บทที่ 4 การพบกันอีกครั้ง
บนถนนรถรายังคงติดเป็นแถวยาว ขยับได้เพียงทีละนิด เพราะเป็นคืนวันศุกร์ ที่ยังคงมีคนที่ชื่นชอบการผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงานมาตลอดทั้งสัปดาห์ มักใช้วันและเวลาช่วงนี้ ออกมาท่องราตรี
น้ำฟ้า และมิววี่ ยังคงเลือกที่จะกลับเข้าไปในงานเลี้ยงต่อ หลังจากที่ส่งเพื่อนสาวคนสนิทให้กลับไปกับสามีของเธอเรียบร้อยแล้ว
หมอเมธ ก็เช่นเดียวกัน เป็นเพราะเขาเองยังต้องอาศัยงานเลี้ยงนี้ เพื่อรักษาคอนเนกชัน สำหรับช่วยต่อยอดในงานของเขา
ต่างกับ หมอคีน ที่ครอบครัวได้รับการยอมรับอยู่แล้ว เขาเลือกที่จะหลบหนีออกจากงาน แต่ไปนั่งดื่มคนเดียวที่บาร์ตั้งใต้ดินของโรงแรม แทนที่จะกลับเข้าไปในงาน ที่แสนจะน่าเบื่อ ที่ต้องคอยใส่หน้ากากเข้าหากัน
แก้วคริสตัลก้นหนาทรงเหลี่ยม ถูกวางไว้ตรงหน้าชายหนุ่ม ภายในบรรจุของเหลวสีน้ำตาลอำพัน โอบล้อมน้ำแข็งก้อนกลมเกลี้ยมที่ใสราวกับผลึกแก้ว
มือหนาขยับหมุนแก้วคริสตัลอย่างเชื่องช้า ส่งผลให้น้ำแข็งคราฟต์ก้อนกลม หมุนวนซัดเข้ากับผนังแก้วดีงกริ๊งเบาๆ
เหลี่ยมมุมของแก้วสะท้อนแสงไฟสลัวจากบาร์จนเกิดประกายวิบวับ ขับให้เขากลายเป็นคนดูเยือกเย็นและทรงพลัง แตกต่างจากหมอหนุ่มที่ขี้เล่น แต่อ่อนน้อมถ่อมตนก่อนหน้านี้ลิบลับ
ความสุขุมเยือกเย็น หลอมรวมกับ รูปร่างหน้าตาคมเข้ม ผิวขาวหยวก กลับแผ่แรงดึงดูดมหาศาลไปถึง หญิงสาวหลายคนภายในบาร์แห่งนี้
แก้วคริสตัลในมือเขา ถูกชนด้วยแก้วบรรจุของเหลวหลากหลายสีสัน แก้วแล้วแก้วเล่า แต่ยังคงไม่มีเจ้าของแก้วไหน มีสิทธิ์ที่จะได้นั่งลงที่เก้าอี้บาร์ข้างเขาต่อ
จนกระทั่ง หมอสาวอดีตคนสนิทของเขาตามมาเจอเข้า หญิงสาวหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้บาร์ทรงสูง ที่ว่างอยู่ข้างชายหนุ่ม
เขาเหลือบมองเธอเพียงหางตา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร หันกลับมาสนใจแก้วคริสตัลมือที่เหลือเพียงน้ำแข็งก้อนกลมอยู่ด้านใน น้ำสีอำพันนั้นถูกเขาดื่มหมดไปก่อนหน้านี้แล้ว
แก้วใบใหม่แบบเดียวกัน แต่บรรจุของเหลวสีอำพันพร้อมน้ำแข็ง เหมือนกับตอนแรกที่เขาได้รับ ถูกบาร์เทนเดอร์วางลงเบื้องหน้าอย่างเงียบกริบ
เขาจ้องมองแก้วใบใหม่นั้นนิ่ง ก่อนเงยขึ้นมองหน้าบาร์เทนเดอร์ คิ้วขมวดเข้าหากัน บอกเป็นนัยให้คนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์รับรู้ว่า ‘แก้วนี้เขาไม่ได้สั่ง’
“แก้วนี้ พิมเลี้ยงเอง พิมอยากเลี้ยงต้อนรับการกลับมาเจอกันของเราสองคน หวังว่าคีนจะไม่รังเกียจ”
หญิงสาวเห็นเขายังไม่ยอมปล่อยมือจากแก้วใบเดิมที่ดื่มไปหมดแล้ว จึงเป็นฝ่ายเอื้อมมือหยิบแก้วใบใหม่มาวางไว้ตรงหน้าเขาอย่างถือวิสาสะ
“หึ” เสียงทุ้มต่ำดังอยู่ในลำคอ
เขาจะรับแก้วนั้นมา ยกกระดกเอาน้ำสีอำพันอร่ามนั้น เขาคอไปจนหมดในรวดเดียว ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันมองใบหน้าหญิงสาว ที่กำลังฉีกยิ้มกว้างให้เขาอย่างดีใจ ที่เขายอมดื่มเครื่องดื่มของเธอ
“ขอต้อนรับการกลับมา และไม่รังเกียจที่จะกล่าวอำลา ถ้าไม่มีธุระสำคัญ เราก็ไม่ต้องมาเจอกันอีกเลยดีกว่า”
เขามองใบหน้าหญิงสาว เอ่ยเสียเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับเป็นถ้อยคำที่หนักแน่นชัดเจนทุกคำที่เอ่ยออกมาจากปาก
พิมหุบยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยิน เธออยากจะลุกขึ้นยืน เผชิญหน้ากับเขาให้ใกล้ชิดขึ้น หวังเพียงความใกล้ชิดที่คุ้นเคยอาจทำให้เขาใจอ่อน
เพียงแต่กลับถูกมือกว้างวางลงบนไหล่ กดตัวเธอเอาไว้ไม่ให้ขยับเขยื่อน ก่อนที่เขาจะเดินเลี่ยงเธอไป อย่างไม่ใยดี
หมอหนุ่มกดลิฟท์เพื่อขึ้นไปที่ชั้นบนของโรงแรม ชั้นของห้องพักที่เขาเปิดห้องเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพราะรู้ว่าคืนนี้เขาหนีความมึนเมาไม่พ้นอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มก้าวเข้าสู่กล่องสีเหลี่ยมหรูหรา ที่ติดกระจกไว้รอบทั้งสามด้าน เพียงครู่เดียวหลังจากประตูเหล็กกล้าปิดลง หมอหนุ่มขมวดคิ้วแน่น เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติเข้าจู่โจมร่างกายอย่างกระทันหัน
อุณหภูมิในร่างกายเขาพุ่งขึ้นสูง แทบจะพอกับตัวลิฟท์ที่กำลังเคลื่อนตัวขึ้นไปบนชั้นสูงของโรงแรม
ใบหน้าเขาร้อนผ่าว ลมหายใจที่เคยนิ่งเริ่มหอบถี่ตามจังหวะหัวใจที่รัวกระหน่ำดุจกลองรบ นัยน์ตาคมเริ่มพร่าเลือน
ลิฟท์เปิดขึ้นที่ชั้น 16 เขารีบปรี่เข้าไปรีบกดให้ประตูลิฟท์ปิดลงอีกครั้ง เพื่อให้ลิฟท์เคลื่อนตัวไปที่ชั้น 20 ของเขาให้เร็วที่สุด ก่อนอาการจะแย่ไปกว่านี้
“คุณคะ รอก่อน ได้โปรด ช่วยชั้นด้วย”
ประตูลิฟท์ถูกกดเปิดขึ้นอีกครั้งจากคนด้านนอก พร้อมเสียงสั่นเครือของหญิงสาวที่ลอดเข้ามาภายใน
ร่างบางพยายามแทรกตัวเองเข้าไปในห้องโดยสาร คาดหวังว่ามันจะช่วยพาเธอหนีรอดพ้นจากการถูกล่วงละเมิด
“นี่..หยุดนะ จะหนีไปไหน กลับมาเดี๋ยวนี้”
เสียงทุ้มหนา ตะโกนก้องดังมาจากทางเดิน หญิงสาวตั้งสติกดปุ่มปิดลิฟท์รัวเร็ว ก่อนจะปล่อยตัวเองทรุดกายลงไปนั่งชันเข่าคุดคู้อยู่ที่มุมกล่องสีเหลี่ยมอันเย็นเฉียบ
หญิงสาวนั่งร้องไห้สะอื้น ดึงดูดให้ชายหนุ่มที่กำลังพยายามครองสติของตนเองให้หันไปมอง เมื่อเสียงร้องของเธอยิ่งทำให้อาการปวดหัวของเขาเริ่มรุนแรงขึ้น จนแทบสติหลุด
