บทที่ 5 เริ่มงานใหม่
ตอนที่ 5. เริ่มงานใหม่
สามวันต่อมา 07.45 น. ลลินยืนอยู่หน้าตึกสำนักงานใหญ่ของ K Group ด้วยหัวใจที่เต้นแรงอาคารกระจกสูงเสียดฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า พนักงานจำนวนมากกำลังเดินเข้าออกอย่างเร่งรีบหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนก้มมองชุดทำงานของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
เสื้อเชิ้ตสีครีม กระโปรงทรงดินสอสีดำและรองเท้าส้นสูงคู่โปรดทุกอย่างดูเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ
"สู้ ๆ นะลลิน" เธอพึมพำให้กำลังใจตัวเองก่อนก้าวเข้าไปในอาคาร วันนี้คือวันแรกของการเริ่มต้นใหม่และเธอตั้งใจว่าจะทำมันออกมาให้ดีที่สุด
หลังจากรายงานตัวกับฝ่ายบุคคล ลลินก็ได้รับการแนะนำงานเบื้องต้นรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่เธอจะรับผิดชอบเลขานุการส่วนตัวประธานบริษัท ตำแหน่งที่หลายคนใฝ่ฝันและหลายคนก็หวาดกลัว
"ประธานเป็นคนทำงานจริงจังมากนะคะ" เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลพูดพลางยิ้ม
"แต่ถ้าปรับตัวได้ คุณจะได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก"
ลลินพยักหน้า "ค่ะ"
"อีกเดี๋ยวฉันจะพาคุณขึ้นไปพบท่านประธาน"
หัวใจของหญิงสาวเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ตื่นเต้นตามประสาพนักงานใหม่เธอไม่เคยพบเจ้าของบริษัทใหญ่ระดับนี้มาก่อนลิฟต์ส่วนตัวเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบนสุดของอาคาร ยิ่งสูงขึ้น ลลินก็ยิ่งรู้สึกกดดันจนกระทั่งประตูลิฟต์เปิดออก
ด้านหน้าคือสำนักงานขนาดใหญ่ตกแต่งอย่างหรูหราแต่เรียบง่ายทุกอย่างดูเป็นระเบียบจนแทบไร้ที่ติ
"เชิญค่ะ" เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลพาเธอเดินไปหยุดหน้าประตูไม้บานใหญ่ ก่อนเคาะเบา ๆ
ก๊อก ก๊อก "ท่านประธานคะ เลขาคนใหม่มาถึงแล้วค่ะ"
เสียงทุ้มดังตอบกลับมาจากภายใน "เข้ามา"
เพียงสองคำสั้น ๆแต่กลับทำให้ลลินรู้สึกคุ้นหูอย่างประหลาดหญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะผลักประตูเข้าไปและในวินาทีถัดมา...โลกทั้งใบของเธอก็แทบหยุดหมุน
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร ดวงตาคมเข้มสบเข้ากับดวงตาของเธอพอดี หัวใจของลลินหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ไม่จริง...ไม่มีทาง...ผู้ชายคนนั้นผู้ชายจากโรงแรมผู้ชายที่เธอทิ้งเงินห้าพันบาทเอาไว้ให้ กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเธอในฐานะ...
ประธานบริษัท
ลลินแทบหยุดหายใจ มือเย็นเฉียบไปหมดสมองขาวโพลนในหัวมีเพียงประโยคเดียววนซ้ำไปมา
ทำไมเป็นเขา! ทำไมต้องเป็นเขาด้วย! ลาออกตอนนี้ทันไหมนะเธออยากหันหลังวิ่งออกจากห้องเดี๋ยวนั้นอยากกดลิฟต์ลงไปชั้นล่าง
อยากลาออก อยากย้ายประเทศ อยากเอาหน้าแทรกพื้นหนี แต่ทำได้เพียงยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลยังคงพูดต่อ
"นี่คุณลลินค่ะ เลขาคนใหม่ของท่าน"
คิรากรมองเธออยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าเรียบนิ่งจนอ่านอะไรไม่ออกก่อนจะพยักหน้าสั้น ๆ
"อืม" แค่นั้นไม่มีท่าทีตกใจ ไม่มีการแสดงออกว่าเคยรู้จักกันไม่มีแม้แต่ประกายความคุ้นเคยในดวงตา ราวกับเขาไม่เคยเห็นเธอมาก่อน ลลินกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนความหวังจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น
หรือว่า...เขาจะจำเธอไม่ได้? ก็จริงคืนนั้นพวกเขาเจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นก็ไม่เคยพบกันอีก บางทีสำหรับเขาเธออาจเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หรือเขาอาจจะเมามากจนจำอะไรไม่ได้ ใช่ต้องเป็นอย่างนั้น เขาและถูกลืมไปแล้ว เมื่อคิดแบบนั้นหญิงสาวก็แอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกดีแล้ว แบบนี้ดีที่สุดต่างคนต่างทำงานต่างคนต่างอยู่ และไม่มีใครต้องพูดถึงเรื่องน่าอายคืนนั้นอีก
"คุณลลิน" เสียงทุ้มดังขึ้นทำให้เธอสะดุ้ง
"คะ?"
"คุณจะยืนเหม่ออีกนานไหม หรือว่าวันแรกก็เริ่มงานไม่ไหวแล้ว" ลลินหน้าเหวอทันที
"มะ...ไม่ค่ะ"
"งั้นนั่ง" หญิงสาวรีบเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก่อนก้มหน้ามองแฟ้มในมือตัวเอง ไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายส่วนคิรากรก็กลับไปอ่านเอกสารต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ยิ่งเห็นท่าทีแบบนั้น ลลินก็ยิ่งมั่นใจเขาจำเธอไม่ได้จริง ๆ โชคดีชะมัด...หญิงสาวแอบโล่งใจอยู่ในใจโดยไม่รู้เลยว่า...คนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานนั้นจำเธอได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ประตูเปิดจำได้แม้กระทั่งชื่อเครื่องดื่มที่เธอสั่งในคืนนั้น
จำได้แม้กระทั่งรอยยิ้มตอนเธอหัวเราะและจำได้เป็นอย่างดี...ว่าตัวเองถูกทิ้งเงินห้าพันบาทเอาไว้บนโต๊ะข้างเตียง
คิรากรก้มมองเอกสารในมือ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเพียงเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น
'เจอตัวจนได้นะ...'
ดวงตาคมเข้มเหลือบมองหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่เงียบ ๆ
ก่อนจะคิดในใจอย่างอารมณ์ดี
'คราวนี้คุณหนีผมไม่ได้แล้ว คุณเลขา' ศิรากรจ้องมองหน้าเธออยู่นานก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
“ปกติคุณดื่มไหม ? ”
“คะ ? ” ลลินร้องออกมาด้วยความตกใจ และนั่งนิ่งคิดอยู่นานแต่ยังไม่ทันที่เธอจะตอบอะไร ศิรากรก็พูดขึ้น
“วันนี้เราจะไปเลี้ยงส่งเลขาคนเก่า และถือโอกาสเลี้ยงต้อนรับเลขาคนใหม่”
“อ่อค่ะ ๆ ไปได้ค่ะแต่ว่าดิฉันไม่ดื่มนะคะ”
