บทที่ 10 ตอนที่6/1 ยายแม่มด (1)
“ต่อไปนี้ฉันไม่รักคุณอีกแล้ว พิมพ์ตะวันคำไหนคำนั้น ถ้าฉันยังกลับมาจมปลักอยู่ในโคลนตมนี่อีก ฉันขอตายให้จบๆ ไปดีกว่า ฉันไม่คิดแก้แค้นคุณด้วย จบคือจบ คุณหมดความหมายสำหรับฉัน ตัดขาดวันนี้ก็ขออย่าให้พบให้เจอกันอีก”
เธอแทบไม่อยากเสียเวลาคุยกับเขานาน กล่าวรวบรัดสะสางทั้งชาติก่อนชาตินี้จบเร็วๆ ก็ขึ้นข้างบนไปเก็บของต่อ
ฐารวีคาดไม่ถึงกับผลลัพธ์ตรงหน้าจึงไม่ทันโต้ตอบ เมื่อครู่พิมพ์ตะวันขอจบความสัมพันธ์กับเขา พร้อมทั้งคืนบัตรเครดิตทั้งหมด คนอย่างเธอ ผู้หญิงที่รักเขาหัวปักหัวปำไม่ลืมหูลืมตา วันนี้กลับสามารถตัดขาดได้ง่ายดาย
คิดว่าเขาโง่หรือไง
ต้องปัญญาอ่อนแค่ไหนถึงจะตกหลุมพรางแผนการเสแสร้งแบบนี้ เก็บไว้หลอกเด็กอมมือเถอะ
“เออ! จำเอาไว้!อย่ากลืนน้ำลายตัวเองล่ะ”
คืนนั้นฐารวีโมโหมากจึงไม่นอนค้างอยู่บ้านพักที่เขาซื้อให้พิมพ์ตะวัน เธอเองก็ไม่ใส่ใจถามไถ่ เก็บของเรียบร้อย รุ่งเช้าติดต่อบริษัทรับขนมาย้ายออก ยกเว้นพวกเครื่องประดับกับชุดราคาแพงที่เขาซื้อให้ พิมพ์ตะวันไม่แตะต้อง เธอเอาไปแต่ข้าวของที่เป็นของเธอ ไม่เหลือไว้สักชิ้นเดียว
ที่อยู่ใหม่ก็คือคอนโดมิเนียมใจกลางกรุงแห่งหนึ่ง คอนโดฯนี้มีความสูงทั้งหมดสิบสามชั้นรวมดาดฟ้า เป็นอสังหาริมทรัพย์เดียวที่มีชื่อพิมพ์ตะวันเป็นเจ้าของ เธอจำได้ว่าตัวเองอยากซื้อห้องไว้เพราะตั้งอยู่ในทำเลทอง ยุ่งอยู่กับการจัดของและเพลิดเพลินกับอิสระได้สามวัน ก็มีคนโทรมาตาม
เป็นหัวหน้าฝ่ายการตลาดซึ่งชอบประจบประแจงพิมพ์ตะวัน ฝ่ายนั้นเป็นห่วงเป็นใยถามว่าทำไมเธอไม่ไปทำงาน
พิมพ์ตะวันนับดู ตนหายหน้าหายตาไปตั้งสามวันพึ่งจะมีคนถามหา ไม่รู้ควรซาบซึ้งหรือน้อยใจดี ถ้าเพื่อนๆ พนักงานเป็นห่วงจริงๆ คงทักมาตั้งแต่วันแรกแล้ว นี่คงอยากได้คำตอบอื่นเพื่อยืนยันสถานการณ์ของเธอมากกว่า
ก็นะ ไม่แปลกหรอก ตนก่อเรื่องไว้ไม่น้อย สร้างศัตรูทั่วสารทิศ ถ้าเป็นไปได้อีกฝ่ายคงอยากให้ลาออกจะแย่
ย้อนเวลากลับมาแต่ไม่ได้มีเงินเพิ่มเลย ตอนนั้นน่าจะรูดเอาจากฐารวีสักหน่อย แต่เอาไปเดี๋ยวก็เป็นข้อให้เขามาหัวเราะเยาะ ช่างเถอะ ตอนนี้มันไม่เกี่ยวกับเงินแล้ว
“แล็บท็อบยังอยู่ที่บริษัทใช่ไหมนะ ไม่ได้ ต้องไปเอากลับมา”
งานที่อยู่ในเครื่องทั้งหมด เธอจะไม่ยอมให้ใครมาชุบมือเปิบฟรีๆ ได้อีก
ชาติก่อน เรื่องที่ทำให้เธอเสียใจล้วนเกี่ยวข้องกับฐารวี ชีวิตพัง สังคมจอมปลอมรุมเหยียบ หลากหลายเหตุการณ์ประดังประเดโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นสูงกระหายทำลายล้าง ยิ่งพอผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัว สิ่งที่เคยเป็นของเธอ ทั้งหน้าที่การงานและคนรักก็ถูกหยิบฉวยไป ชาตินี้ฐารวีเธอไม่เอาแล้ว แต่งานออกแบบที่ทำไว้จะไม่ยอมให้ใครมาชุบมือเปิบเหมือนในอดีตเด็ดขาด
ฉะนั้นต้องไปเอาแล็บท็อบที่บริษัทก่อน ครั้งที่แล้วซึ่งน่าจะเป็นช่วงสัปดาห์แฟชันที่มิลาน ตนชะล่าใจจึงถูกขโมยข้อมูลได้ง่ายๆ บริษัทที่มีแต่พวกพนักงานจ้องจะฉกกัดกันไม่ต่างจากรังงูเห่า เธอไม่อยากทำงานอยู่ที่นั่น
แม้ยังไม่ได้คิดว่าจะไปทำอะไรต่อ อาจเหมือนเลื่อนลอยแต่คนอย่างพิมพ์ตะวัน ตราบใดที่ยังมีเรี่ยวแรงไม่งอมืองอเท้าอดตายแน่นอน
วันต่อมา พิมพ์ตะวันขับรถไปยังบริษัท เธอไม่รีบร้อน ประมาณสิบโมงเช้าตอนที่ทุกคนทำงานกันไปได้สักพักค่อยมาถึง ตึกสูงสิบเจ็ดชั้นแห่งนี้ยังคงเหมือนเดิม พิมพ์ตะวันสัมผัสความคุ้นเคยเก่าๆ แล้ววนรถขับไปยังจุดจอดประจำตำแหน่ง พลันเหลือบเห็นว่ามีรถหรูสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ข้างรถของประธานบริษัท
หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตากระจ่างย่นคิ้ว พลางแค่นเสียง เฮอะ!อย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก
ต้องรู้ว่าจุดจอดบนชั้นนี้สงวนไว้ให้กับผู้บริหารและพนักงานระดับสูงโดยเฉพาะ ข้างรถท่านประธานกรรมการใหญ่จะเว้นพื้นที่ไว้พอสำหรับจอดรถถึงสี่คัน พิมพ์ตะวันที่เมื่อก่อนถือสิทธิ์ว่าเป็นคนโปรดแสดงความเป็นเจ้าของฐารวีด้วยการจอดรถข้างเขาเสมอ
นี่ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน คนหน้าเนื้อใจเสือนั่นก็หาใหม่มาแทนได้แล้ว ซ้ำยังมอบรถหรูให้เสียด้วย
“เฮอะ! ใครสน”
ลานจอดออกจะกว้าง เธอไม่ได้สิ้นหนทางจนต้องโวยวายเรียกร้องขนาดนั้น
“จุ๊ๆ ยัยแม่มดมาแล้ว หลบเร็ว!”
“ชู่ เบาเสียงหน่อย เกิดนางได้ยินจะซวยเอา”
พิมพ์ตะวัน (“…”)
ขอบคุณที่ยังอุตส่าห์กระซิบ พอดีเธอไม่ได้หูหนวก อยู่ใกล้แทบมองเห็นตัวคน คงจะไม่ได้ยินสักนิดเลยมั้ง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลา พิมพ์ตะวันรู้ว่าซอกหลืบมุมอับกล้องวงจรปิดบริเวณนี้ เป็นสถานที่ราวกับสวรรค์ของพวกเด็กฝึกหัดวัยรุ่นตบะแตก ไม่มาซ่องสุมแอบสูบบุหรี่ ก็มักจะมาแอบกินอาหารที่สั่งจากข้างนอก โดยเฉพาะเด็กฝึกผู้หญิง
ทั้งที่บางคนฐานะทางบ้านดี แต่กลับเลือกมาอดอยากอยู่ที่นี่เพื่อรอวันเป็นศิลปินเต็มตัว ต้องฝึกร้องฝึกเต้น ที่สำคัญต้องควบคุมน้ำหนัก เทียบกับเธอสมัยที่เติบโตมาในบ้านปันรักยังนับว่ามีอิสระกว่า
พิมพ์ตะวันไม่สนใจพวกเขา เร่งฝีเท้าไปยังลิฟต์แล้วกดชั้นที่สามซึ่งเป็นส่วนของสำนักงาน มีคนทักทายเธออย่างกล้าๆ กลัวๆ ตลอดทาง บางคนหลบได้ก็หลบ ทำราวกับเห็นยักษ์มารผีสางจะเอาชีวิตอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อก่อนตัวเธอหยิ่งผยองวางมาดนายหญิง มาทำงานแต่ละวันเชิดหน้าเชิดคอ เข้าใจไปเองว่าท่าทีนบน้อมพวกนี้คือเคารพยำเกรง
พอเลิกสำคัญตัวเบิกตาให้กว้างกว่าที่เคย จึงพบว่าทั้งหมดมันตรงข้ามกันเลย ที่พวกเขาคอหดเลี่ยงได้เลี่ยง เป็นเพราะหวาดวิตกและกลัวฤทธิ์เดชของเธอต่างหาก พิมพ์ตะวันนะพิมพ์ตะวัน ร้ายกาจจนคนเขาขยาดเช่นนี้ เหลือเชื่อจริงๆ
