บทที่ 2 ถูกวางตัวเป็นเจ้าสาว
บทที่ 2
ถูกวางตัวเป็นเจ้าสาว
หลินซูหนานยังจำได้ดีถึงวันนั้น เหตุการณ์เมื่อสองปีที่แล้ว วันที่นางยังเป็นเพียงเด็กหญิงที่อยู่ในวัยเพียงสิบสามหนาว ยามนั้นชีวิตของนางเต็มไปด้วยความสดใส
ในขณะที่นางนั่งอยู่โต๊ะเขียนตำรา ซึ่งกำลังตั้งใจศึกษาเรื่องคัมภีร์โบราณด้วยความมุ่งมั่น แต่จู่ ๆ บิดาของนางก็เดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ซูหนาน พ่อมีเรื่องต้องสนทนากับเจ้า เรื่องนี้สำคัญมาก” หลินเจิ้งหานเรียกชื่อบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักใจ
เด็กหญิงเงยหน้าจากหนังสือมองไปที่บิดาด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามเรื่องที่ทำให้บิดาของนางมีท่าทีกลัดกลุ้มเช่นนี้
“ท่านพ่อมีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ เหตุใดสีหน้าของท่านถึงได้ดูกังวลใจเช่นนั้นละเจ้าคะ”
“เจ้าคงจะต้องเตรียมตัวไว้บ้างแล้วนะ สำหรับเรื่องที่กำลังจะมาถึง เพราะฝ่าบาทมีพระประสงค์จะให้เจ้าแต่งกับองค์รัชทายาทและเข้าวังบูรพา”
หลินเจิ้งหานบอกกล่าวกับบุตรสาวด้วยความหนักใจ เพราะเรื่องนี้เขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไร แต่ก็ไม่อาจจะขัดพระประสงค์ได้
“ท่านพ่อเจ้าคะ แต่ปีนี้ลูกเพิ่งอายุเพียงสิบสามเท่านั้นนะเจ้าคะ ท่านต้องกล่าวเล่นเป็นแน่...ใช่หรือไม่เจ้าคะ”
หลินซูหนานยิ้มออกมาและถามกลับไปด้วยความไม่เชื่อ เนื่องจากเวลานี้นางอายุเพิ่งจะสิบสามหนาวเท่านั้น ยังมีเวลาอีกตั้งสองปีกว่าจะถึงวัยปักปิ่น
“พระประสงค์ของฝ่าบาท มีผู้ใดนำมากล่าวเล่นกันเล่า หนานเอ๋อร์” หลินเจิ้งหานตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่มีแววล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย
พอได้ยินบิดากล่าวมาเช่นนั้น หลินซูหนานก็รู้สึกตกใจและสับสนเป็นอย่างมาก นางลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินไปที่หน้าต่างเพื่อมองดูทิวทัศน์ภายนอกห้อง
ก่อนจะถามออกมาด้วยท่าทางเหม่อลอย
“ท่านพ่อ เหตุใดจึงต้องเป็นลูกด้วยเจ้าคะ สตรีในแคว้นนี้ก็มีออกตั้งมากมาย องค์รัชทายาทไม่พึงใจผู้ใดเลยหรือเจ้าคะ”
“เรื่องนี้มีเหตุและผลของมันอยู่แล้ว แต่พ่อไม่สามารถบอกเจ้าได้ทุกเรื่อง เพียงแต่วันนี้พ่อมาบอกเพื่อให้เจ้าเตรียมตัวไว้เท่านั้น” หลินเจิ้งหานกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทีกังวลใจไม่ต่างจากบุตรสาว
“ท่านพ่อ เหตุใดลูกถึงรู้สึกเหมือนว่าท่านต้องการใช้ลูกเป็นบันไดเพื่อเพิ่มอำนาจให้กับตระกูลหลินล่ะเจ้าคะ ท่านก็รู้ว่าลูกไม่อยากเป็นเครื่องมือในการบรรลุเป้าหมายทางการเมืองของผู้ใดทั้งนั้น” นางหันกลับมามองบิดาด้วยความเคร่งเครียดระคนไม่เข้าใจ
“ซูหนาน เจ้าเข้าใจผิดแล้วลูกพ่อ พ่อไม่เคยคิดที่จะใช้เจ้าทำเรื่องดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย” หลินเจิ้งหานกล่าวออกมา เขาเองจนใจเช่นกันในเรื่องนี้
“แต่ลูกก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีเจ้าค่ะ ว่าเหตุใดต้องเป็นลูกด้วย”
หลินซูหนานถามกลับไปด้วยความไม่เข้าใจอีกครั้ง
“เอาเถอะ อีกไม่นานเจ้าก็จะเข้าใจเอง เจ้ามีความฉลาดเฉลียวและเข้มแข็ง พ่อเชื่อว่าเจ้าไม่เพียงแต่จะทำหน้าที่พระชายาขององค์รัชทายาทได้เป็นอย่างดี แต่เจ้าจะทำให้ตระกูลหลินของเราภาคภูมิใจด้วย”
การสนทนาในครั้งนี้ ทำให้หลินซูหนานรู้สึกทั้งหวั่นไหวและกังวล ถึงแม้จะไม่สามารถทำตามความคิดของตัวเองได้ แต่ความรักและความเคารพที่มีต่อบิดา ทำให้นางยอมรับพระประสงค์นั้นอย่างจำใจ
เมื่อเวลาผ่านไป หลินซูหนานเติบโตขึ้น นางจึงเริ่มเข้าใจเหตุผลที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของบิดา นางได้เรียนรู้ว่าการแต่งงานกับองค์รัชทายาทไม่ใช่เพียงเรื่องของความมุ่งหวังทางการเมืองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่นี่เป็นพระบัญชาของฮ่องเต้เนื่องด้วยเหตุผลที่สำคัญบางอย่าง นางรู้ดีว่าบิดาของนางไม่เคยมีความหลงใหลในอำนาจแม้แต่น้อย แต่ที่ทำลงไป ก็เพื่อปกป้องราชวงศ์เท่านั้น
การแต่งงานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างตระกูลหลินกับราชสำนัก แต่ยังเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดในการควบคุมและจับตาดูการกระทำขององค์รัชทายาท ฝ่าบาททรงหวังให้หลินซูหนานเป็นเหมือนสายตาที่เฝ้าระวัง เพื่อไม่ให้พระองค์ตกเป็นเหยื่อของคำยุยงหรือการแทรกแซงจากขุนนางที่สนับสนุนฝ่ายต่าง ๆ ที่อาจจะคิดก่อกบฏได้
องค์รัชทายาทในฐานะของฮ่องเต้องค์ต่อไป ย่อมต้องมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งและเก่งกาจเพียงพอในการรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยอันตราย ความเข้มแข็งและความสามารถในด้านการปกครองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้ก็คือการมีผู้สนับสนุนที่เชื่อถือได้และมั่นคงเพียงพอ
สตรีที่อยู่เบื้องหลังองค์รัชทายาทนั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะนางจะเป็นฮองเฮาในภายหน้า ซึ่งจะต้องทำหน้าที่ในการสนับสนุนและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับว่าที่ฮ่องเต้องค์ต่อไป
การมีฮองเฮาที่มีความฉลาดเฉลียวและมีคุณธรรมสูงส่ง จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับราชสำนัก และเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในวังหลังด้วย
ด้วยเหตุนี้ฝ่าบาทจึงพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกพระชายาเอกขององค์รัชทายาทอย่างมาก การมองหาสตรีที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและมีความสามารถในการสนับสนุนองค์
รัชทายาทได้อย่างดีเยี่ยมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
เนื่องจากหลินซูหนานซึ่งเป็นบุตรสาวของราชครูหลิน นางมีคุณสมบัติที่โดดเด่นและเป็นที่พึงพอใจของฝ่าบาท นางมีความฉลาดเฉลียวและมีคุณธรรมสูงส่ง ทำให้ฝ่าบาทมองว่านางเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการเข้ามาเป็นพระชายาเอกและฮองเฮาองค์ต่อไป
หลินซูหนานในวัยเพิ่งปักปิ่น เต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น เนื่องจากตั้งแต่สองปีก่อนนางทราบดีว่าการแต่งงานกับองค์รัชทายาทคืออนาคตที่รออยู่ข้างหน้า นางจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งทางกายและจิตใจ การเรียนรู้ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับองค์รัชทายาทกลายเป็นภารกิจสำคัญ นางต้องเรียนรู้ตั้งแต่นิสัยใจคอไปจนถึงความชอบและความไม่ชอบของเขา
ช่วงแรกที่นางเริ่มรู้จักองค์รัชทายาท ความรู้สึกที่มีต่อเขานั้นเต็มไปด้วยความประทับใจ โจวหยางหลงปฏิบัติกับนางอย่างดี ด้วยท่าทีที่สุภาพและอ่อนโยน การได้สนทนากับเขานั้นเป็นประสบการณ์ที่ทำให้หลินซูหนานรู้สึกถึงความอบอุ่นและความใส่ใจของอีกฝ่าย
และในช่วงเวลานั้น นางได้เห็นถึงด้านที่ดีขององค์รัชทายาท ไม่ว่าจะเป็นความเมตตาในการปฏิบัติต่อผู้อื่น หรือความสามารถในการฟังและเข้าใจความคิดเห็นของผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ทำให้นางรู้สึกว่าการแต่งงานกับเขานั้น ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน
“คุณหนู! คุณหนู!” เซียงลี่เอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น พร้อมกับวางกล่องในมือลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
“ของขวัญจากองค์รัชทายาทมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”
คำกล่าวของเซียงลี่ทำให้หลินซูหนานรู้สึกหัวใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นางยิ้มกว้างและดวงตาเปล่งประกายไปด้วยความดีใจ ก่อนจะเอ่ยถามออกไป “ของขวัญจากองค์รัชทายาทอย่างนั้นหรือ”
“ใช่เจ้าค่ะ” เซียงลี่ตอบพร้อมหยิบผ้าคลุมกล่องออก เผยให้เห็นกล่องไม้ที่มีลวดลายงดงาม มีสีทองและน้ำตาลคล้ายผิวไม้ที่มีความหรูหรา
หลินซูหนานไม่สามารถซ่อนความดีใจของตนไว้ได้ นางค่อย ๆ เปิดกล่องออกมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ซึ่งด้านในกล่องถูกวางไว้ด้วยกำไลหยกสีเขียวเข้มที่กำลังส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงแดด
“กำไลอย่างนั้นหรืองดงามยิ่งนัก” หลินซูหนานเอ่ยขึ้นมาด้วยความยินดี
นางหยิบกำไลขึ้นมาดูใกล้ ๆ กำไลหยกวงนี้มีลวดลายที่ละเอียดและการแกะสลักที่อ่อนช้อย จึงรู้ได้ทันทีว่ากำไลวงนี้เป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อน ทำจากหยกเนื้อดีที่หาได้ยากยิ่ง
“คุณหนู นี่คือกำไลหยกอุ่นที่พวกเราเห็นที่ร้านวันนั้นนี่เจ้าคะ”
เซียงลี่เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นกำไลหยกอย่างชัดเจน เพราะมันคือกำไลหยกที่คุณหนูของนางหมายตาไว้แล้วในวันที่ออกไปเที่ยวเล่นในเมือง วันนั้นเพราะไม่ได้เตรียมเงินไปจึงยังไม่ได้ซื้อมา แต่พอวันหลังกลับไปก็พบว่ามีคนซื้อไปแล้ว ไม่คิดว่าวันนี้กำไลหยกวงนี้จะมาอยู่ต่อหน้าคุณหนูของนาง
“ดูสิเซียงลี่ กำไลนี้งดงามมาก” นางกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชม ขณะเดียวกันก็ยิ้มให้กับสาวใช้อย่างสดใส
“คุณหนูสวมมันไว้สิเจ้าคะ ยามเมื่อพบกับองค์รัชทายาทแล้วพระองค์เห็นว่าคุณหนูสวมมันอยู่จะต้องดีพระทัยเป็นแน่เจ้าค่ะ”
เซียงลี่แนะนำเพื่อให้คุณหนูของนางได้ครอบครองใจขององค์รัชทายาทเร็วขึ้น
หลินซูหนานพยักหน้า และยิ้มให้กับคำแนะนำของสาวใช้คนสนิท นางค่อย ๆ บรรจงสวมกำไลหยกอุ่นลงบนข้อมือของตน กำไลวงนี้ทำให้นางสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบนข้อมือ อีกทั้งยังเพิ่มความรู้สึกผูกพันระหว่างนางกับองค์รัชทายาทให้มากขึ้นไปอีก
ทว่าความประทับใจในครั้งนั้นไม่ได้ยาวนานหรือคงอยู่ตราบจนถึงวันที่นางได้รับพระราชโองการ ความรู้สึกที่ดีในช่วงเริ่มต้น กลับเริ่มจืดจางหายไป เมื่อนางได้รับรู้ความจริงบางอย่าง ความรักและความชื่นชมที่มีต่อองค์รัชทายาทจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่แตกต่างออกไป
หลินซูหนานพบว่าในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น มีความซับซ้อนมากกว่าที่เคยคิดไว้!!
