บทที่ 3 คำปฏิเสธ
“เหอะก็แค่เนี้ยรู้ อย่างนี้ฉันน่าจะใช้วิธีนี้มาตั้งแต่แรก ไม่ปล่อยเวลาให้มันเฮงซวยไปมากกว่านี้แล้ว อีกอย่างถ้าแกคิดจะเล่นตุกติกขึ้นมาความตายมาเยือนแม่แกแน่นังพาย”
รอยยิ้มเหยียดที่แสนจะดูแคลนผสมมาด้วยความสะใจ ปลายสายตามองมาทางฉันอย่างน่าสมเพช แต่ตอนนี้ฉันไม่สนใจหรอก นาทีนี้ฉันสนใจเพียงแค่คนที่นั่งอยู่ตรงหน้า คนที่ถูกมัดคนที่ถูกผ้าปิดปากและคนที่นั่งมองฉันแล้วน้ำตาท่านก็ไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย
คนนั้นคือแม่ฉันเอง
คนที่ฉันรักมากที่สุด
“ผมบอกแล้วมุกดาที่รักว่าใช้วิธีนี้มันต้องได้ผล หากเราทำตั้งแต่แรกมันก็คงจะดีกว่านี้หลายเท่าตัวแน่ ไม่ต้องรอเสียเวลาและเสียทุกสิ่งไปอย่างเปล่าประโยชน์”
นี่มันเป็นแผน เป็นความคิดของไอ้แมงดาชาติชายหรือนี่ ที่เป็นคนแนะนำคุณป้าให้ทำแบบนี้ ไอ้ชั่วช้าสารเลวไม่มีใครเลวเท่ามึงอีกแล้ว วันๆ คิดแต่จะจับผู้หญิงรวย ๆ ไว้เกาะกิน คนอย่างไอ้นี่น่าสมเพชยิ่งกว่าตัวเงินตัวทองอีกฉันพูดในใจ
“จริงๆ ด้วยค่ะชาติ เห็นผลทันทีโดยไม่ต้องรออะไรให้ไร้สะระ ถ้ารู้อย่างนี้มุกดาใช้นานแล้ว”
“คุณป้า...”
ฉันอุทานออกมาเบาๆ เมื่อคุณป้าแท้ๆ ซึ่งเกิดจากท้องเดียวกันกับแม่ ทำไมถึงได้ทำแบบนี้กับน้องในไส้ของตัวเอง ไม่รักน้องสาวตัวเลยหรือไง ความคิดโคตรสกปรกอย่างไม่น่าเชื่อ แต่มันก็ควรอย่างยิ่งหากความคิดแบบนี้มาจากใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่ไอ้ชาติชาย
ไอ้คนสารเลวแบบนั้น
ไอ้คนที่มันทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน
จะเดินเกมเอาใจ หลอกล่อภรรยาที่รักตัวของมัน รักในรูปแบบถวายหัวให้ทั้งหมด รักอย่างไม่กักเก็บไว้รักตัวเองเลยแม้สักนิด ผลพลอยได้ของการกระทำต่อมาก็คงเป็นผลประโยชน์ที่มันก็ตกลงมาเยือนตัวเองโดยใช้คำพูดหว่านล้อมเพียงไม่กี่คำ แสนง่ายดายทุกอย่าง
ทุกช่องทางที่ถูกวางแผนไว้แยบยลแต่ได้ผลอย่างไม่ต้องลงมือทำความร้ายแรงใด ๆ ออกมาให้มันเปลืองแรง มันก็ไม่แปลกเท่าไหร่จริง ๆ ตัวเงินตัวทองเรียกเพื่อนเดียวกันขนาดนั้น
ป้ามุกดาเดินเข้าไปหาไอ้ชาติชายแล้วทรุดตัวปล่อยนั่งบนตักกับส่งรอยยิ้มหวานให้เล็กน้อยแล้วก้มหน้าลงก่อนบรรจงก้มหน้าจูบที่ปากของไอ้ชาติอย่างไร้ยางอายให้กับสายตาคู่อื่น ๆ
“หนูตกลงแล้วคุณป้าก็ปล่อยแม่สิคะ”
ฉันพูดขึ้นขัดจังหวะการพลอดรักอีกฝ่ายพร้อมกับสะบัดแขนออกจากการจับของลูกน้องของป้ามุกดา อีกหนึ่งเหตุผลที่ประกอบเข้าด้วยกันเพราะไม่อยากเห็นฉากอะไรแบบนี้จากใคร ดูแล้วมันไม่ค่อยเป็นอาหารตาให้กับตัวเองสักเท่าไร ถ้าจะรอดูฉากแบบนี้ขอไปดูตัวเงินตัวทองยังดีกว่าที่เห็นแบบนี้ด้วยซ้ำ
หลังได้ยิ่งเสียงขัดจังหวะป้ามุกดาก็หยุดชะงักแล้วเดินเข้ามาบีบที่ใบหน้าของฉันทันที ถึงมันจะเจ็บปวดเพียงไหนแต่ฉันก็ไม่เอ่ยปากออกมาสักคำ
“คนอย่างแกอย่าสะเออะมาสั่งคนอย่างฉันอีพาย เด็กอีปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้ อวดเก่งเข้าไปเถอะ อด ๆ อยาก ๆ ขอกินข้าววัดไปวัน ๆ มีสิทธิอะไรมาออกปากสั่ง จำใส่หัวมึงไว้” สายตาแข็งกร้าวของป้ามุกดาตวัดมองไปยังลูกน้องก่อนที่จะเอ่ยปากสั่ง “ปล่อยแม่มัน!”
เมื่อแม่หลุดออกมาจากพันธะการมัดทุกอย่างได้ก็วิ่งตรงเข้ามากอดฉันทันที ม่านน้ำตาทั้งสองทำงานทันทีอย่างไม่มีใครได้สั่งสอน เราทั้งคู่น้ำตาไหลพรากกอดกันจนแน่นเหมือนกับว่าไม่เคยกอดกันมาก่อน ความกลัว คำภาวนา การขอร้อง
เหตุการณ์ก่อนหน้าทำให้ฉันและแม่เผชิญมัน คงคิดไม่ต่างกันเท่าไหร่หากได้ออกไปอย่างปลอดภัย
“เจ็บไหมพาย?”
เสียงแหบพร่าและสั่นๆ ถามฉันขึ้นมาพร้อมกับใช้มือลูบที่แก้มทั้งสองข้างเพื่อเป็นการปลอบโยนกับสิ่งที่เผชิญมาด้วยกันแบบซึ่ง ๆ หน้าแล้วป่านนี้ใบหน้าของฉันที่โดนกระทำด้วยฝีมือของผู้เป็นป้าคงจะเป็นร่องรอยค้างคาไว้และเกิดสีแดงเนื่องจากความเจ็บปวดโลดแล่นเข้ามาไม่หยุดยั้ง เจ็บแต่แม่เจ็บกว่า เจ็บแต่แม่ปลอดภัยมาหาก็ยอม
“ไม่ค่ะแม่พายไม่เจ็บเลยนะ แล้วแม่ล่ะเจ็บตรงไหนหรือป่าวคะ ถ้าเจ็บเจ็บมากหรือเปล่า” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับใช้สายตาสำรวจร่างกายของแม่ตัวเอง ทุกอย่างก็ดูปกติดียกเว้น… บางอย่างที่เด่นออกมา สายตาก็พรันพบว่าข้อมือที่ถูกมัดนั้นมีความแดงขึ้นมามากกว่าปกติหลายเท่าตัว จนมันเป็นรอยเด่นชัดขึ้นมาก ฝ่ามือเล็กของฉันจึงค่อยๆ ลูบที่ข้อมือของแม่พร้อมกับยกมากุมไว้ที่หน้าตัวเอง “พายขอโทษนะคะที่มาช้า”
