บทที่ 7 อีกด้าน
เสียงบุคลที่สามดังขึ้นทำให้ฉันต้องหันหน้าไปมองว่าเป็นเสียงของใคร เป็นเสียงของน้าอรนี่เอง ก่อนจะหันหน้าเผชิญก็เกลี่ยหยดน้ำตาที่ไหลออกมาก่อนหน้าออกอย่างรวดเร็ว ถึงแม้มันจะไปเร็วเท่าสายตาของอีกฝ่ายก็ตาม
น้าอรเป็นเพื่อนกับแม่ น้าเขาเป็นคนดีชอบช่วยเหลือฉันกับแม่บ่อย ๆ ส่วนบ้านน้าเขาอยู่ไกลจากบ้านฉันสักเจ็ดแปดหลังเนี้ยแหละ เวลาฉันทำงานน้าอรก็ช่วยแม่ไปอยู่ด้วยบ่อย ๆ
เอ๊ะ! อยู่ด้วยบ่อย ๆ งั้นหรอ
ฉันพลอยคิดออกแล้วว่าจะทำยังไงให้ตัวเองหายห่วงได้อย่างสบายใจในตอนออกไปทำงานให้อดีตคนเป็นป้า งั้นให้แม่ไปอยู่กับน้าอรดีกว่าจะได้วางใจและปลอดภัยอีกด้วย
“สวัสดีค่ะน้าอร นั่งเก้าอี้ตัวนี่ได้เลยนะ พายเช็ดทุกวัน รับรองสะอาดเอี่ยมแน่นอน”
ฉันรีบไหว้น้าอรด้วยความเคารพและก็เคลื่อนเก้าอี้ให้น้าอรนั่งด้วย ส่วนตัวเองก็ลุกขึ้นไปเอาน้ำมาให้อีกแก้วหนึ่งเพราะถือว่าเป็นการต้อนรับอย่างหนึ่งของเจ้าบ้านที่มีแขกมาหาถึงเรือนชาน
“น้าเอาแกงสายบัวและก็น้ำพริกกะปิมาฝากจ๊ะ”
“ขอบใจมากนะอร” แม่รับปิ่นโตจากน้าอรมาวางไว้อีกฟากหนึ่งของโต๊ะ ซึ่งมันก็มีพื้นที่กว้างประมาณหนึ่งได้อย่างไม่ติดขัดอะไร “เอาของอร่อยมาฝากทุกทีเลยเนี่ย ชักเกรงใจแล้วนะ”
“โอ้ย... จะมาเกรงจงเกรงใจอะไรกัน”
“ขอบคุณมากนะคะน้าอร วันนี้พายเลิกงานเร็วหน่อยน เลยมาดูแลแม่”
“เป็นเด็กดีนะเราขยันขันแข็งทำงานหนักเอาเบาสู้จริงๆ” คำชมจากน้าอรทำเอาฉันส่งยิ้มให้ท่าน ทั้งที่ในใจก็เกรงใจเหมือนกับที่แม่เอ่ยพูดออกมาด้วยซ้ำ “นึกว่าทะเลาะกันซะอีก เห็นร้องไห้ทั้งแม่และลูก”
“พายเขาคิดถึงพ่อ ฉันเลยเล่าให้ฟัง”
“สรุปเลยร้องไห้ทั้งคู่ มันจริง ๆ เลยนะ”
พอได้ยินเสียงหัวเราะออกมาบ้าง คงเป็นช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีละมั้งที่ทั้งแม่และฉันยิ้มออกมาพร้อมกัน
“เอ่อ...น้าอรคะ คือว่าพายฝากแม่ไปอยู่กับน้าอรสักพักได้ไหมคะ คือพายต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดกับเพื่อนระยะเวลาหนึ่งเลย พายอยากให้แม่มีเพื่อนคุยอยู่ด้วยแม่จะได้ไม่เหงาและปลอดภัยด้วยค่ะ”
ฉันเลือกที่จะโกหกน้าอร ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจป้าเขาหรอกนะแต่เพราะไม่อยากให้ป้าเขารู้เหตุผลเรื่องนี้ต่างหาก ไม่อยากให้มาไม่สบายใจด้วยจึงเลือกที่จะโกหกและหวังว่าแม่คงจะเข้าใจดี
“จริงหรอแม่พิน”
“เอ่อ...จริงจ๊ะอร พายต้องไปทำงานสักพักหนึ่งเพื่อจะได้หาเงินเป็นก้อนมาเรียนต่อให้จบสักทีจะได้มีอนาคตที่สดใสมากว่านี้”
“งั้นก็ตามใจแล้วกัน มาอยู่กับฉันก็ได้ฉันก็อยู่คนเดียวไม่ได้รังเกลียดอะไรแม่พินหรอก ดีเสียอีกจะได้มีเสียงหัวเราะมีเพื่อนคุยว่าแต่จะมาเมื่อไหร่ละ?”
“พรุ่งนี้ค่ะ พรุ่งนี้เลยน้าอร ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่ช่วยเหลือแม่และพายนะคะ”
ฉันไหว้ขอบคุณน้าเขาอีกครั้งหนึ่ง รู้สึกรู้ซึ่งในบุญคุณครั้งนี้จริง ๆ น้าอรเป็นคนดีจริง ๆ ดีกว่าคนที่ได้ชื่อเป็นป้าแท้ ๆของตัวเองเสียอีก
“ไม่เป็นไรจ๊ะ น้ายินดีต้อนรับงั้นวันนี้น้ากลับก่อนนะพอดีต้องไปตลาดซื้อของมาทำขนมขายวันพรุ่งนี้”
“ค่ะ สวัสดีคะ”
“กลับละนะแม่พิน”
“จ๊ะ ขอบใจอีกครั้งสำหรับอาหารและความช่วยเหลือนะอร”
เมื่อน้าอรกลับไปแล้วฉันกับแม่ก็ช่วยกันทำความสะอาดบ้านอีกครั้ง แล้วก็ยังช่วยแม่เตรียมกระเป๋าเพื่อที่จะขนไปอยู่บ้านน้าอรในวันพรุ่งนี้
“แม่ไม่โกรธพายใช่ไหมคะที่โกหกน้าอรไปแบบนั้น”
“ไม่จ๊ะ พายทำถูกแล้ว อย่าบอกเรื่องนี้ให้น้าเขารับรู้เดี๋ยวจะพลอยทุกข์อกทุกข์ใจไปกับเราด้วย พายไปต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะลูกและต้องจำไว้ว่าแม่จะอยู่เคียงข้างพายเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม”
“ค่ะ แม่ก็อย่าทำงานหนักนะคะ ทานอาหารให้ตรงเวลาทานยาตามที่หมอสั่งด้วยและอีกอย่างเงินพายใส่ลงในกระเป๋าแม่เรียบร้อยแล้วนะคะแม่ใช้ได้เลย เราจะต่อสู้ไปด้วยกันค่ะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม พายรักแม่ค่ะ”
อ้อมกอดของแม่ที่แสนอบอุ่น อ้อมกอดที่คอยปกป้องดูแลฉันตั้งแต่ที่ฉันยังเด็กๆ ฉันรู้สึกดีทุกๆ ครั้งที่โผเข้ากอดแม่ในยามที่เหนื่อยล้ามีความทุกข์ใจมากแค่ไหน เสมือนว่ามันจะปลอดภัยทุกๆ ครั้งที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคนๆ นี้ คนที่ฉันรักมากรักมากกว่าชีวิตของฉันเสียด้วยซ้ำแล้วฉันจะต้องผ่านสิ่งที่เลวร้ายแบบนี้ไปให้ได้ทั้งนี้จะต้องปลอดภัยเพื่อกลับมาหาคนที่ฉันรักคนนี้และจะต้องสู้เพื่อผู้หญิงคนนี้
พายไม่รู้ว่าการตัดสินใจทำในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือว่าผิด แต่มันเกิดขึ้นเพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่างหาก จะต้องเผชิญกับอะไรบ้างหนักหนาสาหัสมากแค่ไหนและก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอตัดสินใจผิดมหันในครั้งนี้
การตัดสินใจผิดที่เลือกมาเสือกผิดคนเพราะเขาคนนั้นชั่งใจร้ายมากกว่าคิวพีหลากหลายร้อยเท่า ผู้หญิงที่เขาและกลุ่ม MISCREANTยอมรับคนเดียวนั่นก็คือลีเมย์ภรรยาของคิวพีเท่านั้น
