บทที่ 1 1 เด็กในปกครอง

18 ปีก่อน ตรอกสลัมข้างบ่อนคาสิโนเก่า

"ฮือ... พ่อ... แม่... ตื่นสิ... ลุกมาคุยกับหนูนะ..."

เสียงเล็กๆ สั่นเครือแข่งกับเสียงสายฝน เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบนั่งแช่น้ำครำ เขย่าร่างไร้วิญญาณของพ่อแม่ที่นอนจมกองเลือดอย่างสิ้นหวัง

กึก...

เสียงรองเท้าหนังกระแทกพื้นคอนกรีตหยุดลงตรงหน้า เด็กน้อยเงยหน้าเปื้อนโคลนขึ้นมอง เห็นเด็กหนุ่มชุดสูทสีดำยืนค้ำหัวอยู่ ใบหน้าหล่อเหลานั้นเรียบเฉยจนน่ากลัว ข้างหลังมีชายร่างยักษ์กางร่มให้

"พวกขยะ... ตายเพราะติดหนี้พนัน สมเพชชะมัด"

"ฮือ... พี่ชาย ช่วยพ่อแม่หนูด้วย..." มือน้อยๆ ที่เต็มไปด้วยเลือดคว้าหมับเข้าที่ขากางเกงสแล็คราคาแพงของเขา "หนูยอมทำทุกอย่าง... จะล้างจานใช้หนี้ก็ได้ อย่าเอาพ่อแม่หนูไป..."

เด็กหนุ่มก้มมองรอยเลือดที่เปื้อนกางเกง ปกติเขาคงสะบัดทิ้งไปแล้ว แต่สายตาของเด็กคนนี้... มันไม่ใช่ลูกแกะที่กำลังกลัวจนลนลาน แต่มันเหมือนลูกหมาป่าที่กำลังเจ็บเจียนตายและพร้อมจะกัดตอบโลกใบนี้

คามินในวัย 17 ปี ย่อตัวลงนั่งยองๆ เชยคางมนขึ้นมา

"ชื่ออะไร"

"จะ... จันทร์เจ้า... ฮึก"

"จันทร์เจ้า?" คามินเหยียดยิ้ม "ชื่อสวยดีนี่... ฟังนะจันทร์เจ้า ร้องไห้จนน้ำตามันกลายเป็นเลือด พ่อแม่เธอก็ไม่ฟื้นหรอก"

"..."

"แต่ถ้าอยากรอด... อยากแก้แค้นไอ้พวกสวะที่ฆ่าพ่อแม่เธอ... หรือแค่อยากมีข้าวกิน" คามินยื่นมือออกไปตรงหน้า "ก็ไปกับฉัน"

เด็กน้อยกลืนก้อนสะอื้น มองมือหนาสลับกับหน้าเขา "ไป... แล้วพ่อแม่..."

"ฉันจะให้ข้าว ให้ที่ซุกหัวนอน ส่งเสียเธอเรียน... แต่แลกกับชีวิตของเธอ" นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์จ้องลึกเข้าไปในตาเด็กน้อย "เธอต้องเป็นดาบให้ฉัน... เป็นโล่ให้ฉัน... และห้ามตายจนกว่าฉันจะสั่ง... ตกลงไหม"

มือเล็กที่สั่นเทาค่อยๆ วางลงบนมือเขาอย่างไม่มีทางเลือก

"ตกลง... ค่ะ"

นั่นคือสัญญาเลือดที่ผูกวิญญาณของจันทร์เจ้าไว้กับคามิน... ตลอดไป

ปัจจุบัน ภายในรถยนต์กันกระสุน

ปึ่ก!

ฝ่ามือหนาฟาดลงบนเบาะข้างตัวจนจันทร์เจ้าสะดุ้งเฮือก หลุดจากภวังค์ทันที

"ใจลอยไปถึงไหน ห๊ะ" เสียงทุ้มต่ำถามห้วนๆ คามินนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้า ในมือถือแก้ววิสกี้ แต่สายตากลับไล่มองสำรวจชุดเกาะอกของเธอแทบจะทะลุเนื้อผ้า

"เปล่าค่ะบอส... แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ" จันทร์เจ้าตอบเสียงเบา มือพยายามดึงชายกระโปรงที่ผ่าสูงลิ่วให้ปิดขาอ่อน แต่มันแทบไม่ช่วยอะไร

"เรื่องเก่า? สมัยเป็นเด็กขี้แยแบกขี้มูกน่ะเหรอ" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ "ตอนนั้นเธอยังดูเข้าท่ากว่าตอนนี้เยอะ อย่างน้อยก็ว่านอนสอนง่าย ไม่ใช่ใส่ชุดบ้าๆ ออกไปเร่ขายเนื้อหนังให้ผู้ชายมันแทะโลมเล่นแบบนี้!"

"จันทร์เจ้าไม่ได้เร่ขาย!" เธอสวนกลับทันควัน "นี่มันแผนของคุณพริกหวาน จันทร์เจ้าแค่ทำตามหน้าที่ เป็นนกต่อล่อให้พวกมันตายใจ..."

"ล่อเป้าหรือล่อตะเข้!" คามินกระแทกแก้วลงกับที่วางแขน "นมแทบจะหก ขาแทบจะแหกไปถึงไหนต่อไหน รู้ไหมไอ้มาร์โก้มันมองเธอตาเยิ้มขนาดไหน ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจไอ้ฟราน ฉันเป่าสมองมันกระจายคาโต๊ะไปแล้ว!"

"บอสคะ... แยกแยะหน่อยสิคะ นี่มันงาน..."

"งานของเธอคือฆ่าคน ไม่ใช่ยั่วคน!" เขาตะคอกกลับ ขยับตัวเข้ามาบีบปลายคางเธอแน่น "ฉันสอนให้ยิงปืน สอนให้หักกระดูกคน ส่งเรียนจนจบปริญญา... ไม่ได้เพื่อให้มาทำตัวเหมือนโสเภณีชั้นสูง!"

วาจาเชือดเฉือนทำเอาขอบตาร้อนผ่าว จันทร์เจ้ากัดริมฝีปากแน่น กลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจสุดฤทธิ์

"ขอโทษค่ะ... ที่ทำให้ขายหน้า" เสียงเธอสั่นเครือ "คราวหลังจันทร์เจ้าจะจำใส่กะลาหัวไว้... ว่าตัวเองมันก็แค่เด็กข้างถนนที่บอสเก็บมาเลี้ยง ไม่มีสิทธิ์สะเออะทำตัวสวยงามเทียบใครเขา"

คามินชะงักเมื่อเห็นน้ำตาคลอหน่วยในดวงตาคู่นั้น ความโกรธที่พุ่งพล่านเมื่อครู่สะดุดกึก

"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น..."

"จอดรถค่ะลุงพล" จันทร์เจ้ากดอินเตอร์คอมสั่งคนขับทันที "ฉันจะลงตรงนี้... ไม่อยากนั่งรถหรูๆ ให้เสนียดคนจนมันติดเบาะรถบอส"

"ใครสั่งให้จอด ขับต่อไป!" คามินตะโกนลั่นรถ ก่อนจะคว้าแขนเธอไว้ "จะไปไหน... อย่ามางี่เง่าใส่ฉันนะจันทร์เจ้า!"

"ปล่อย! บอสเกลียดจันทร์เจ้าไม่ใช่เหรอ เกลียดขี้หน้ากันนักก็ปล่อยสิ!" เธอดิ้นพราดๆ น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมา

"ใครบอกว่าเกลียด..." คามินคำรามในคอ กระชากร่างบางปะทะอกแกร่ง กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่ขัดกับลุคนางเสือยั่วสวาททำเอาสติเขาขาดผึง "ถ้าเกลียด... กูจะหวงมึงจนจะเป็นบ้าตายห่าอยู่แล้วเนี่ย!"

ริมฝีปากร้อนฉกวูบลงปิดปากช่างเถียง บดขยี้อย่างดุดันเอาแต่ใจตามสันดานมาเฟีย มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าอย่างถือสิทธิ์ ก่อนเลื่อนลงขยำสะโพกนุ่มภายใต้ชุดราตรีเนื้อบางจนขึ้นรอยมือ

"อื้อออ... บอส... อ่อย..." (ปล่อย)

เสียงประท้วงกลายเป็นเสียงครางอู้อี้ กำปั้นที่ทุบอกเขาค่อยๆ คลายออก รสสัมผัสที่โหยหามาตลอดทำให้เธอยอมจำนน คามินถอนจูบออกช้าๆ หน้าผากแนบชิด ลมหายใจหอบกระเส่าเป่ารดกัน

"จำใส่สมองไว้จันทร์เจ้า... ชีวิตเธอเป็นของฉัน... ร่างกายเธอเป็นของฉัน" เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก แววตาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างบ้าคลั่ง "ตั้งแต่หัวจรดเท้า... ทุกตารางนิ้ว... ฉันเป็นเจ้าของคนเดียว"

"ถ้าฉันเห็นใครมองเธอแบบนั้นอีก ฉันจะควักลูกตามัน... และถ้าเธอไปยิ้มให้ใครอีก ฉันจะขังลืมเธอไว้ในห้องนอน ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย... เข้าใจไหม"

จันทร์เจ้ามองสบตาผู้ชายที่เป็นทั้งเจ้าชีวิตและเจ้าหัวใจ

"เข้าใจ... เข้าใจแล้วค่ะบอส"

คามินกระตุกยิ้มมุมปาก... รอยยิ้มที่อันตรายยิ่งกว่าปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอว

"ดี... งั้นคืนนี้กลับไปที่ห้องฉัน... ฉันจะทบทวน ความเป็นเจ้าของ ให้เธอจำได้จนขึ้นใจ"

บทถัดไป