บทที่ 4 หมดรักกันแล้ว?

เวลาล่วงเลยไปจนดึกสงัด 

ใบบัวยืนกอดอกอยู่ริมระเบียงห้องพักสายตาเหม่อลอยมองทอดไปยังผืนน้ำเจ้าพระยาที่สะท้อนแสงไฟยามค่ำคืน เธอยังคงรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังติดอยู่ในความฝัน 

การได้กลับมาเจอเตมินทร์อีกครั้ง... กลับมาอยู่ใกล้ชิดเขาจนลมหายใจเป่ารดกัน ทั้งที่เคยสัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าจะไม่มีวันวนเวียนกลับเข้ามาในวงจรชีวิตของเขาอีกแล้ว 

แกร๊ก 

เสียงปลดกลอนประตูทำเอาใบบัวสะดุ้งตัวโยน พอหันกลับไปมอง หัวใจก็พลันเต้นรัวเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของเตมินทร์ก้าวเข้ามาในห้องนอน 

เขาไม่ได้อยู่ในชุดสูทเหมือนตอนหัวค่ำแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมคอออกสองเม็ด เผยแผงอกแกร่งรำไรชวนให้คนมองใจสั่น“นายเข้ามาทำไม” 

เตมินทร์เอื้อมมือไปดันประตูปิดลงกลอน ก่อนจะสืบเท้าเข้าหาเธอเชื่องช้าทว่ากดดัน “มาคุย” 

“นี่มันดึกมากแล้วนะ ค่อยคุยพรุ่งนี้เถอะ” 

“แต่เรื่องของฉันยังไม่จบ” 

เขามาหยุดยืนซ้อนตรงหน้าเธอพอดิบพอดี ระยะห่างอันน้อยนิดทำให้ใบบัวได้กลิ่นอายบุหรี่จาง ๆ ผสมน้ำหอมบุรุษเพศจากเรือนกายเขา ดวงตาคมเข้มจับจ้องใบหน้าหวานนิ่งสนิท 

“ตอนนั้น... ทำไมถึงทิ้งฉันไป” 

คำถามเดิม... คำถามคาใจที่เขาอยากรู้และเฝ้ารอคอยคำตอบมาตลอดหกปีเต็ม 

ใบบัวรีบหลบสายตาคมกล้าขยี้ใจคู่นั้น “มันผ่านไปแล้วเต... อดีตมันผ่านไปแล้ว” 

“สำหรับเธออาจจะใช่ใบบัว...” น้ำเสียงทุ้มต่ำแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับขั้วโลก “แต่สำหรับฉัน... ไม่เคยมีวันไหนที่มันผ่านไปเลยสักวัน!” 

คำพูดของเขาทำให้ใบบัวพูดอะไรไม่ออก ลมเย็นจากแม่น้ำพัดเข้ามา แต่อกซ้ายกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เตมินทร์ยังคงยืนอยู่ตรงหน้า ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของเขา 

“ตอบฉันมา” เสียงทุ้มต่ำลง “หกปีก่อน... เธอหายไปเพราะอะไร” 

ใบบัวกำชายเสื้อแน่น ภาพวันวานย้อนกลับเข้ามา แม่ที่นอนป่วย เจ้าหนี้ที่มาตะโกนด่าหน้าบ้าน และเอกสารหนี้สินที่กองเต็มโต๊ะ ตอนนั้นเตมินทร์กำลังจะได้ทุนไปอเมริกา อนาคตของเขากำลังสดใส เธอไม่อยากลากเขาลงมาจมกับชีวิตพัง ๆ ของตัวเอง โดยเฉพาะหลังจากได้ยินแม่ของรุ่นพี่พูดว่า “ผู้หญิงแบบนั้น มีแต่จะฉุดอนาคตหมอเตมินทร์” 

“ฉัน... ไม่อยากเป็นภาระนาย” เธอพูดออกมาเบา ๆ 

เตมินทร์นิ่งไป ก่อนจะเค้นหัวเราะในลำคอ “ภาระ?” 

เขาก้าวเข้ามาอีกก้าว “เธอคิดว่าฉันต้องการให้เธอตัดสินใจแทนงั้นเหรอ” 

“นายมีอนาคตที่ดี มีครอบครัวดี ๆ ฉันไม่อยากให้นายต้องมาลำบากเพราะฉัน” 

“ก็เลยหนี? ไม่บอก ไม่โทร ไม่แม้แต่จะลาสักคำ?” 

ใบบัวหลับตาลง เธอรู้ดีว่าเรื่องนั้นเธอผิดเต็ม ๆ 

เตมินทร์มองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาซับซ้อน ตลอดหกปีเขาคิดไปต่าง ๆ นานาว่าเธอหมดรักหรือมีคนใหม่ ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะหายไปเพราะเหตุผลนี้ ยิ่งรู้ เขายิ่งโกรธ... โกรธที่เธอทิ้งเขาไปง่าย ๆ 

“ใบบัว” ชายหนุ่มเรียกชื่อเธอ เสียงเขาแผ่วลงและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เธอรู้ไหมว่าฉันตามหาเธอแทบพลิกกรุงเทพฯ ฉันไปที่โรงพยาบาลทุกวัน ไปรอที่ห้องเช่าเก่าของเธอเป็นเดือน ๆ จนสุดท้ายถึงได้รู้ว่าเธอตั้งใจหายไปจริง ๆ” 

น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้ม ใบบัวสะอื้นจนตัวสั่น “ขอโทษ...” 

คำขอโทษที่มาช้าไปหกปีทำให้อารมณ์ของเตมินทร์ไหววูบ เขาเอื้อมมือมาจับท้ายทอยเธอไว้แน่น บังคับให้สบตา “รู้ไหม... ฉันเกลียดเธอมากแค่ไหน” 

ก่อนที่ใบบัวจะได้พูดอะไร เตมินทร์ก็ก้มลงบดจูบทันที ริมฝีปากร้อนจัดรุกรานอย่างรุนแรง ไม่อ่อนโยนเหมือนในอดีต มันเต็มไปด้วยความโกรธและความคิดถึงที่สะสมมาหลายปี ใบบัวเผลอกำเสื้อเชิ้ตเขาแน่น รสจูบดุดันทำให้สมองเธอขาวโพลน แต่เธอกลับไม่ได้ผลักไส เพราะลึก ๆ แล้วเทยังคิดถึงเขาแทบบ้า 

เตมินทร์ถอนริมฝีปากออกช้า ๆ หน้าผากยังคงแนบชิด ลมหายใจร้อนปะปนกันจนวุ่นวาย 

“จำไว้ใบบัว...” เขาพูดเสียงต่ำ ปลายนิ้วลูบแก้มที่เปื้อนน้ำตาเบา ๆ “เธอเป็นคนกลับเข้ามาเอง ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมปล่อยเธอหนีอีกแล้ว” 

ใบบัวยืนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ทั้งที่ในหัวส่วนลึกพร่ำบอกว่าควรผลักเขาออกไป ทั้งที่ควรจะก้าวถอยหนีและหันหลังให้ผู้ชายคนนี้ตั้งแต่วินาทีแรกที่

เขาก้าวเข้ามาในห้อง ทว่าร่างกายของเธอกลับทรยศต่อความนึกคิดอย่างสิ้นเชิง มันจดจำผู้ชายคนนี้ได้ดีเกินไป... ดีจนน่ากลัว 

มันจดจำสัมผัส จดจำกลิ่นกายที่แสนคุ้นเคย และจดจำได้แม้กระทั่งวิธีที่เขาใช้สายตามองตรงมา 

เตมินทร์ยังคงจับท้ายทอยเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลบหนีไปไหนได้ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามจะฉายส่องและอ่านทุกความรู้สึกที่พังทลายอยู่ในหัวใจ 

“พูดสิ” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นขัดความเงียบ “เธอยังรักฉันอยู่ใช่ไหม” 

คำถามนั้นเหมือนมีใครเอามีดคมกริบมากรีดลงตรงกลางอก ใบบัวหายใจสะดุดก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีทันทีเพื่อหลบสายตา 

“อย่าถามอะไรแบบนี้เลย” 

เตมินทร์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ทว่าแววตาของเขากลับไม่มีความรู้สึกขบขันเลยสักนิด มันเต็มไปด้วยความขมขื่นลึกล้ำที่กักเก็บไว้มานาน 

“ทำไมล่ะ” ชายหนุ่มโน้มหน้าเข้าไปใกล้อีกจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้ม “กลัวที่จะต้องตอบความจริงงั้นเหรอ” 

“เตมินทร์…” 

“หรือเธอจะบอกว่าหมดรักฉันแล้ว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป