บทที่ 28 ซวยซ้ำซวยซ้อน
ฉันถูกนายเทลจูบจนตัวเองสลบไปแต่เมื่อฉันมองไปรอบๆ ห้องไม่เห็นมีนายนั่นอยู่แม้แต่เงา ห้องก็เป็นห้องเก่าเมื่อตะกี้ที่นายนั่นเป็นคนลากฉันมา ไม่ได้การล่ะต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดฉันจึงก้าวเท้าลงพื้นอย่างรีบเร่ง
โอ้ย!
เท้าฉัน...
เมื่อเหยียบเท้าลงบนพื้นอันเย็นเฉียบ ความเจ็บก็โลดแล่นเข้ามาเล่นงานฉันทันที จึงจำเป็นต้องนั่งลงบนเตียงอีกครั้งเพื่อดูแผลตัวเอง แผลที่เกิดขึ้นจากฝีมือตัวเองล้วน ๆ อย่างโทษใครไม่ได้
เฮ้อ... เมื่อดูแล้วมันค่อนข้างมีปัญหาแล้ว
เพราะแผลค่อนข้างที่จะลึกอยู่เหมือนกัน ทางเดียวที่จะทำให้บรรเทาได้และรวดเร็วที่สุดนั้น ฉันจึงรีบฉีกแขนเสื้อตัวเองออกแล้วเอามามัดปิดแผลของตัวเองที่ฝ่าเท้า ดีนะที่ตัวเองใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวมา แต่ดูสภาพของฉันตอนนี้เหมือนโดนข่มขืนมาชัดๆ
จากนั้นฉันก็พยายามอดทนฝืนความเจ็บปวดที่เข้ามาทำให้รู้สึกทุกครั้งที่เคลื่อนไหวร่างกายด้วยการเดินจนมาถึงประตูห้องด้วยระยะทางเพียงนิดเดียว แต่มันรู้สึกเจ็บมาก เจ็บแบบไม่อยากเดินด้วยซ้ำแต่จำเป็นต้องกัดฟันฝืนทุกก้าวเพื่อเอาตัวรอด
เมื่อหยุดจึงออกมาเปิดประตูออกทันที
แกร๊ก!
รอยยิ้มของฉันยิ้มออกเป็นรอบแรกของวันนี้ ถึงวันนี้จะมีแต่ความโชคร้ายแต่ก็ยังมีโชคดีแฝงอยู่บ้างประตูห้องไม่ได้ล็อค ฉันรีบเปิดออกพร้อมกับมองซ้ายขวาก็ปลอดคนจึงสามารถเดินออกไปได้อย่างสะดวก
แต่ปัญหาต่อมามันก็ตามมาเยือนอย่างติด ๆ เพราะที่นี่มันช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน หนทางที่จะออกไปที่ท่าเรือได้โดยไม่หลงไปเสียก่อนมันจะมีไหม
ทำอย่างไรกันนะ...
ฉันจึงเดินไปเรื่อยๆ จนหูตัวเองได้ยินเสียงคลื่นทะเลเข้ามา ฉันจึงรีบเดินออกจากประตูใหญ่ไปก็ได้เห็นกับท้องทะเลสีครามที่ทอแสงสีทองแสดงความสวยงามออกมาให้ได้เห็น กับวิวพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน
“ที่นี่ที่ไหนกันทำไมถึงไม่เหมือนตอนเข้ามาแรกๆ”
ทิศทางกำลังทำให้หลงไปโดยปริยาย ฉันคิดในใจก่อนที่จะพูดเปรยออกมา ที่นี่ไม่มีท่าเรือ มีแต่เรือยอร์สลำใหญ่ลำเดียวที่จอดไว้เท่านั้น พอมองไปอีกด้านหนึ่งก็เป็นบ้านพักหลังเล็กๆ ที่เรียงรายกันอยู่ ส่วนข้างหลังบ้านพักพวกนั้นก็มีแต่ป่าไม้
“คุณคะ?”
เสียงเรียกนั้นมันดังอยู่ด้านหลังของฉันทำเอาตัวแข็งทื้อไปโดยปริยายเช่นกัน เหมือนภาพกำลังฉายซ้ำและตอกย้ำว่าคนที่ไว้ใจไม่ได้ จะทำเป็นไม่ได้ยินมันก็น่าสงสัยไปมากกว่าเดิม
ทำใจดีสู้เสือไปสิพาย
ยังไงก็ต้องทำได้
ฉันจึงค่อยๆ หันตัวกลับไปก็พบกับผู้หญิงวัยห้าสิบกว่า ต่างคนต่างเผชิญหน้ากันแต่ยังยืนยิ้มให้ฉัน ก่อนที่จะเปล่งเสียงพูดสุภาพขึ้นอีกครั้ง
“หลงทางหรือคะ?”
คิดว่าฉันเป็นนักเสี่ยงดวงสินะ
ดีเลย การละครที่ฉันจะทำการแสดงต่อไปนั้ขอให้มันสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเถอะ
“เอ่อ .. ใช่ค่ะ ที่นี่ที่ไหนคะ ทำไมถึงไม่เหมือนตอนที่เข้ามาเลย”
ฉันยิ้มกลับป้าคนนั้นก่อนที่จะรัวคำถามเพื่อถามป้าเขา เพื่อมุ่งหน้าหาทางออกให้กับตัวเอง
“ที่นี่เป็นทางด้านหลังคาสิโนค่ะคุณ ป้าว่าตอนน้คุณคงหลงทางแล้วล่ะคะ”
“จริงหรือคะ?”
“…”
“แล้วต้องไปยังไงบ้างคะ หลงมาไกลขนาดนี้”
“จริงค่ะ ว่าแต่คุณเป็นอะไรหรือป่าวคะ บาดเจ็บมาแบบนี้ โดนรังแกมาแน่เลย ที่นี่ก็แบบนี้ล่ะคะ พอผีพนันเข้าสิงแล้วก็กู่ไม่กลับทุกคนเลย”
ป้าคนที่อยู่ตรงหน้าของฉันถามฉันขึ้นมา ก่อนที่จะมองฉันอย่างสำรวจทั้งร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า เพราะตอนนี้ฉันรองเท้าก็ไม่ได้ใส่เสื้อก็ขาดกระดุมก็หลุดอีกแต่ก่อนที่ฉันกำลังจะตอบก็มีเสียงผู้ชายพูดขึ้น
