บทที่ 22 ไม่จริง

   ปัง! ปัง!

กรี๊ดดดดดดดด!

ฉันหลับตาลงทันทีพร้อมกับหมุนตัวหันหลังเอาฝ่ามือทั้งสองปิดหูไว้แน่แล้วนั่งลงให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ข้างหลังตัวเอง เสียงปืนดังลั่นแล้วแน่หรอว่าชายทั้งสองคนนั้นจะไม่ตาย เมื่อนายเทลยิงในระยะประชิดแบบใกล้ตัวขนาดนี้เกิดความเงียบขึ้นอย่างชัดเจน

นี่คำขอร้องขอฉันมันไม่มีความหมายแต่มันเป็นดั่งเช่นสายลมที่พัดผ่านเข้าไปในหูของเขาแล้วก็ออกมาเท่านั้นมันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะสามารถปรับเปลี่ยนหัวใจของชายตรงหน้าได้เลย

“มาดูสิว่า ผลงานของไอ้ฆาตกรที่เธอว่ามันเป็นยังไงลุกขึ้น!”ผมกระชากร่างของพายให้ยืนขึ้นแล้วหันตัวเองให้ดูภาพข้างหน้าที่เกิดขึ้นแต่เธอก็เอาแต่ปิดหูและหลับตาปี๋ไม่ยอมทำตามที่พูด “ลืมตาขึ้นเดี๋ยวนี้พาย ฉันนบอกให้เธอลืมตา!”

ผมตะโกนใส่ร่างเล็กที่ตอนนี้เอาแต่ยืนแข็งเป็นค่อนไม้

“ไม่ลืม ฉันไม่อยากเห็นหน้าไอ้ฆาตกรคนอย่างนายมันน่าจะไม่ต้องได้ผุดได้เกิด ถ้าเกิดขึ้นมาก็มีแต่คอยที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นไม่เว้นสายตา ให้ฉันดูตัวเงินตัวทองยังดีกว่านายเสียด้วยซ้ำไอ้นรก!”

ฉันตะคอกเสียงกลับใส่คนที่ยืนตรงหน้าด้วยเสียงที่ดังไม่แพ้กันอารมณ์ตอนนี้มันครุกกรุ่นยิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิดเสียอีก

“ปากดีนิไม่คิดว่าคนที่เงียบอย่างเธอจะด่าคนเป็นด่าได้แบบนี้ งั้นก็ลืมตามาดูผลงานไอ้นรกคนนี้สิฉันบอกให้ลืมตา!”

ผมเข้าไปกระชากตัวของพายแล้วก็ใช้มือหนาบีบที่ไหล่ของเธอทั้งสองข้างก่อนจะเริ่มเขย่าๆ ด้วยระดับที่รุนแรงเพิ่มขึ้นทีละน้อยๆ จนกระทั่งเห็นคนที่โดนการกระทำค่อยๆ เอามือลงจากการปิดหูและลืมตาขึ้นทีละนิดๆ

ฉันทนต่อการกระทำอันป่าเถื่อนไม่ไหวเพราะร่างกายตอนนี้เวียนหัวไปหมดราวกับจะอาเจียนออกมา เมื่อลืมตาขึ้นก็ปะทะกับสายตาสีนิลอันคมเข้มเขายิ้มเยาะด้วยความสะใจที่เห็นฉันมีอาการยืนไม่ค่อยตรงและไม่อยู่กับที่

“นึกว่าตายไปล่ะวะ ยังไม่ได้ทรมานเลยเชิญดูผลงาน!”

เมื่อฉันปรับโฟกัสสายตาและมองไปยังด้านหน้าประตูห้องก็พบกับร่างของชายสองคนนั้นที่ถูกจับมาถูกยิงตรงหัวใจด้านซ้ายทั้งสองคน เลือดในกายต่างไหลออกมาเลอะเปอะเปื้อนจนกลิ่นคาวคลุ้งเต็มห้องเท้าของฉันจึงวิ่งไปยังตรงร่างของทั้งสองทันทีก่อนที่จะเขย่าๆ ตัวของพวกนั้นแรงๆ

“นิ ตื่นสิๆ ตื่นๆ” เขย่ากี่ทีก็ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือสะทกสะท้านอะไรเลยแม้แต่คนเดียว “ฉันบอกให้ตื่นไง!”

“เขย่าทั้งปีก็ไม่ตื่นหรอกวะพวกมันไปเฝ้ายมบาลหมดแล้ว”

ตาย?

พวกนั้นตายแล้วงั้นหรอ!

เหงื่อในตัวของฉันไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย ทั้งใบหน้าและก็ตามตัวทุกรูขุมขน ฉันค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ก่อนที่จะก้าวกลับไปยืนที่เก่าด้วยเนื้อตัวอันสั่นเทา บวกกับแรงของขาก็เกือบจะทำให้ยืนได้ไม่ค่อยตรง

แล้วแรงเดินแทบไม่มีด้วยซ้ำ

ก็แน่สิจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เห็นถึงแม้จะหลับตาแต่มันก็ยังเกิดขึ้นต่อหน้า

ใครไม่เป็นฉันไม่มีทางเข้าใจว่ามันรู้สึกเช่นไร หวาดกลัวจนร่างกายสั่นไหวไปหมด คุมตัวเองกับสติให้นิ่งยังแทบทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะจากคนที่เคยเห็นว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังหายใจอยู่เมื่อตอนถูกพยุงลากให้เข้ามากับมาตายต่อหน้าโดนไร้ลมหายใจ แล้วเมื่อกลายเป็นศพก็มีให้ดูต่อหน้าอีก

สภาพก็ไม่ใช่ว่าจะน่าดูเท่าไหร่นัก

เต็มไปด้วยกลิ่นของคาวเลือดผสมกับกันกับกลิ่นอับของห้องปนรวมกันไปหมด อีกทั้งยังได้ยินเสียงปืนอีกมันยิ่งทำให้ฉันกลัวเพิ่มมากขึ้น

“นะ นายยิงพวกเขาจริงๆหรอ พวกนั้นตายแล้วจริง ๆ เหรอ”

ฉันพูดขึ้นพร้อมกับเงยหน้ามองร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างต้องการคำตอบออกมาจากปากของเขาเท่านั้น การยืนยันด้วยปากของเขาจะทำให้ฉันมั่นใจอีกชั้นหนึ่งว่าตัวเองคิดไม่ผิด

“ใช่วะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป