บทที่ 6 ขอเป็นสะใภ้

หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น น้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดไปกลับเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง เธอเคยคิดมาตลอดหกปีว่าเตมินทร์คงเกลียดเธอไปแล้ว เกลียดจนไม่อยากเห็นหน้า เกลียดจนอยากลบเธอออกไปจากชีวิต ทว่าความจริงกลับไม่ใช่เลย... ตลอดเวลาที่ผ่านมา คนที่ต้องติดอยู่กับความเจ็บปวดไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว

ก๊อก... ก๊อก...

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้ใบบัวรีบปาดน้ำตาออกจากแก้ม “คะ...”

ครั้งนี้คนที่เปิดประตูเข้ามาไม่ใช่ลูกชายเจ้าของบ้าน แต่เป็นตุลยา หญิงวัยกลางคนส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ “ยังไม่นอนอีกเหรอลูก”

“กำลังจะนอนค่ะ” ใบบัวรีบหยัดกายลุกขึ้นด้วยความเกรงใจ

ทว่าตุลยากลับเดินเข้ามาหาแล้วนั่งลงข้าง ๆ บนเตียงสายตาจับจ้องใบหน้าหวาน “ร้องไห้อีกแล้ว”

ใบบัวก้มหน้าลงต่ำ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ตุลยาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมากุมมือบางของเธอเอาไว้ “แม่ของหนูเคยเล่าเรื่องหนูให้ป้าฟังบ่อยมากนะใบบัว แม่บอกว่าหนูเป็นเด็กดี... แต่เข้มแข็งเกินไป”

หัวใจของใบบัวกระตุกวูบ ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันตา

“แม่ของหนูรักหนูมากนะลูก”

เพียงประโยคนั้น ทำนบน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็พังทลายลงมาเงียบ ๆ ตุลยาดึงร่างบางเข้าไปโอบกอดไว้แนบออก... สัมผัสอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนที่แม่เคยทำ และเป็นสัมผัสที่ไม่มีใครมอบให้เธออีกเลยนับตั้งแต่แม่จากโลกนี้ไป ใบบัวซบหน้าลงกับไหล่หนาแล้วร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย เป็นครั้งแรกตั้งแต่งานศพสิ้นสุดลงที่เธอได้ปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอจริง ๆ

เช้าวันต่อมา...

กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นอบอวลไปทั่วห้องอาหาร ใบบัวก้าวเดินลงมาด้านล่างด้วยความรู้สึกเกรงใจ ทว่าทันทีที่เท้าก้าวพ้นขอบประตู เธอก็แทบอยากจะหันหลังเดินกลับขึ้นไปข้างบนใหม่ทันที เพราะเตมินทร์นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะอาหาร

ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนลวก ๆ สายตากำลังกวาดอ่านเอกสารบางอย่างในมือ แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาขับให้เสี้ยวหน้าหล่อเหลาดูคมคายเกินเหตุเหมือนทุกครั้ง

“นั่งสิลูก” ตุลยาเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม

หญิงสาวจำใจเดินเข้าไปร่วมโต๊ะ ทว่าตำแหน่งที่เหลือกกลับเป็นเก้าอี้ตัวข้าง ๆ เตมินทร์พอดี ชายหนุ่มเหลือบตามองเธอเพียงนิด ก่อนจะเลื่อนแก้วนมอุ่น ๆ มาวางตรงหน้า

“ดื่มซะ”

ใบบัวชะงักไปเล็กน้อย “ฉันอยากได้กาแฟค่ะ”

“กระเพาะเธอไม่ดี” เตมินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเฉยทว่าเด็ดขาด “ดื่มนม”

สายตาดุแกมบังคับทำเอาเธอเผลอยกแก้วนมขึ้นมาดื่มโดยอัตโนมัติ ท่าทางยอมจำนนนั้นทำให้คุณย่าที่นั่งอยู่อีกฝั่งหัวเราะชอบใจทันที

“ยังจำเรื่องของน้องได้หมดเลยนะตาเต”

เตมินทร์ยกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นดื่มหน้าตาเฉย ไม่ได้ปฏิเสธหรือยอมรับ ส่วนใบบัวได้แต่ก้มหน้าหน้าแดงก่ำด้วยความทำตัวไม่ถูก

“หนูใบบัว” คุณย่าเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเอ็นดู หญิงสาวรีบหันไปหา “คะคุณย่า”

“มาเป็นหลานย่าจริง ๆ เถอะ ย่าอยากได้หนูเป็นหลานสะใภ้มานานแล้ว”

ใบบัวสำลักนมอุ่นจนเกือบพุ่ง “คะ?!”

คุณย่าหัวเราะร่วนอย่างชอบใจกับปฏิกิริยานั้น ใบบัวหันซ้ายหันขวาทำอะไรไม่ถูก แต่คนที่ดูจะใจเย็นที่สุดกลับเป็นเตมินทร์ เขายังคงจัดการอาหารเช้าตรงหน้าเงียบ ๆ ราวกับเรื่องที่พูดกันอยู่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร จนกระทั่งตุลยาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะอาหาร

“เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า”

ใบบัวเริ่มใจคอไม่ดี ตุลยาเลื่อนแฟ้มเอกสารหนามาตรงหน้าเธอ เมื่อเปิดออก หญิงสาวก็ต้องเบิกตากว้าง... ภายในเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับบ้านทรงไทยและที่ดินริมน้ำของเธอทั้งหมด รวมถึงยอดหนี้ค้างชำระที่พุ่งสูงจนน่าใจหาย

“ป้าให้คนไปตรวจสอบกับทางธนาคารมาแล้ว” ตุลยาพูดด้วยน้ำเสียงเห็นใจ “หนี้ทั้งหมดรวมดอกเบี้ยจนถึงปัจจุบันคือ สิบเก้าล้านสามแสนบาท และบ้านจะถูกยึดภายในยี่สิบวันนี้”

ความเงียบโรยตัวปกคลุมทั่วห้องอาหาร ใบบัวหน้าซีดเผือด แม้จะรู้ตัวเลขคร่าว ๆ อยู่แล้ว แต่พอมาเห็นเอกสารลายลักษณ์อักษรชัด ๆ แบบนี้ มันกลับหนักหน่วงกว่าที่คิดไว้มาก

“ป้าจะช่วยจัดการใช้หนี้ก้อนนี้ทั้งหมดให้เอง”

หญิงสาวรีบเงยหน้าขึ้นคัดค้านทันที “ไม่ค่ะคุณป้า หนูรับไว้ไม่ได้”

“ฟังป้าก่อนลูก” ตุลยายิ้มบางเบา “แต่มีเงื่อนไขนะ”

หัวใจของใบบัวเต้นกระหน่ำรัวขึ้นมาทันที “เงื่อนไขอะไรคะ”

ผู้เป็นแม่หันไปมองสบตากับลูกชายตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ “แต่งงานกับเตมินทร์”

เคร้ง!

ช้อนในมือของใบบัวร่วงหลุดกระทบจานกระเบื้องเสียงดังสนั่น ทั้งห้องอาหารเงียบกริบ แม้แต่คนรับใช้ที่ยืนอยู่ห่าง ๆ ยังพากันกลั้นหายใจ ทว่าต้นเหตุของเงื่อนไขบ้า ๆ นี้อย่างเตมินทร์... กลับยังคงนั่งจิบกาแฟขรึม ๆ ราวกับรู้อยู่ก่อนแล้ว

“ป้าไม่ได้บังคับนะใบบัว หนูมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ” ตุลยาเอ่ยสำทับ “แต่ป้าคิดว่าหนูเหมาะสมกับตาเตที่สุด”

ใบบัวหันขวับไปมองผู้ชายข้างตัวทันที เธอส่งสายตาเว้าวอนหวังจะให้เขาช่วยปฏิเสธ หรืออย่างน้อยก็บอกว่าเรื่องนี้มันไร้สาระเกินไป ทว่าเตมินทร์กลับวางแก้วกาแฟลงช้า ๆ ก่อนจะหันมาประสานสายตากับเธอตรง ๆ

“ฉันตกลง”

หัวใจของหญิงสาวแทบหยุดเต้น “นาย...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป