้ไอ้บอสแล้วกระโดดลงสระ ว่ายน้ำสวนทางกับสองหนุ่มหน้าฝรั่งซึ่งกำลังเดินตรงเข้ามาหา แล้วแกล้งอ้อยอิ่ง ลอยตัวแหงนหน้ามองฟ้า มองวิวไปเรื่อยเปื่อย

“แดดแรงจะตายห่ายังเสือกลงไปเล่นน้ำอีก” ไอ้บอสย่อตัวลงมาคุยกับผมในสระ

“ใครบอกว่ากูลงมาเล่นน้ำ...กูลงมาเล่นตัวต่างหาก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป