บทที่ 8 ตอนที่5/1 สมน้ำหน้า เจ้าชู้ดีนัก (1)

เขาส่งข้อความไปถามณัฐดนัย ตั้งใจจะพาคนเมากลับให้ถึงบ้าน แต่เพื่อนกลับตอบมาว่าเขาปอดแหก กลัวพิมพ์ตะวันจะจับได้เลยไม่กล้าล่ะสิ ไหนบอกจะพิสูจน์ว่าไม่ใช่เสือสิ้นลาย

แต่ละคำสบประมาทกันไม่ไว้หน้า แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เล่นตามน้ำเพราะนี่ดึกแล้ว ไม่อยากทะเลาะกับใครบางคนก่อนนอน เถียงกันทีสามสี่ชั่วโมง มันน่าเบื่อ พึ่งโดนตบแบบงงๆมาด้วย 

ณัฐดนัยไม่ตอบกลับมาอีก หญิงสาวที่กำลังเมาขยับตัว เอ่ยปากอย่างคออ่อนหมดแรง “พลอยอยู่ที่คอนโดXXXค่ะ”

คอนโดฯนี้มีชื่อเสียงไม่น้อยหน้าหมู่บ้านคนรวยที่ฐารวีกับณัฐดนัยอาศัยอยู่ ชายหนุ่มไปส่งเธอถึงหน้าห้อง แต่คนกลับล้มลงเดินเข้าไปเองไม่ได้ ฉะนั้นเขาจึงต้องอุ้มขึ้นมาแล้วพาเข้าไปอย่างไม่อาจเลี่ยง

ถึงเตียงนอน ขณะวางร่างเพรียวบางลงอย่างเบามือ ที่ลำคอหนาพลันมีท่อนแขนโอบกอดไว้แน่น

“พี่ฐา พลอยร้อนมากๆ เลยค่ะ”

สาวน้อยไม่ยอมปล่อยเขาไป เธอเริ่มซุกไซ้ สูดดมกลิ่นกายชายหนุ่มและซบพิงแผ่นอกอันร้อนแรง

“ร้อนมากๆ เลย”

“เอ่อ…ปล่อยมือก่อนดีไหมครับ มีเบอร์เพื่อนไหม เราเมาแล้วพี่จะโทรเรียกคนมาอยู่เป็นเพื่อน”

“พลอยไม่เมา พลอยแค่ร้อน พี่ฐาช่วยถอดเสื้อออกให้พลอยหน่อยได้ไหมคะ”

เมายังไงพูดได้เป็นประโยคยาวขนาดนี้ ฐารวีมีประสบการณ์ไม่ใช่น้อย ก่อนที่เขาจะโดนพิมพ์ตะวันยึดตัวไว้ เขาเคยเจอมาหมดสารพัดรูปแบบของมารยาหญิง และรู้ว่าสาวสวยตรงหน้าคงไม่รามือง่ายๆ

ฐารวีวางคนลงบนเตียงจนได้ พอเขาหมายจะผละไป ก็โดนคว้าแขนไว้ มือน้อยนำพาให้มือหยาบใหญ่วางลงบนจุดหนึ่ง พลอยใสแก้มแดงแจ๋ บนใบหน้าปรากฏความไม่ยอม

“ตรงนี้ร้อนมากเลยค่ะ พี่ฐารู้สึกไหมคะ”

อืม เขาย่อมรู้สึก ก็จุดที่เธอกุมมือตนไปวางทับคือตำแหน่งหัวใจนี่ เต้นแรงจนน่ากลัวเสียขนาดนี้ สาวๆ เวลารุกก็เอาเรื่องแหะ อยากเสียตัวให้เขาจนไม่กลัวว่าจะมีใครเข้ามาขัดคอเลย ถ้าเป็นเมื่อก่อนโดนขย้ำจมเตียงไปแล้ว แต่นี่…

ฐารวีหันคอมองไปยังประตูห้อง ต้องรู้ว่าพิมพ์ตะวันเป็นคนที่เหลือเชื่อมาก ตลอดห้าปีที่อยู่กับเธอ แมลงยังไม่พ้นสายตา นับประสาอะไรถ้าเขาจะแอบสนุกกับผู้หญิงอื่น เธอตามจับได้เสมอ ตามเจอหมด

แล้วจะเสี่ยงดีไหม ที่อยู่ตรงนี้อ้อนได้น่าสงสารซะด้วย ก้อนเนื้อที่จับอยู่ก็มีขนาดไม่ธรรมดาเหมือนกัน

พลอยใสปล่อยมือ เปลี่ยนเป็นยื่นใบหน้าไปใกล้กับเป้ากางเกงของชายหนุ่ม “พี่ฐาไม่ร้อนเหรอคะ”

ยั่วเก่งจริงๆ ฐารวีแทบจะยิ้มเยาะออกมา เขาโดนอ่อยบ่อยจนชินแล้ว จะต้องน่าตื่นเต้นกว่านี้หน่อยถึงจะมีอารมณ์ร่วม “ไม่ร้อนครับ น้องพลอยพักผ่อนเถอะ พี่กลับก่อน”

“เดี๋ยวสิคะ ไม่งั้น ให้พลอยช่วยจัดการให้ไหมคะ พลอยรู้สึกว่าตรงนี้ของพี่ค่อนข้างร้อน”

แกร๊ก!

ยังไม่ทันที่จะได้ปลดเข็มขัดหรือขยับไปทำอย่างอื่น ด้านหลังประตูพลันเปิดเข้ามา ฐารวีหันขวับคอเกือบเคล็ด แขนกระตุกเตรียมรั้งตัวคนไว้ไม่ให้ก่อเรื่อง พิมพ์ตะวัน เขาคิดไว้แล้วว่าเธอไม่ปล่อยผ่านหรอก ผู้หญิงคนนี้จมูกไวยิ่งกว่าสุนัขอีก

“วันนี้แกตายแน่!”

คนมารูปลักษณ์แปลกตา สูงใหญ่กำยำ บนใบหน้าปรากฏความดุร้ายราวกับสุนัขพิตบูลแยกเขี้ยว อย่าว่าแต่ฐารวีที่ตกใจ พลอยใสบนเตียงแทบจะสร่างเมาเลยเดี๋ยวนั้น

หญิงสาวละล้ำละลัก ด้วยความตื่นตระหนกเธอจึงไม่ได้ส่งเสียงสักแอะทั้งที่เป็นเจ้าของห้อง เอาแต่เงียบจนอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาต่อยฐารวี

เขาไม่ทันตั้งหลักเพราะไม่คาดว่าคนมาจะไม่ใช่พิมพ์ตะวัน พอโดนหมัดชกเข้าที่ซีกแก้มจึงเซเป๋ไปเล็กน้อย ผู้ชายที่ไม่ถามไถ่สักคำก็แปลงร่างเป็นหมาบ้าทำร้ายร่างกายยังตามมาคว้าคอเสื้อของเขาหมายจะซัดเปรี้ยงอีกสักหมัด แต่คราวนี้ไม่ง่าย ฐารวีตัวสูงใหญ่ไม่ด้อยกว่า ครั้นพบว่าเจรจาไม่น่าจะฟัง มีมือเท้าเหมือนกันเขาเลยจัดการสวนกลับไป

หญิงสาวร้องว้ายคำหนึ่ง ก่อนจะโซเซลงจากเตียงมาขวางอยู่ตรงกลาง “พี่เพิ่มฟังก่อน!พี่ฐาเขาแค่มาส่งพลอย”

“ฮึ!ถุ้ย!น้ำหน้าอย่างมัน ขึ้นมาถึงห้องผู้หญิงแล้ว จะแค่ส่งอย่างเดียวเรอะ นี่ถ้าพี่มาช้ามันแหกขาแกแน่”

อีกฝ่ายราวกับรู้จักกันมาก่อน ฐารวีกระชับปกเสื้อ ลูบรอยยับให้เรียบ แทนที่จะอธิบายแก้ตัวเขากลับแสยะยิ้ม ไม่รู้สึกว่าผู้ชายกล้ามใหญ่แต่ฝีมือกระจอกตรงหน้าน่ากลัวสักนิด ทั้งเหมือนจะขบขันอยู่หน่อยๆ

“ใครจะแหกขาให้ใครก่อนก็ยังไม่แน่หรอก นี่กูเคยมีเรื่องกับคนไร้น้ำยาที่แม้แต่แฟนตัวเองยังคุมไม่ได้ด้วยเหรอวะ”

“เฮอะ!มึงจำกูไม่ได้? งั้นคงจำน้องแนนแฟนกู คนที่มึงเคยแย่งไปตอนเรียนปีสองได้ใช่ปะ พวกคนเชี่ยๆ นี่ต่อให้ผ่านไปกี่ปีก็ไม่เปลี่ยนสันดาน มาตอนนี้มึงยังกล้ายุ่งกับน้องสาวกูอีก มันพึ่งอายุสิบเจ็ดโว้ย!”

ฐารวีย่อมจำหญิงสาวชื่อแนนอะไรนี่ไม่ได้ สมองของเขาไม่ได้มีที่ว่างกับเรื่องไร้สาระ ตอนปีหนึ่งปีสองสมัยเรียน ก่อนตกหลุมพรางแม่จงอางหวงไข่ เขาหาความสุขสนุกไปทั่ว ที่คู่กรณีหยิบยกมาบางทีอาจเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริง เพราะนี่ไม่ใช่รายแรกที่บอกว่าโดนเขาแย่งแฟน

พูดกันตามเนื้อผ้า คนอย่างฐารวีไม่จำเป็นต้องแย่งของๆ ใคร น้องแนนที่ว่าน่าจะมาหลงใหลได้ปลื้มเขาเองแล้วเขี่ยอีกฝ่ายทิ้งมากกว่า

ประเด็นนี้ช่างเถอะ ที่ทำให้ตื่นตะลึงก็คือหญิงสาวตรงหน้า ไม่สิ ต้องเรียกว่าเด็กสาว เธอพึ่งจะอายุ 17 ปีหรอกเหรอ

ฐารวีมองพลอยใสยิ้มๆ “ขอโทษทีน้องสาว ไว้บรรลุนิติภาวะแล้วค่อยมาเสนอตัวให้พี่ใหม่นะ อายุไม่ถึงอย่าเที่ยวเข้าผับเข้าบาร์ มันลำบากคนอื่นเขา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป