บทที่ 7 น้ำเชี่ยว อย่าไสเรือไปขวาง
ตอนที่ 7 น้ำเชี่ยว อย่าไสเรือไปขวาง
“หอมจริง”
เจ้าของดวงตาคมจ้องมองตรงมายังกระผมเมื่อลมโชยพัดผ่านนำกลิ่นน้ำปรุงซึ่งกระผมแอบหยดใส่ลงมาบนเนื้อตัวและหลังมือสามสี่หยดในขณะที่คุณหลวงมัวแต่หันไปเด็ดบัวสามสี่ดอกเมื่อครู่
“หอมหรือขอรับ กฤษณาไม่ยักได้กลิ่น”
“หอม...หอมจริงๆ นะเจ้า กฤษณาเจ้าไม่ได้กลิ่นหรือ”
“กลิ่นอะไรหรือขอรับ” กระผมแสร้งทำเป็นไม่รู้ความแล้วเอื้อมมือข้างหนึ่งซึ่งหยดแตะน้ำปรุงไปรับดอกบัวกำใหญ่มาจากชายหนุ่ม
“กลิ่นนี้...” มือหนาคว้าดึงมือของกระผมไปแตะลงตรงปลายจมูกแล้วสูดดมเหมือนหลงใหลในกลิ่นหอม
“แต่นี่มือกฤษณาขอรับ” กระผมเงยหน้ายิ้มอย่างเอียงอายแต่ไม่ได้ดึงมือกลับมา
“กฤษณาข้าว่ากลิ่นหอมนี้มาจากกายเจ้าไม่ผิดแน่”
“มาจากกายของกฤษณาอย่างนั้นหรือขอรับ”
“ใช่”
“แต่กฤษณาไม่ได้กลิ่นอะไรเลย” กระผมก้มลงสูดกลิ่นน้ำปรุงซึ่งตัวเองหยดพรมลงไปแล้วหันไปแย้มยิ้มให้คนตรงหน้า
“ข้าขอไปดมใกล้กว่านี้ได้หรือไม่”
คุณหลวงพลัดถิ่นขยับเข้ามาใกล้พร้อมทั้งเอนกายเอียงหน้าลงมาแนบจมูกลงสำรวจกลิ่นหอมจากซอกคอและอกเสื้อของกระผมจนชิด ฝ่ามือข้างหนึ่งจับประคองเอวคอดบางของกระผมเอาไว้อย่างหลวมๆ ส่วนอีกข้างหนึ่งประคองไหล่เอาไว้ราวกับกลัวว่าหมอยาอย่างกฤษณาจะสะบัดเบี่ยงตัวหลบหนี
“คุณหลวง”
“กฤษณาข้าชื่นชอบกลิ่นกายเจ้าเหลือเกิน”
ใบหน้าคมเงยแหงนขึ้นก่อนจะเลื่อนเข้าใกล้แล้วประทับจูบจากริมฝีปากนุ่มขึ้นมาบนกลีบปากหมอยาอย่างกระผม แผ่นหลังนั้นค่อยๆ เหยียดตรงนั่งจนอยู่ในท่ามั่นคงบนเรือพายลำน้อย ท่อนแขนหนาคว้าช้อนอุ้มยกให้กระผมขยับเข้าไปชิดแล้วเริ่มล่วงเกินกอดจูบลูบคลำไปตามเนื้อตัว
เมื่อน้ำเชี่ยวกฤษณาจะไม่ไสเรือไปขวาง
กระผมวางเรียวแขนโอบกอดต้นคอหนาเอาไว้แล้วเลื่อนกายขยับปรับท่าเอนลงนอนบนกองดอกบัวนับร้อยโดยมีร่างสูงเอนทับลงมาไม่ห่าง ท้องฟ้าเบื้องบนเหนือขึ้นไปฉายแสงสีส้มเข้มขึ้นบอกเวลาย่ำค่ำโพล้เพล้เต็มทน ตัดกับดวงตาสีดำเป็นประกายวิบวับราวกับดาวประกายพรึกเบื้องหน้าของคุณหลวงทองสืบที่จ้องมองกระผมราวเห็นว่าหมอยาคนนี้เป็นขนมหวานคำโตที่หมายจะกินเข้าปากแล้วกลืนลงท้องไปเสียให้ได้
“คุณหลวง เรือจะล่มนะขอรับ” กระผมเย้าหยอกยั่วยวนด้วยสายตาส่งให้คุณหลวงวัยหนุ่มซึ่งเริ่มขยับร่างกายมากขึ้นทุกที
“กฤษณาข้าหยุดตัวเองไม่ได้เลย”
“แต่คุณหลวงต้องหยุดก่อนนะขอรับ” กระผมยิ้มอย่างพอใจเมื่อสัมผัสถึงเครื่องชายใต้ผ้านุ่งเนื้อบาง รับรู้ถึงความตึงคับกลัดมันของคนหนุ่มเมื่อเวลาอยากปลดปล่อยอารมณ์กระสัน
“แต่ใจข้าจะขาดแล้วนะกฤษณา”
“คุณหลวงอยู่กับหมอยา กฤษณาไม่ปล่อยให้คุณหลวงทรมานหรอกขอรับ”
“อย่างไรหรือ”
“เลือดลมคนหนุ่มปล่อยให้คั่งค้างเอาไว้ไม่ดีนัก...กฤษณาจะคลายเส้นให้คุณหลวงเอง”
กระผมล้วงมือลงไปใต้ร่างแกร่งปลดปมผ้านุ่งออกจากเอวของคุณหลวงแล้วล้วงลึกลงไปกำท่อนเนื้อขนาดใหญ่เท่าข้อแขนเอาไว้จนเต็มกำมือ ไอร้อนจากเลือดลมซึ่งไหลลงไปรวมอยู่ยังจุดสำคัญแผ่ออกมาทะลุฝ่ามือเสียงครางต่ำๆ จากเจ้าของท่อนเนื้อดังขึ้นอยู่ข้างหูแล้วสะบัดหน้าลงมาจูบปากกับกระผมเหมือนคนอดกลั้นความกระสันอยาก
ตำราการนวดเปิดช่องลมเรียกเลือดลมส่วนล่างถูกกระผมนำออกมาใช้งานอย่างชำนาญ เพราะกระผมต้องนวดดูแลนายโลมกะหรี่บนเรือนราตรีเป็นประจำตำรานวดคลายเส้นนี้กระผมเชี่ยวชาญตั้งแต่อายุได้เพียงเก้าปีเท่านั้น กระผมขยับใช้ปลายนิ้วนวดคลึงรูดดึงไปตามถุงอัณฑะกลมใหญ่เหมือนไข่สองใบห้อยติดอยู่ส่วนโคน ตรงกลางนั้นลำเนื้ออัดแน่นไปด้วยเส้นเอ็นพองคับขยับกระตุกเป็นจังหวะตามเวลาเส้นเอ็นยืดหด
“กฤษณาข้าทรมานเหลือเกิน”
“ปล่อยตัวตามสบายขอรับ กฤษณาจะปรนนิบัติคุณหลวงเอง”
ฝ่ามือนั้นเริ่มต้นชักขยับขึ้นขยับลงเป็นจังหวะจากช้าเร่งเร็วมากขึ้นตามระยะเวลา เจ้าของเอ็นอุ่นล้มลงนอนแผ่อ้าขากางออกกว้างเปิดทางให้หมอยาเช่นกระผมพลิกขึ้นมานั่งด้านบนแล้วโน้มตัวลงไปกอดจูบคุณหลวงรูปงาม เสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหนาหยาบนิดๆ ถูกถลกขึ้นไปกองอยู่เหนือแผงอกติดกับลำคอเผยหัวนมสีน้ำตาลอ่อนให้กระผมก้มลงไปดูดดึงเล่น เสียงครวญครางอย่างสุขสมอารมณ์กระสันดังก้องไปทั่วสระบัวก่อนที่มันจะกระชั้นหนักขึ้นเมื่อกระผมก้มต่ำลงไปดูดเอาแท่งเอ็นท่อนยาวตรงหว่างขาหนานั้นเข้าไปไว้ในปาก
“กฤษณา”
ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นผ่านพ้นไปจนตะวันลับยอดไม้หายไปแล้ว ท้องฟ้าเบื้องบนเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้ม ส่วนสีส้มของแสงอาทิตย์เหลือระบายทิ้งไว้บนผืนฟ้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าของร่างหนานอนกระตุกเกร็งเกาะกำ กราบเรือพายเอาไว้แน่น น้ำรักกลิ่นคาวอ่อนๆ พุ่งฉีดออกมาจนเต็มหน้าเต็มปาก กระผมเอื้อมมือลงไปเด็ดดอกบัวกลีบจวนโรยขึ้นมาแล้วใช้กลีบบางของมันลูบไล้ไล่ไปตามแผ่นท้องเปลือยเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำกามนั้นอย่างบรรจง ใช้กลิ่นเกสรดอกบัวอันหอมฟุ้งกลบกลิ่นคาวของน้ำแห่งกามารมณ์คนหนุ่มซึ่งนอนยิ้มอย่างพอใจในการปรนนิบัติของกระผม
“คุณหลวง” กระผมขยับตัวเอนลงไปแตะริมฝีปากลงตรงข้างแก้มสาก
“ข้าไม่เคยมีความสุขอย่างนี้มาก่อนเลยกฤษณา”
