บทที่ 1 One Night.

ตอนที่ 1. One Night.

แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาภายในห้องสวีทหรู ลลินค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้าความรู้สึกแรกที่ได้รับคือ...ปวดหัวหนัก จนเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบขมับทั้งสองข้างหญิงสาวนิ่วหน้า ก่อนยกมือขึ้นกดนวดศีรษะเบา ๆ

"โอ๊ย..." เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากเธอหลับตาลงอีกครั้ง พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย

เมื่อคืน...เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเธอกำลังนั่งดื่มอยู่ในบาร์กับมินตรา และข้าวหอมหลังจากนั้นทุกอย่างก็เริ่มเลือนราง

ลลินสูดหายใจลึกแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้งก่อนจะชะงักเพราะนี่ไม่ใช่ห้องของเธอ ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็วห้องพักขนาดใหญ่ เฟอร์นิเจอร์หรูหรากระจกบานสูงที่มองเห็นวิวเมืองจากชั้นบน ทุกอย่างดูแพงเกินกว่าที่เธอจะเคยเข้ามาพัก

หัวใจเริ่มเต้นแรงและยิ่งเต้นแรงกว่าเดิม...เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ

ลลินเบิกตากว้าง ผู้ชายคนหนึ่งกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงเดียวกับเธอ ใบหน้าคมคายสันกรามชัดเจนเส้นผมสีดำยุ่งเล็กน้อยจากการนอน แม้ในยามหลับ เขาก็ยังดูโดดเด่นจนยากจะละสายตา แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวแทบหยุดหายใจไม่ใช่หน้าตาของเขาหากเป็นภาพเสื้อผ้าของทั้งคู่ที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้อง

ทั้งเสื้อสูท เนกไท กระเป๋าถือของเธอ รวมถึงชุดเดรสที่เธอสวมเมื่อคืน ทุกอย่างเกลื่อนอยู่รอบเตียง ลลินยกมือขึ้นทุบหน้าผากตัวเองเบา ๆ ราวกับหวังว่าตัวเองจะตื่นจากฝันร้าย

"ไม่จริง..." เธอพึมพำเสียงแผ่วก่อนพยายามนึกย้อนกลับไป

บาร์...เครื่องดื่ม...เสียงเพลง...แล้วก็...หน้าห้องน้ำผู้ชายคนนั้นชายแปลกหน้าที่นั่งคุยกับเธอ ก่อนที่เธอจะจำอะไรไม่ได้อีกหลังจากนั้น

"ตายแน่..." เธออยากย้อนเวลากลับไปบีบคอตัวเองเมื่อคืนเหลือเกินมินตราต้องฆ่าเธอแน่ ไม่สิ...เธอต่างหากที่ต้องฆ่ามินตราเพราะถ้าเพื่อนไม่ลากเธอไปดื่ม เรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น

หญิงสาวหันไปมองเจ้าของห้องอีกครั้ง เขายังคงหลับอยู่

ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ลลินเม้มริมฝีปากความอับอายเริ่มถาโถมเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก เธอไม่รู้จักชื่อเขา ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ไม่รู้แม้กระทั่งว่าหลังจากนี้ควรพูดอะไร เธอดึงผ้าห่มและก้มดูตัวเอง “โอ๊ยย..เรื่องจริงที่สุด”

ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือ...หนี ใช่หนีไปก่อนลลินรีบลุกจากเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนรวบรวมเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเธอหยิบกระเป๋าขึ้นมาแต่แล้วก็หยุดชะงัก สายตาเหลือบมองชายหนุ่มที่ยังคงหลับอยู่ความรู้สึกผิดประหลาดแล่นวาบขึ้นมา

อย่างน้อย...เธอน่าจะรับผิดชอบอะไรสักอย่างหญิงสาวเปิดกระเป๋าสตางค์ก่อนหยิบธนบัตรออกมาหลายใบนับรวมกันได้ห้าพันบาทเธอวางเงินไว้บนโต๊ะข้างเตียงพร้อมกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนเพียงสั้น ๆ "ขอโทษค่ะ"

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จลลินก็สูดหายใจเข้าลึกแล้วรีบเดินไปที่ประตูก่อนจะเปลี่ยนเป็นกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องทันที

ราวกับกลัวว่าเจ้าของห้องจะตื่นขึ้นมาเห็น เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ทิ้งให้ห้องสวีทกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงชายหนุ่มบนเตียงค่อย ๆ ขยับตัว

คิรากรขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อแสงแดดยามเช้าส่องเข้ามากระทบดวงตา  เมื่อคืนเขาดื่มไม่น้อย แม้จะไม่ได้เมาจนขาดสติ แต่ก็เพียงพอให้หลับลึกกว่าปกติ มือหนายกขึ้นกดนวดต้นคอก่อนจะหันไปมองอีกฝั่งของเตียง

รอยยับบนผ้าปูบ่งบอกว่ามีใครบางคนเคยนอนอยู่ตรงนั้นแต่ตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่เงา คิรากรเลิกคิ้วแล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งความทรงจำเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ หญิงสาวดวงตาแดงก่ำรอยยิ้มบาง ๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูจริงใจ มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบนโต๊ะข้างเตียง ธนบัตรสีม่วงหลายใบวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ

คิรากรชะงัก "..อะไรของเธอวะ" เขาเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาหนึ่งพัน สองพัน สามพัน สี่พัน ห้าพันชายหนุ่มนิ่งไปหลายวินาทีก่อนมองเงินในมือสลับกับเตียง

จากนั้น...เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ก็หลุดออกมา "หึ..." ตอนแรกเป็นเพียงเสียงหัวเราะเบา ๆ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งขำจนสุดท้ายต้องยกมือขึ้นลูบหน้าไม่รู้ว่าควรโกรธหรือควรหัวเราะดีตลอดชีวิตสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำเรื่องแบบนี้กับเขา ไม่เคยมีใครเดินหนีและยิ่งไม่เคยมีใคร...ทิ้งเงินไว้ให้

"บ้าไปแล้ว" คิรากรส่ายหน้า ก่อนจะเหลือบเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่วางอยู่ข้างกัน ขอโทษค่ะ มีเพียงสามคำสั้น ๆ ไม่มีชื่อไม่มีช่องทางติดต่อใด ๆ เหมือนเจ้าตัวตั้งใจตัดทุกความเป็นไปได้ที่จะให้เขาตามหา

ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้แฝงความเจ็บใจอยู่ไม่น้อยสายตาคมกวาดมองรอบห้อง ก่อนจะสะดุดเข้ากับรอยเปื้อนเล็ก ๆ บนผ้าปูสีขาว คิรากรชะงักไปชั่วครู่ แล้วความจริงบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัวเขาหลุบตามองธนบัตรห้าพันในมืออีกครั้ง จากนั้นจึงพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเหลือเชื่อ "นี่กูค่าตัวแค่ห้าพันเหรอวะ"

บทถัดไป