บทที่ 2 บทเรียนของเหยื่อ

ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่ดังก้องอยู่นอกคฤหาสน์

บรรยากาศภายในห้องโถงกว้าง มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของจันทร์เจ้าที่พยายามดิ้นรนเพื่อร้องขอความเมตตา

ท่าทางหวาดกลัวของเหยื่อ ไม่สามารถหยุดนักล่าได้ แต่ยิ่งกระตุ้นความกระหาย ชายหนุ่มซุกไซ้ต้นคอระหง ปลายจมูกโด่งเลื่อนไล้ไปตามแนวสันกรามของเธออย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการพิสูจน์กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่กำลังจะถูกเด็ดขั้ว

"เดินไปที่โซฟา"

เขาออกคำสั่ง แล้วกระตุกปลายเชือกฮู้ดสีแดงที่พันธนาการข้อมือเธอไว้เบา ๆ

จันทร์เจ้าจำเป็นต้องก้าวเดินตามแรงฉุดดึงนั้น ข้อมือที่ถูกมัดรวบ ทำให้เธอเสียการทรงตัวเล็กน้อย และถลาไปซบลงกับแผงอกกว้างแกร่งของเขา

ทุกครั้งที่ผิวเนื้อบดเบียดกันผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชื้น ความร้อนรุ่มแปลกๆ ก็แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เธอเกลียดตัวเองที่รู้สึกหวั่นไหวไปกับสัมผัสรุนแรงของผู้ชายคนนี้

นคินทร์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังวัวแท้ตัวเดิม แล้วกระตุกเชือก บังคับให้จันทร์เจ้าคุกเข่าลงระหว่างช่วงขาแกร่งของเขา ท่าทางต่ำต้อยแบบนี้ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย แต่สายตาของเขาที่จ้องมองลงมากลับเต็มไปด้วยความหิวโหยแบบปิดไม่มิด

"เธอรู้ไหม จันทร์เจ้า องุ่นที่จะกลายเป็นไวน์ชั้นเลิศได้ มันต้องผ่านการบดขยี้" มือหนาลูบไล้ไปตามเส้นผมที่เปียกชื้นของเธอ ก่อนจะพันมันเข้ากับนิ้วมือแล้วดึงรั้งให้เธอแหงนหน้าขึ้น

"ยิ่งใช้แรงกดดันมหาศาล รสชาติยิ่งหวานบาดลึก... เธอเองก็เหมือนกัน"

เขาหยิบขวดไวน์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา รินของเหลวสีเลือดลงในแก้ว ก่อนจะจ่อมันที่ริมฝีปากของเธอ

“ดื่ม”

จันทร์เจ้าส่ายหน้าหนีโดยสัญชาตญาณ

"ไม่ ฉันไม่ดื่มค่ะ"

"ฉันบอกแล้วไง ที่นี่ไม่มีคำว่า ไม่"

นคินทร์แค่นยิ้ม เขาไม่ได้บังคับให้เธอดื่มจากแก้ว แต่เขากลับจิบไวน์นั้นเข้าปากตัวเองเสียเอง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประกบริมฝีปากกับเธออย่างรวดเร็ว

จันทร์เจ้าเบิกตาโพล่ง ความเย็นของไวน์รสเลิศไหลผ่านเรียวลิ้นของเขาเข้าสู่ปากของเธอ รสชาติฝาดปนหวานซ่านไปทั่วลิ้น แต่มันกลับพ่ายแพ้ต่อจุมพิตที่ดุดันและเอาแต่ใจ นคินทร์บดเบียดริมฝีปากอย่างหนักหน่วง มือที่ว่างอยู่เริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เดรสเปียกน้ำ เขาจูบจนเธอแทบขาดใจ จนกระทั่งเธอยอมเปิดปากรับสัมผัสจากเขาอย่างยอมจำนน

ระหว่างที่ริมฝีปากของเขาและเธอผละออกจากกัน มีสายใยบาง ๆ เชื่อมอยู่ เขามองหน้าสวยที่แดงระเรื่อด้วยความอับอายระคนตื่นตระหนก ก่อนจะก้มลงจูบเธออีกครั้ง ฉีกกระชากเสื้อผ้าที่เธอสวมจนไม่เหลือชิ้นดี คงเป็นเพราะอารมณ์ตัณหาที่ทำให้เขาขาดสติ

“อื้อ...”

เสียงครางแผ่วในลำคอของจันทร์เจ้าทำให้นคินทร์ยิ่งได้ใจ เขายอมปล่อยริมฝีปากเธอให้เป็นอิสระในที่สุด เอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์ และใช้ไวน์ที่เหลือราดลงบนลาดไหล่ขาวเนียนของเธอ ของเหลวสีแดงไหลลงมาตามร่องอก สู่หน้าท้องราบเรียบ ภาพนั้นดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน

นคินทร์ลุกขึ้นยืนถอดเข็มขัดออก เสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวสีดำปลิวหวือไปตกบนพื้น เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำเปลือยเปล่า จันทร์เจ้าเม้มปากหันหน้าหนีไปทางอื่น แต่ก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะเย่อหยิ่งของเขา

"คราวนี้ มาดูสิว่าเธอจะมีความอดทนมากแค่ไหน"

นคินทร์จับจันทร์เจ้าถ่างขา แล้วเริ่มสำรวจเรือนร่างของเธออย่างไม่เกรงใจ

รอยสีแดงถูกประทับไปทั่วผิวขาวเนียน ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้หยกเย้าตรงจุดอ่อนไหวของหญิงสาว จันทร์เจ้าพยายามกลั้นสะอื้น แต่ก็ควบคุมเสียงครางแผ่วที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอไม่ได้

เขาดูดเลียยอดอกของเธอราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหย ขบงับด้วยฟันเบา ๆ เธอปิดเอวไปมา สะดุ้งเฮือกขึ้นแล้วทรุดฮวบลงอย่างพ่ายแพ้

นิ้วยาวที่สุดสอดแทรกเข้าไปในกายสาว ความฝืดเคืองในตอนแรกเริ่มคลายตัวเพราะการเล้าโลม ผนังเนื้ออ่อนนุ่มขมิบกลืนนิ้วที่ล่วงล้ำ แล้วที่สองก็ถูกเพิ่มเข้าไป

เมื่อจุดกระสันที่ซ่อนอยู่ภายในถูกลูบไล้ซ้ำ ๆ กายสาวยิ่งตอดรัด เสียงเฉอะแฉะดังกระทบหูทุกครั้งที่นิ้วร้ายขยับเข้าออก

นคินทร์ถอนนิ้วออกมาจากช่องทางสวาท แล้วแลบลิ้นเลียนิ้วอย่างเชื่องช้า ตาคมทอดมองหญิงสาวที่อ่อนระทวยหมดเรี่ยวแรง ราวกับชื่นชมงานศิลปะ เขาป้ายความหยาดเยิ้มของเธอ มาละเลงที่ริมฝีปากอวบอิ่ม

“ชมดูสิ นี่รสชาติความร่านของเธอเองนะ” เขายัดนิ้วคว้านเข้าไปในปากเธอ “ดูดแรง ๆ” เขาสั่งเสียงแหบ ดันนิ้วเข้า ๆ ออก ๆ ในปากเธออย่างลามก ก่อนจะถอนนิ้วออกอย่างพึงพอใจ

“คอยดูให้ดีว่าฉันจะทำอะไรกับเธอ ห้ามหลับตาเด็ดขาด”

นคินทร์ตบแก้มจันทร์เจ้าเบา ๆ เหมือนปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์ เขาจับเรียวขาข้างหนึ่งพาดบนพนักโซฟา ฝ่ามือข้างหนึ่งกดต้นขาเธอแหกอ้าไว้ และใช้อีกมือจับท่อนเอ็นร้อนผ่าวของตัวเอง ปลายหยักบานแดงจ่อที่รูร่องเปียกเยิ้ม ค่อย ๆ กดส่วนหัวเข้าไปทีละนิด

ข้างในของจันทร์เจ้าคับและตื้นมาก ๆ นคินทร์สอดใส่เข้าไปแค่สี่นิ้ว ยังไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ เธอก็ร้องดิ้นเหมือนจะเป็นจะตาย ยังดีหน่อยที่ปลายลึงค์กระแทกโดนจุดเสียวข้างในตัวเธอพอดี

เขาถอนสะโพกกลับ ก่อนจะผลักดันเข้าไปใหม่อย่างเชื่องช้า ทำซ้ำอยู่ในท่าเดิม ราว ๆ สามนาที ปากก็หยอกเย้ายอดอกชูชันไม่หยุด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป