บทที่ 4 เตือน
“เจ็บไหมพาย?”
เสียงแหบพร่าและสั่นๆ ถามฉันขึ้นมาพร้อมกับใช้มือลูบที่แก้มทั้งสองข้างเพื่อเป็นการปลอบโยนกับสิ่งที่เผชิญมาด้วยกันแบบซึ่ง ๆ หน้าแล้วป่านนี้ใบหน้าของฉันที่โดนกระทำด้วยฝีมือของผู้เป็นป้าคงจะเป็นร่องรอยค้างคาไว้และเกิดสีแดงเนื่องจากความเจ็บปวดโลดแล่นเข้ามาไม่หยุดยั้ง เจ็บแต่แม่เจ็บกว่า เจ็บแต่แม่ปลอดภัยมาหาก็ยอม
“ไม่ค่ะแม่พายไม่เจ็บเลยนะ แล้วแม่ล่ะเจ็บตรงไหนหรือป่าวคะ ถ้าเจ็บเจ็บมากหรือเปล่า” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับใช้สายตาสำรวจร่างกายของแม่ตัวเอง ทุกอย่างก็ดูปกติดียกเว้น… บางอย่างที่เด่นออกมา สายตาก็พรันพบว่าข้อมือที่ถูกมัดนั้นมีความแดงขึ้นมามากกว่าปกติหลายเท่าตัว จนมันเป็นรอยเด่นชัดขึ้นมาก ฝ่ามือเล็กของฉันจึงค่อยๆ ลูบที่ข้อมือของแม่พร้อมกับยกมากุมไว้ที่หน้าตัวเอง “พายขอโทษนะคะที่มาช้า”
ถ้าไม่ช้าแม่ก็จะไม่เจ็บ จะไม่เห็นร่อยรอยนี้มากมายขนาดนี้ จนทำให้เจ็บใจอย่างบอกไม่ถูกเลยด้วยซ้ำ มันกังวลไปหมดเลย
“มึงช่างเป็นลูกที่ดีเด่นจริงๆ เลยนะนังพาย ลูกที่ดีก็อย่าลืมแล้วกัน ดีมันให้สุด ๆ ไปเลย ดีให้ตลอดรอดฝั่ง อย่าลืมที่พูดด้วยละว่าจะไปสอดแนมที่ TEL MISCREANT CASINO ไม่ทำแม่มึงนั่นแหละจะตาย” ฉันผละออกจากอ้อมกอดอุ่นๆ ของแม่เบาๆ พร้อมกับพยุงท่านลุกขึ้นก่อนที่จะหันไปเผชิญหน้ากับป้ามุกดาแบบจังๆ จนแล้วจนรอดมันเกินทน เหลือการอดทนที่ฉันมั่นใจว่ามันมีมาก แต่ก็ไม่มากพอ
“แล้วแม่ของพายละคะ ท่านจะอยู่กับใครที่ไหน?”
ในเมื่ออยากให้ไปทำก็จะเข้าไปให้ แต่สวัสดิการสำหรับผู้เป็นแม่ก็ต้องมีด้วยเช่นกัน ระยะเวลาก็จนกว่าจะทำเรื่องทั้งหมดให้แล้วเสร็จ และที่ฉันต้องการมากที่สุดนั้นคือความปลอดภัย ถือว่าแลกเปลี่ยนกันมันก็ไม่แปลกเท่าไหร่ด้วยซ้ำ
“สถานสงเคราะห์ไงล่ะ เอาแม่มึงไปซุกหัวนอนได้ตามสบาย ฉันไม่ใช่แม่พระนะที่จะรับเลี้ยงแม่ของแก จะให้เลี้ยงรอแกกลับออกมางั้นเหรอ หึ… ไม่มีทาง” สิ่งที่ป้ามุกดาตอบออกมาทำให้ฉันต้องอึ้งเป็นรอบที่สองอยู่เช่นกัน ตอบมาได้ยังไงใช้สมองส่วนไหนคิดทั้งๆ ที่แม่เป็นน้องแท้ๆ ของตัวเอง มีพี่สาว มีญาติแต่กับบอกให้อยู่สถานสงเคราะห์มันจะมากไปแล้ว ความคาดหวังที่ฉันมีนั้นมันคงมากจนเกินไปสำหรับคน ๆ นี้
“ป้ามุกดายังมีความเป็นคนอยู่หรือป่าวคะ นี่น้องของป้านะ น้องแท้ๆ ที่เกิดจากท้องเดียวกันด้วยซ้ำ ทำไมป้าใจร้ายแบบนี้ขนาดคุณลุงที่ไม่ได้เป็นอะไรเลยยังมีความปรานี มีความห่วงหาเอื้อเฟื้อให้ตลอด พายว่าเชิญป้ามุกดาไปเองเถอะค่ะ สถานสงเคราะห์เขาคงต้อนรับคนอย่างป้าอยู่นะคะ”
“อีพาย!”
เผียะ!
ใบหน้าของฉันหันไปอีกข้างจากแรงตบของป้ามุกดาแบบเต็ม ๆ ไม่มีหมกเม็ดเก็บแรงอะไรทั้งนั้น ซึ่งมันแรงพอ ๆ กันกับความเจ็บปวดที่เริ่มแทรกซึมเข้ามาให้ได้รับหน่วงหนักไปหมด แล่นมาพร้อมกับความชาหนึบไปทั่วใบหน้าซีกที่โดนตบ
“อีเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม บังอาจมาว่าให้ฉันต่อหน้าคุณชาติชายหรอ อีเวร!!”
“พายเจ็บไหมลูก?”
“ไม่ค่ะแม่ พายไม่เจ็บเลย”
ฉันโกหก…
ความจริงแล้วมันมีทั้งหลากหลายความรู้สึกเข้าด้วยกัน เจ็บ โกรธมาก ๆ และน้อยใจผสมกับการโทษตัวเอง
“พอเสียทีพี่มุกดา อย่าทำอะไรพายเลย พายมันก็ยอมทำทุกอย่างให้พี่แล้วนิ พี่ยังต้องการอะไรอีก ทั้งๆ ที่ความล้มเหลวทั้งหมดที่เกิดขึ้นมามันก็เป็นความผิดของพี่กับสามีใหม่สองคนเท่านั้น พวกเราไม่ได้มีส่วนทำให้พี่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้เลย”
“แกอย่ามากล้าปากดีบังอาจสั่งสอนฉันนะนังพิน ลืมตาอ้าปากแล้วทำมาเป็นโทษฉันงั้นเหรออีสารเลว มึงกล้ามากนะ!”
ฉันรีบคว้าแม่มาอยู่ข้างหลังเมื่อเห็นท่าทีของป้ามุกดาที่แทบควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แล้ว อีกอย่างก็เพื่อที่กลัวป้ามุกดาเข้ามาทำร้ายแม่เฉกเช่นเหมือนกับตัวเองอีก
ไม่มีอีกแล้วที่ฉันจะยอมให้ใครมาทำร้ายแม่ มาแตะต้องตัวของแม่ผู้ให้กำเนิด ถ้าจะทำให้ผ่านของตัวฉันเป็นด่านแรกที่ได้รับมัน ส่วนแม่ต้องไม่ได้แตะต้อง
“ที่แม่พูดมันก็ถูกนะคะ มันอยู่การบริหารจัดการในธุรกิจมากกว่าค่ะ รายได้รายรับมันต้องสมดุลทุกอย่าง ถึงจะขาดทุนจากส่วนหนึ่งแต่อีกส่วนหนึ่งก็ต้องได้เพื่อควบคุมทุน คนของคุณป้าไม่มีความสามารถพอที่จะทำได้ก็เลยทำให้คุณป้าล้มละลายอย่างไม่เหลือซากแบบนี้ไงคะ”
ฉันพูดพร้อมกับแลสายตาไปทางนายชาติชายที่นั่งอยู่ มันยังไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมาแสดงว่าโกรธคำพูดของฉันด้วยซ้ำ ทว่าด้านลึกลงไปนั้นไม่แน่นอนด้วยซ้ำ
“กูเตือนมึงอีกครั้งนะอีพาย อย่าปากดี”
