บทที่ 5 อย่าลองดี 2
“อ้อนวอนฉันสิ” เสียงทุ้มต่ำกระซิบกระซาบชิดใบหูเล็ก
“ฮึก...” จันทร์เจ้าขบเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด ความหยิ่งทะนงสุดท้ายที่เหลืออยู่กำลังถูกแผดเผาด้วยไฟราคะที่เขาสุมไว้ในตัวเธอ
ร่างกายของเธออ่อนไหวกับสัมผัสของนคินทร์มากเกินไป ทั้งที่เพิ่งจะโดนเขาพร่าผลาญพรหมจรรย์ กลิ่นคาวเลือดยังไม่ทันจางด้วยซ้ำ แต่พอได้ยินเขาพูดปลุกปั่น เธอก็เสียวกระสันจนนึกถึงแต่ท่อนเอ็นอันเท่าแขนของเขา
ภาพจำตอนที่เขากระแทกเอวเข้าหาเธอจนถึงจุดสุดยอดไปพร้อมกัน มันตราตรึงจนทำให้เธอลืมไม่ลงจริง ๆ
“บอกฉัน ว่าเธอต้องการอะไร”
ชายหนุ่มยั่วยวนไม่หยุด
“ฉัน... ฉันต้องการคุณ”
ในที่สุดหญิงสาวก็ยอมศิโรราบอยู่ใต้อำนาจดำฤษณา เธอแอ่นอ้าให้เขาสอดใส่แต่โดยดี ก่อนที่จะขาดใจตายเพราะถูกทารุณอย่างโหดเหี้ยมวิตถาร
คำสารภาพของผู้แพ้คือความปราโมทย์ของผู้ชนะ
นคินทร์รอฟังคำตอบนั้นจนเกือบจะหมดความอดทนอยู่แล้ว เขาใช้เวลาแก้ผ้าไม่ถึงสิบวินาที แล้วร่างกำยำเปลือยเปล่าก็ขยับเข้าไปยืนอยู่กลางระหว่างขาเรียวงามของหญิงสาว
“รูร่าน ๆ ของเธอเปียกเป็นน้ำเลย ท่าทางคงหิว---มากสินะ” เสียงแหบพร่านั้นส่อถึงความหื่นกระหาย
คำว่า--- ของเขามันบาดหู แต่ก็เร้าอารมณ์เหลือเกิน
เพียงแค่ชายหนุ่มจ่อปลายลึงค์ถูไถรอยแยก จันทร์เจ้าก็หายใจหอบจนเนื้อตัวสั่นสะท้าน เธอถูกปิดตาไว้ แต่ภายในห้องบ่มไวน์เปิดไฟสว่างจ้า เธอจึงเห็นเงาร่างบึกบึนของนคินทร์ลาง ๆ ต่อให้อยู่ในความมืด องคชาตของเขาก็ยังยาวใหญ่กระแทกตาอย่างรุนแรง
“อร๊า... !” จันทร์เจ้าจุกเสียดมาถึงกลางอก เมื่อชายหนุ่มเสือกกายเข้าไปทีเดียวจนสุดดุ้นสุดโพรง
ความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มจนแน่น มันสาแก่ใจเหลือเกิน...
เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงร้องครวญครางปริ่มใจจะขาดของหญิงสาวที่ถูกกระทำลามกอนาจารดังระงมไปทั่วห้องบ่มไวน์ตัวอย่าง
“คืนนี้ฉันจะเอาเธอจน---บานเลย คอยดู”
นคินทร์พูดลอดไรฟัน บทรักในค่ำคืนนั้นรุนแรงและดิบเถื่อน เขาดุร้ายราวกับหมาป่าหิวโซ รุกเร้าเข้าหาเธอด้วยความต้องการที่สะสมมานาน ทุกจังหวะที่กระแทกกระทั้นแสดงถึงความเป็นเจ้าของอย่างบ้าคลั่ง
จันทร์เจ้าบิดเอวกรีดร้องอยู่ใต้ร่างชุ่มเหงื่อของชายหนุ่ม ความปวดร้าวทรมานที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายถูกเปลี่ยนเป็นความสุขสมมหาศาลที่เธอไม่เคยจินตนาการถึงมันมาก่อน
“จำความรู้สึกนี้ไว้... ต่อไป จะไม่มีใครหน้าไหนที่แตะต้องเธอได้ นอกจากฉัน” เขาคำรามอยู่ข้างหูเธอ แล้วเร่งจังหวะห่มสะโพก กระหน่ำตอกรูร่องจนทั้งคู่ทะยานไปถึงจุดสุดยอดของอารมณ์พร้อมกัน
เมื่อสามเดือน ก่อนหน้าที่จันทร์เจ้าจะก้าวเข้าสู่อาณาจักรของนคินทร์ ในงานประมูลการกุศลสุดหรูในกลางกรุงเทพมหานครฯ
ระหว่างที่นคินทร์นั่งจิบไวน์อยู่บนชั้นลอยของห้องบอลรูมฯ สายตาคมกริบของชายหนุ่มมองลงไปยังผู้คนที่เดินพลุกพล่านด้วยความเบื่อหน่าย จนกระทั่ง เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง
เธอไม่ใช่แขกผู้มีเกียรติ แต่เป็นเพียงพนักงานพาร์ทไทม์ที่สวมชุดเดรสสีขาวแบบเรียบง่าย ทำหน้าที่ถือนามบัตรการประมูล ท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์ที่สาดส่อง ผิวขาวใสราวกับน้ำนมของเธอตัดกับริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติ
จังหวะที่เธอเดินสะดุดชายกระโปรงตัวเองจนเกือบล้มหน้าคะมำ เธอบังเอิญเงยหน้าขึ้นมาสบตากับนคินทร์ที่นั่งอยู่บนชั้นลอยพอดี วินาทีนั้น นคินทร์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเหมือนลูกกวางน้อยของเธอ มันปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?” นคินทร์เอ่ยถามชัยยุทธ บอดี้การ์ดมือขวาที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“เธอชื่อจันทร์เจ้าครับนาย เป็นลูกสาวของคุณจรัญ อดีตเจ้าของบริษัทนำเข้าที่เพิ่งจะถูกฟ้องล้มละลาย ตอนนี้พ่อของเธอก็กำลังป่วยหนักครับ” เรื่องของจันทร์เจ้าถูกคนในงานซุบซิบนินทาเป็นวงกว้าง ทำให้ชัยยุทธได้ยินเข้าโดยบังเอิญ
นคินทร์กระตุกยิ้มที่มุมปาก สายตาไม่ละไปจากร่างบางที่กำลังเดินเลี่ยงไปหลังเวที “ไปสืบข้อมูลของเธอมาให้ละเอียด มีใครบ้างที่เป็นเจ้าหนี้ของคุณจรัญ ฉันจะซื้อกิจการของครอบครัวนี้ไว้ทั้งหมด”
“กิจการที่มีแต่หนี้เสีย นายจะเอาไปทำอะไรครับ ?”
ชัยยุทธอดสงสัยไม่ได้
“ฉันจะปูทางให้จันทร์เจ้าเดินเข้ามาหาฉันเอง” นคินทร์ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ดวงตาเป็นประกายไม่ปิดบังความรู้สึกคลั่งไคล้
ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ นคินทร์ใช้เวลาประมาณสามเดือน ในการกว้านซื้อหนี้สินทั้งหมดของจรัญ และใช้อิทธิพลปิดกั้นความสามารถทางด้านการเงินของจันทร์เจ้าทุกช่องทาง เพื่อบีบให้เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเดินเข้ามาคุกเข่าอ้อนวอนเขา
