บทที่ 10 นางกวางติดบ่วง
สองหนุ่มที่มองตามหลังหุ่นเซ็กซี่อย่างเผลอตัว ถึงกับต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกัน ..
“เฮ้ย คนนี้ฉันจองแล้วนะ”
มาร์ครีบพูดโพลงออกมา เพื่อกำจัดคู่แข่งของหัวใจ
“เออน่า .. ฉันอุตสาห์คัดสรรมากับมือแท้ๆ แกดันเจอของดีเข้าจนได้ เสียดายฉิบ!”
ไมค์ทำเป็นบ่นพึมพำ แกล้งเย้าแหย่เพื่อนที่ท่าจะตกหลุมรักเลขาสาวของตนแบบโงหัวไม่ขึ้น จนต้องเที่ยวบิน ไปๆมาๆ ไทย-ฝรั่งเศสถี่เป็นว่าเล่น เพื่อแวะเวียนเยี่ยมหาเขา เพราะหวังได้เจอหน้าเลขาสาวคนงาม งานการก็มีมากยังสละเวลาสละเงินมาแบบนี้ คงต้องช่วยมันหน่อย
“ปกติแกไม่มีรสนิยมกินไก่วัดนี่หว่าไอ้ไมค์... เกิดเป็นชายอย่ากลืนน้ำลายตัวเองนะเว้ย”
มาร์ครีบย้ำแล้วย้ำอีก เหมือนคนหวงก้าง
“ไก่วัด มันอึ๋มน่าล่อ... นี่จะโทษสมภารอย่างเดียวไม่ได้นะครับ ฮ่าๆๆ”
ไมค์พูดกลั้วหัวเราะ ด้วยความสะใจที่เห็นเพื่อนออกอาการเต้นเป็นเจ้าเข้า
“เฮ้ยๆ.... ไอ้เพื่อนเวรนี่ ถ้าแกแตะคนนี้ น้องอันนาแกเสร็จฉันแน่”
มาร์ครีบเอาสาวสวยที่เพื่อนหนุ่มหลงรักอย่างปักใจขึ้นมาขู่บ้าง
“ยอมๆ...”
ไมค์โบกไม้โบกมือขอสงบศึก ก่อนเก็บของจำเป็นพาเพื่อนหนุ่มออกไปข้างนอกทำตามแผนการของจอมกะล่อนไหว้วานอย่างนึกสนุกด้วย
รินลณี รีบเก็บกระเป๋าเครื่องสำอางค์เอาของที่จำเป็นพร้อมเอกสารเดินตามหลังสองหนุ่มไปขึ้นรถตู้คันหรูแบบหนักใจ เธอต้องมีสติให้มากไม่มองไปที่เขาท่องไว้ให้ขึ้นใจว่า ‘เขาไม่เอาแกหรอก อย่าทำตัวไร้ค่าให้เขาดูถูกแกได้นะ รินลณี’
ภาพหญิงสาวที่ปั้นสีหน้าขึงขัง นั่งหลังตรงแด่วตาจ้องมองไปข้างหน้าเหมือนกับว่าเป็นคนขับรถซะอย่างนั้น กับเพื่อนหนุ่มที่เก๊กทำเป็นอ่านนิตยสารแต่แอบเหล่มองเลขาสาวคนงามของเขา ทำให้ไมค์ที่เฝ้าสังเกตุอาการหนุ่มสาวทั้งคู่หลุดฮาก๊ากออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“ก๊ากก .... ฮ่า ๆๆ”
ไมค์หัวเราะหน้าแดง จนสองหนุ่มสาวหันมาสบตากันโดยอัตโนมัติแล้วมองไปที่ต้นเสียงทำลายความสงบ
“แกเป็นอะไร ?”
มาร์คถามคนบ้าจี้ด้วยความสงสัย
“ฉันโดนไรฝุ่นจั๊กจี้น่ะไม่มีอะไร อย่าสนใจเพื่อน”
เพื่อนตอบมาแค่นั้น มาร์คก็รู้ตัวทันทีว่าเผลอแสดงอาการหื่นออกนอกหน้า ชายหนุ่มแสร้งทำว่าตนเหนื่อยเอนร่างสูงใหญ่หลับตานอนลงอย่างกลบเกลื่อน
“ฉันเจ็ทแลค ของีบในรถ ถึงร้านอาหารค่อยคุยกันนะ”
“เออ! ... ฝันดี ฉันของีบเหมือนกันเมื่อคืนก็ไม่ค่อยได้นอน”
ไมค์พูดทำนองแบบให้รู้กันกับเพื่อนรักว่าตัวเองไปทำกิจกรรมอะไรหนักมาก่อนหน้านี้แล้วเอนตัวลงหลับบ้าง
ส่วนรินลณีที่นั่งเบาะหน้าสองหนุ่มเห็นแบบนั้นก็แอบงีบตามเพราะโดนแอร์รถแล้วถ้าหากไม่ได้ขับเองหล่อนมีอาการง่วงนอนทุกที
ร่างบอบบางเซ็กซี่เผลอหลับคอพับคออ่อน จนคนที่อ้างว่าเจ็ทแลคต้องมาปรับเบาะเอนนอนลงให้ แถมตาซุกซนยังแอบมองอกอวบอึ๋มแน่นเบียดดันรอยผ่าคอเสื้อกับขาเรียวสวยราวกับโดนเหลามาโผล่จากขอบกระโปรงสั้น มันเซ็กซี่ซู่ซ่าเร้าอารมณ์หนุ่มจนเป้าเขาตั้งตุงโด่
ไม่ได้การละ ถึงฝั่งคนขับจะมีกระจกกั้น แต่เพื่อนเขาเป็นหนุ่มทั้งแท่ง (แท่งโตซะด้วยสิ) อยู่ในรถด้วยกัน มันจะเห็นของรักของหวงเขาไม่ได้เด็ดขาด คิดแล้วก็ถอดสูทสุดหรูคลุมสาวอึ๋มไว้ด้วยความหวงแหน
ร่างแน่งน้อยยืดแขน เงยหน้า บิดขี้เกียจอย่างลืมตัว ยกมือปิดปากหาว แบบคนงีบเต็มอิ่มสุดๆ พอลืมตาไปจ๊ะเอ๋เข้ากับเจ้านายหนุ่มและอีตาขี้เก๊ก ก็ต้องสะดุ้งสุดตัว
“ อ๊าา สบายจังเลย..... อุ้ย!!! ขอโทษค่ะ นี่ๆ เราถึงร้านอาหารแล้วเหรอคะ”
รินลณีเอ่ยถามอ้อมแอ้มแบบกลัวความผิด ที่ละเลยหน้าที่เผลอตัวงีบเวลางานให้เจ้านายนั่งรอเธอตื่นตาเขียวปั๊ด!
“ตื่นก็ดีแล้ว ทุกคนคงหิวมากแล้วจะได้ไปทานกลางวันซะที”
ไมค์พูดจบ สองหนุ่มก็ลงจากรถเดินนำเข้าไปที่ร้านอาหาร บอสหนุ่มใจดีทำเก๊กโกรธตามแผนเพื่อนตัวร้าย ที่พอลับตายัยเปิ่นก็อมยิ้มกับความน่ารักแบบหลุดๆของเจ้าหล่อน อย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงความเป็นธรรมชาติของรินลณี
‘ขนาดหลับอุตุยังน่ารักเป็นบ้าเลย ถ้าอยู่กันลำพังมีหวังเขาคงอดใจไม่ไหว ปล้ำทำเมียในรถไปแล้ว’
“อะไรแก... นี่ เก็บอาการหน่อย หน้าเก๊กแต่ไอ้นั่นของแกมันจะทะลวงกางเกงขาดแล้ว”
ไมค์ทำปากปุ้ยใบ้ชี้เป้าให้เพื่อนหนุ่มรู้ตัว
“เออ!.. รู้แล้ว เดินบังให้หน่อยก็แล้วกัน”
“แกอย่าเอาไอ้นั่นของแกมาทิ่มประตูหลังฉันละกัน ฉันยังซิงอยู่นะ”
“เห็นก้นแกฉันก็หมดอารมณ์แล้ว หายห่วงได้ไอ้ไมค์”
ไมค์หันมองตามเป้าจอมขยันทำงานของมาร์ค
“เออ... หมดอารมณ์จริงๆ ว่ะ”
รินลณีเช็คความเรียบร้อยของตัวเองเสร็จแบบรวดเร็วใน 5วินาที ก็กุลีกุจอหอบหิ้วเสื้อสูทและเอกสาร เดินตามอย่างไวด้วยสำนึกผิดที่บกพร่องหน้าที่ ‘แย่แล้วนังริน..ใกล้สิ้นปีก็ดันมาหลุดภาพสาวเก่ง เป็นนังบังอรขี้เซานอนหาวปากกว้าง ทำเจ้านายอารมณ์บูดมู้ดดี้ โบนัสสิ้นปีนี้จะลดลงไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้วนะ’ คิดแล้วยิ่งปวดจิตกับตัวเอง
ร่างบางรีบสาวเท้าเดินแซงนำหน้าเอาเสื้อสูทส่งคืนให้ คู่กัดในดวงใจ พร้อมเอ่ยขอบคุณเขาอ้อมแอ้ม
“ขอบคุณสำหรับเสื้อค่ะ”
“Avec plaisir mademoiselle”อะเว็คเพรซี่ มาดมัวเซล “ด้วยความยินดีครับคุณผู้หญิง”
มาร์คกล่าวตอบเป็นภาษาฝรั่งเศส ค้อมหัวเล็กน้อย แบบสุภาพบุรุษ ทำเอารินลณีไม่อยากคืนเสื้อให้ อยากเก็บเอาไว้ห่มกาย ให้เหมือนอยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆของเขา
ชั่วแว๊บเดียวที่สบตาสีฟ้าทำเอาเธอหน้าแดงแป๊ด ใจเต้นแรงจนเกือบระเบิดนมด้านซ้ายออกมา นึกในใจ‘โชคดีที่เขาทำขี้เก๊กให้เธอหมั่นไส้บ่อยๆ ขืนสุภาพแบบนี้เธอคงสยบแทบรองเท้าคัทชูเขาแน่ๆ’ รินลณีรีบเบี่ยงตัวมาเดินตามหลังสองหนุ่มตามตำแหน่งเลขา ด้วยใจตุ้มต่อม
