บทที่ 4 4 เลือดแลกชีวิต
เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะ คามินชะงักมือที่กำลังโอบไหล่จันทร์เจ้า เขาพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด นิ้วแกร่งกดรับสายพร้อมกรอกเสียงห้วนจัด
"ว่าไงวิทย์... ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย มึงเตรียมหางานใหม่ได้เลย"
"บอสครับ! ด่วนจริงๆสายรายงานว่าพวกไอ้มาร์โก้ รอสซี่ รวมตัวกันที่โกดัง 4 ท่าเรือสินค้า... มันจับคนของเราไปสองคน! มันขู่ว่าถ้าบอสไม่ไปเจรจาคืนหุ้นให้เจ้านายมัน มันจะระเบิดคลังสินค้าทิ้งเดี๋ยวนี้เลยครับ!"
คามินขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน เสียงทุ้มที่เพิ่งนุ่มนวลเมื่อครู่กดต่ำลงจนน่าขนลุก "ไอ้พวกหมาจนตรอก... เตรียมรถ ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้"
ทันทีที่สายถูกตัด จันทร์เจ้ายกหลังมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าลวกๆ ไหล่ที่ลู่ลงเมื่อครู่ยืดตรงตั้งฉาก ดวงตาที่เคยสั่นไหวแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉย
"จันทร์เจ้า... เธอรออยู่นี่"
"ไม่ได้ค่ะพวกมันมีตัวประกัน ขู่วางระเบิด บอสเข้าไปคนเดียวไม่ได้"
มือบางกระชากประตูตู้ คว้าแม็กกาซีนกระสุนยัดใส่ร่องเข็มขัดสนามดังกริ๊กๆ ติดต่อกันสามอัน ก่อนจะดึงซองหนังสีดำขึ้นมารัดเข้าที่ต้นขาขวาทับกางเกงยุทธวิธีอย่างคล่องแคล่ว
"บอสต้องการคนคุ้มกันระยะประชิด... และสไนเปอร์คอยระวังหลัง ซึ่งฉันทำได้ทั้งหมดฉันปล่อยให้บอสไปเสี่ยงคนเดียวไม่ได้... โดยเฉพาะตอนที่บอสกำลังโกรธแบบนี้"
คามินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเด็ดเดี่ยวของคนตรงหน้า เขาพ่นลมหายใจยาว ลูบหน้าตัวเองแรงๆ หนึ่งที "เออ! งั้นเกาะติดฉันไว้... ห้ามห่างตัวเด็ดขาด เข้าใจไหม!"
"รับทราบค่ะ"
ท่าเรือสินค้า โกดัง 4
คามินก้าวลงจากรถตู้สีดำสนิท จันทร์เจ้าทิ้งระยะห่างด้านหลังเขาเพียงครึ่งก้าว มือขวากำด้าม Beretta แนบข้างลำตัว สายตาตวัดมองซ้ายขวา กวาดขึ้นไปตามแนวตู้คอนเทนเนอร์ที่ซ้อนกันเป็นชั้นสูงลิบ
กลางลานกว้างใต้แสงไฟสลัว ชายฉกรรจ์ต่างชาติเจ็ดแปดคนยืนกระจายกำลังคุมเชิง ตรงกลางคือลูกน้องของคามินสองคนที่ใบหน้าอาบเลือด ถูกมัดติดกับถังน้ำมันขนาดใหญ่
"มาเร็วกว่าที่คิดนี่ คุณคามิน!" ชายหัวโล้นรอยสักเต็มลำคอตะโกนก้อง รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นบนใบหน้ากร้าน "นึกว่าจะมัวแต่กกอีหนูอยู่บนตึก จนลืมลูกน้องตาดำๆ ซะแล้ว!"
"ปล่อยคนของกู...แล้วกูจะยอมหลับตาข้างนึง ปล่อยพวกมึงกลับอิตาลีไปแบบมีลมหายใจ"
"ฮ่าๆๆ! กลับเหรอ! มึงฆ่านายน้อยกู แล้วคิดว่าแค่ปล่อยพวกกูกลับมันจะจบเหรอวะ!" ปลายกระบอกปืนลูกซองกระแทกเข้าที่ขมับของตัวประกันจนเลือดซึม "เซ็นโอนหุ้นคืนมาเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นกูจะส่งพวกมึงลงนรกไปพร้อมกับโกดังนี่แหละ!"
จันทร์เจ้ายกมือซ้ายขึ้นแตะหูฟัง ริมฝีปากขยับกระซิบแผ่วเบา "พี่วิทย์... สแกนจุดซุ่มยิง"
สายตาของเธอจดจ่ออยู่ที่เงามืดบนเครนยกสินค้าสลับกับหลังคาโกดัง
"เคลียร์ครับ...แต่พี่สังหรณ์ใจแปลกๆ มุมอับหลังตู้คอนเทนเนอร์สีแดงทางขวา... กล้องวงจรปิดจับภาพไม่ได้"
คามินก้าวเข้าไปหาช้าๆ อย่างคุกคาม "หุ้นเหรอ... กูมีแต่ลูกตะกั่ว มึงจะแดกสักกี่เม็ดล่ะ"
"ไอ้สารเลว! งั้นก็ตายซะมึง!"
หัวหน้าโจรขยับนิ้วชี้เตรียมเหนี่ยวไก
ปัง!
กระสุนพุ่งเจาะกลางแสกหน้าชายหัวโล้นจนหงายหลังตึง จันทร์เจ้าลดกระบอกปืนในมือลง ควันจางๆ ลอยกรุ่นที่ปลายกระบอก
"บอส! หลบ!"
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
สิ้นเสียงเตือน ห่ากระสุนก็สาดทะลุความมืดเข้าใส่กันทันที จันทร์เจ้าพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อคามิน เหวี่ยงร่างสูงใหญ่ให้ล้มกลิ้งเข้าไปหลังกองพาเลทไม้ซ้อนหนา
"ทางขวา! สามนาฬิกา!" จันทร์เจ้าร้องบอกพิกัดให้ลูกน้องคนอื่น เธอผุดลุกขึ้นประทับปืน ลั่นไกซ้ำสองนัดติด ร่างของศัตรูที่กำลังวิ่งชาร์จเข้ามาล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้น
เสียงปืนจากฝั่งศัตรูเงียบลงชั่วอึดใจ แต่ในจังหวะนั้นเอง หางตาของจันทร์เจ้าสะดุดเข้ากับจุดสีแดงเล็กจิ๋ว... แสงเลเซอร์กำลังลากผ่านหัวไหล่ของคามิน เลื่อนต่ำลงมาหยุดนิ่งที่ตำแหน่งหัวใจของเขา
"บอส!!"
เธอทิ้งปืนในมือ ถีบตัวพุ่งเข้าใส่คามินเต็มแรง สองแขนรวบตัวเขาให้ล้มหงายลงกับพื้นร่างบางพลิกทับอยู่ด้านบนบังตัวเขาไว้มิดชิด
ฉึก!
"อึก!"
จันทร์เจ้าเบิกตากว้าง กัดริมฝีปากตัวเองจนได้กลิ่นคาวเลือด ความรู้สึกแสบร้อนเหมือนถูกเหล็กเผาไฟนาบเข้าที่เนื้อ แม้กระสุนจะแค่ถาก ไม่ทะลุจุดสำคัญ แต่มันกรีดเปิดปากแผลลึกจนเลือดทะลักซึมเสื้อเชิ้ตของเธอทันที
"จันทร์เจ้า!" คามินร้องเสียงหลงเมื่อรับรู้ถึงแรงกระตุกเกร็งของร่างที่ทับอยู่บนตัว
แต่เธอไม่มีเวลาตอบ สองมือยันพื้นฝืนยัดตัวเองให้ลุกขึ้นคุกเข่า มือขวาเลื่อนลงไปกระชากมีดบินที่รัดต้นขาไว้ออกมา สายตาตวัดมองขึ้นไปบนยอดตู้คอนเทนเนอร์ที่แสงเลเซอร์เพิ่งดับลง เธอสะบัดข้อมือสุดแรงส่ง
ฟึ่บ!... อ๊ากกก!
เงาดำบนความสูงสามชั้นร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดัง ด้ามมีดสั้นปักมิดคาลูกกระเดือกของมือสไนเปอร์
"เคลียร์... แฮก... พื้นที่... เคลียร์..." จันทร์เจ้าสูดหายใจเข้าลึกทางปาก มือซ้ายตะปบเข้าที่เอวตัวเองแน่นบีบปากแผลไว้ เธอพยายามยันเข่าลุกขึ้นยืน ขาทั้งสองข้างสั่นระริกแต่ยังฝืนทำหน้าเรียบเฉย
คามินดีดตัวลุกขึ้นยืน เขากวาดสายตามองรอบลานกว้าง เมื่อลูกน้องของเขากระจายกำลังคุมพื้นที่และเคลียร์ศัตรูที่เหลือจนหมด เขาจึงหันขวับกลับมาหาเธอ
"เป็นยังไง! โดนยิงตรงไหน พูดสิจันทร์เจ้า! โดนตรงไหน!"
"มะ... ไม่โดนค่ะ..." เธอฝืนยิ้ม ริมฝีปากซีดเผือดไร้สีเลือด มือซ้ายยังคงซ่อนกดแผลไว้ใต้ชายเสื้อ "แค่... ล้มกระแทกพื้น... จันทร์หลบมันทัน... โอ๊ย!"
เธอหลุดเสียงร้องออกมาเมื่อคามินหมดความอดทน เขาดึงมือซ้ายของเธอออกอย่างแรง
เลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนเต็มฝ่ามือของเธอ มันหยดติ๋งๆ ลงบนกางเกงจนชุ่ม และกำลังไหลลงไปกองเป็นวง
"นี่คือไม่โดนเหรอวะ เลือดไหลขนาดนี้มึงบอกไม่โดน! บ้าเอ๊ย! วิทย์!! เอารถมาเทียบเดี๋ยวนี้! โทรบอกธาราเมดิแคร์ให้เตรียมห้องฉุกเฉิน!!"
"บอส... ฉันไม่เจ็บ..." จันทร์เจ้าพยายามยกมือขวาขึ้นแตะแขนเขา แต่ปลายนิ้วเธอเย็นเฉียบ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว ร่างบางเอนซบลงกับอกแกร่งอย่างหมดแรง "บอส... ปลอดภัย... ก็ดีแล้ว..."
"หุบปาก! เก็บแรงไว้หายใจ!"
คามินตวัดแขนช้อนข้อพับและแผ่นหลังของเธอ อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกทันที เลือดสีแดงเปรอะเปื้อนเสื้อของเขาเป็นวงกว้าง แต่เขาไม่ปรายตาคอยมองมันด้วยซ้ำ
"ทำบ้าอะไรของเธอ! ใครสั่งให้เอาตัวมารับกระสุนแทนฉัน ชีวิตเธอเป็นของฉัน! ถ้าฉันไม่อนุญาต เธอไม่มีสิทธิ์เอามาทิ้งขว้างแบบนี้!"
"ก็... มันเป็นหน้าที่...หน้าที่... ปกป้องเจ้านาย..."
"ฉันไม่ต้องการหน้าที่! ฉันต้องการเธอ!!"
คามินตะคอกกลับเสียงแหบพร่า เขาวางร่างเธอลงบนเบาะหลังรถตู้อย่างระมัดระวังที่สุด มือหนาสั่นเทาขณะกดผ้าลงบนปากแผลที่เอวเพื่อห้ามเลือด ดวงตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น... เป็นความกลัวจับใจที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับตั้งแต่วันที่สูญเสียพ่อ
"ลืมตาไว้จันทร์เจ้า... ได้ยินฉันไหม! ห้ามหลับเด็ดขาดถ้าเธอทิ้งฉันไป... ฉันจะตามไปถลกหนังพวกมันทั้งโคตร... แล้วฉันจะลงนรกไปลากวิญญาณเธอกลับมา... ได้ยินไหมจันทร์เจ้า!"
เปลือกตาของจันทร์เจ้าหนักอึ้ง เธอปรือตามองใบหน้าหล่อเหลาที่เปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันของคนเป็นนาย... อยากจะเอื้อมมือไปเช็ดหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมให้เขาเหลือเกิน แต่ร่างกายไม่ตอบสนองคำสั่งอีกแล้ว
"บอส... ร้องไห้... อีกแล้วนะคะ..."
"จันทร์เจ้า!!! ไอ้สัสวิทย์ เหยียบให้มิดไมล์เลยโว้ย!!"
