บทที่ 3 ความรู้สึกที่ยังไม่จางหาย
คำพูดของเขาเหมือนฝ่ามือที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามาบีบหัวใจของใบบัวอย่างรุนแรง
หญิงสาวเบนสายตาหลบหนี... เธอไม่กล้าพอที่จะสบตากับความเจ็บปวดอันลึกล้ำที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่ปลาบนั้นอีกแล้ว
รถยนต์คันหรูจอดสนิทลงที่หน้าคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นตั้งตระหง่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา คนขับรถรีบก้าวลงมาเปิดประตูให้ทันที แต่ใบบัวยังคงนั่งนิ่งราวกับร่างไร้วิญญาณ
“ลงสิ” เสียงเข้มที่แฝงแววออกคำสั่งดังขึ้นข้างกาย
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกขวัญ ก่อนจะก้าวขาลงจากรถ ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นมองสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่โตเบื้องหน้า ความรู้สึกห่างไกลและต้อยต่ำก็ถาโถมเข้าใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า
โลกของเตมินทร์ไม่เคยมีความเหมาะสมกับผู้หญิงอย่างเธอเลย... เมื่อก่อนไม่ใช่ ตอนนี้ยิ่งไม่มีวันใช่
“หนูใบบัว!”
เสียงหวานอบอุ่นอันแสนคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างของตุลยาที่รีบก้าวเดินออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง “โถ... ผอมลงไปมากเลยลูก”
ใบบัวยกมือขึ้นไหว้ด้วยความนอบน้อม ก่อนจะถูกอ้อมกอดอันอ่อนโยนดึงเข้าไปสวมกอดทันที สัมผัสอันอบอุ่นชวนปลอดภัยนั้นทำเอาขอบตาของหญิงสาวร้อนผ่าวจนเกือบร้องไห้ออกมาอีกรอบ
“หนูขอโทษนะคะที่ต้องมารบกวนคุณป้าดึก ๆ แบบนี้”
“พูดอะไรอย่างนั้นลูก แม่ของหนูกับป้าสนิทกันมากนะ” ตุลยาลูบเรือนผมของเธอเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู ก่อนจะปรายสายตาไปมองลูกชายตัวดีที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงหน้านิ่งอยู่ไม่ไกล “พี่เต... ดูแลน้องดี ๆ ด้วยล่ะ”
เตมินทร์เลิกคิ้วสูง แกล้งทำเสียงขรึม “ใครพี่มันครับ”
“เตมินทร์!” ตุลยาดุลูกชายเสียงเข้มแต่แววตาไม่ได้จริงจังนัก
ใบบัวรีบก้มหน้าลงต่ำทันที ไม่กล้าแม้แต่จะเงยขึ้นไปสบตาเขา
“เข้าบ้านก่อนเถอะลูก เดี๋ยวป้าค่อยคุยเรื่องหนี้สินกับหนู”
คำว่าหนี้สินทำให้อาการของหญิงสาวชะงักกึกไปในทันที ขณะเดียวกันเตมินทร์ก็หันขวับมามองทางนี้โดยอัตโนมัติ
“หนี้อะไรครับคุณแม่”
ตุลยาถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความเห็นใจ “บ้านทรงไทยของหนูใบบัวกำลังจะโดนธนาคารยึดน่ะสิ”
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลงจนน่าอึดอัด ใบบัวรู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีหายไปจากตรงนี้ ทว่าเสียงทุ้มต่ำของเตมินทร์กลับดังแทรกขึ้นมาเรียบ ๆ
“เท่าไหร่”
หญิงสาวรีบปฏิเสธเสียงแข็ง “ฉันจัดการเองได้”
“ฉันถามว่าเท่าไหร่” น้ำเสียงของเขานิ่งสนิทและทรงพลังขึ้นกว่าเดิม
ใบบัวเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ก่อนจะเค้นตัวเลขกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นมา “สิบแปดล้าน...”
แม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกว่ามันเป็นตัวเลขที่มหาศาลและน่ากลัวจนแทบมองไม่เห็นทางชดใช้ แต่เตมินทร์กลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไร้แววตระหนกราวกับตัวเลขนั้นเป็นเพียงแค่เศษกระดาษไร้ค่า
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันให้คนไปปิดบัญชีให้”
ใบบัวรีบเงยหน้าขึ้นคัดค้านตาโต “ไม่ได้นะ!”
ชายหนุ่มหรี่ตาดวงตาคมกริบลงมองจับผิด “ทำไมจะไม่ได้”
“ฉันไม่อยากติดค้าง... ติดหนี้นาย”
คำตอกย้ำนั้นทำให้มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มหยันชวนขนลุก “แต่เธอก็ติดฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง”
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เตมินทร์สาวเท้าก้าวเข้ามาหาเธอช้า ๆ อย่างคุกคาม ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “หกปีก่อน... เธอเอาหัวใจฉันไปทั้งดวง จนถึงป่านนี้เธอยังไม่คิดจะคืนเลยใบบัว”
ใบบัวร่างแข็งทื่อ กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวและไออุ่นจากแผงอกกว้างทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเธอสั่นไหวจนควบคุมไม่ได้
ตุลยามองปฏิกิริยาของเด็กทั้งสองคนเงียบ ๆ ก่อนจะลอบยิ้มบางเบาคล้ายกับมองทะลุปรุโปร่งถึงความรู้สึกสายใยบางอย่าง “เอาเถอะ ๆ เข้าไปพักผ่อนกันก่อน คืนนี้หนูใบบัวนอนค้างที่นี่แหละลูก”
หญิงสาวรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน “ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะคุณป้า เดี๋ยวหนู”
“นอนห้องฉันก็ได้” เสียงทุ้มของเตมินทร์ดังแทรกขึ้นมาหน้าตาเฉย
ใบบัวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “เตมินทร์!”
ไม่ใช่แค่เธอ แต่รวมถึงตุลยาที่ส่งเสียงดุลูกชายลั่นบ้าน
ทว่าชายหนุ่มกลับเค้นหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “ล้อเล่นครับ”
ถึงปากจะบอกว่าล้อเล่น... แต่สายตาคมปลาบที่เขาใช้มองกวาดไล่ตั้งแต่ดวงตาลงมาถึงริมฝีปากของเธอนั้นไม่ได้มีวี่แววของความล้อเล่นเลยสักนิด มันเต็มไปด้วยความรู้สึกอันตราย... เหมือนนักล่าเสือร้ายที่เพิ่งต้อนเหยื่ออันโอชะที่เคยหลุดมือไปนานให้กลับมาเข้าทาง และคราวนี้เขาจะไม่มีวันปล่อยให้เธอรอดชีวิตไปได้อีกเด็ดขาด
