บทที่ 4 ไม่อยากแต่งงานแล้ว

บทที่ 4

ไม่อยากแต่งงานแล้ว

หลินซูหนานนั่งครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อน ตอนนั้นองค์รัชทายาทส่งเทียบเชิญให้นางไปพบตามปกติ นางรู้สึกยินดีและตื่นเต้นที่จะได้พบเจอคนที่นางคิดว่าเป็นคนรักของตนเอง ในใจเต็มไปด้วยความสุขและความหวัง นางไม่เคยสงสัยหรือคิดว่าเขาจะมีเจตนาร้ายใด ๆ

เมื่อไปถึงเรือนรับรองของวังบูรพา หลินซูหนานถูกต้อนรับด้วยความอบอุ่น โจวหยางหลงเดินออกมารับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเชื้อเชิญให้นางนั่งดื่มชาด้วยกัน

ทั้งสองสนทนาด้วยท่าทีผ่อนคลายตามประสาคนที่มีความรู้สึกดีๆ ให้กัน พร้อมกับสอบถามความเป็นมาเล็กน้อย หลินซูหนานรู้สึกถึงความใกล้ชิดและความสบายใจ ระหว่างที่สนทนากันนั้น นางรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง

แต่แล้วบรรยากาศที่อบอุ่นและสบายใจก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวังกับนาง

“ซูหนาน หากว่าพวกเราแต่งงานกันแล้ว เจ้าจะสามารถโน้มน้าวให้บิดาของเจ้าเลือกอยู่ฝ่ายเดียวกันกับข้าได้หรือไม่”

คำถามนี้ทำให้หลินซูหนานสะดุ้งในใจเล็กน้อย นางเข้าใจดีว่าราชสำนักในขณะนี้มีการแบ่งฝ่ายและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และนางก็รู้ว่าบิดาของตนเป็นคนเถรตรงและมุ่งเน้นที่ความถูกต้องเสมอ หากจะให้ไหลตามน้ำไปเรื่อยๆ บิดาของนางคงไม่ยินยอมหากเรื่องนั้นไม่ถูกต้อง จึงได้พยายามตอบกลับอย่างระมัดระวัง

“หม่อมฉันเข้าใจดีเพคะว่าในราชสำนักตอนนี้มีการแบ่งฝ่าย” นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สุภาพอ่อนหวาน พร้อมกับสบตาของอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมา

“แต่พระองค์วางใจได้เพคะ บิดาของหม่อมฉันเป็นคนเถรตรงยิ่งนัก ย่อมเข้าข้างคนที่ทำถูกต้องอยู่แล้ว ท่านโปรดวางใจเถิด ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับท่านแน่นอน ถ้าหากว่าท่านไม่ได้ทำอะไรผิดและหม่อมฉันก็เชื่อว่าท่านจะไม่อยู่ฝ่ายที่ไม่ถูกต้องเพคะ”

ทันทีที่นางกล่าวจบ โจวหยางหลงที่ดูเหมือนจะฟังอย่างตั้งใจกลับมีแววตาที่เปลี่ยนไป จากความสงบเงียบกลับกลายเป็นความแข็งกร้าวและแรงโทสะที่ทวีความรุนแรงขึ้น

“เจ้าว่าอย่างไรนะ” องค์รัชทายาทกล่าวน้ำเสียงลอดไรฟันออกมา

หลินซูหนานไม่เคยเห็นองค์รัชทายาทเป็นเช่นนี้มาก่อน ในยามนี้นางรู้สึกหวาดกลัวและไม่เข้าใจว่า เหตุใดคำกล่าวของนางถึงทำให้เขาโกรธเกรี้ยวได้ถึงเพียงนี้

“หม่อมฉัน..โอ๊ะ” หลินซูหนานกล่าวเพียงแค่นี้ก็ต้องยิ่งตกใจเมื่อโจวหยางหลงลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างรวดเร็ว และก่อนที่หลินซูหนานจะทันตั้งตัวเขาก็เข้ามาบีบคอนางด้วยความลืมตัว

แรงบีบที่หนักหน่วงทำให้นางรู้สึกถึงความเจ็บปวดและแทบจะขาดอากาศหายใจ จึงพยายามดิ้นรนและพยายามกล่าวอะไรบางอย่างเพื่อขอให้เขาหยุด

“ท่าน... องค์...รัช... ทายาท...” นางพยายามเอ่ยออกมา แต่เสียงของนางกลับขาดห้วง เพราะความทรมานที่ได้รับจากการกระทำของชายร่างสูงใหญ่ที่มีแรงมากว่า

แต่ทว่าโจวหยางหลงดูเหมือนจะไม่ได้ยินคำกล่าวของนางเลย ความโกรธทำให้มือของเขาบีบคอหลินซูหนานแน่นขึ้น นางรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ยามนี้ใจของนางเต็มไปด้วยความกลัว และความไม่เข้าใจถึงการกระทำอันโหดร้ายและป่าเถื่อนเช่นนี้ ดวงตาของนางจ้องมองไปที่โจวหยางหลงอย่างอ้อนวอนและขอความเมตตา แต่เขาก็ไม่มีวี่แววว่าปล่อยมือเลย

หลินซูหนานรู้สึกตื่นตระหนกอย่างมาก เมื่อเขากล่าวกับนางด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

“หากเจ้าเป็นชายาข้าแล้ว ย่อมต้องอยู่ข้างกายข้า ไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะทำแต่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะเรื่องที่ออกจากปากข้า ล้วนเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดสำหรับเจ้า”

คำกล่าวนี้ไม่ต่างจากคมดาบที่ฟันลงมาที่ใจของนางให้บาดเจ็บเจียนตาย หลินซูหนานไม่เคยเห็นโจวหยางหลงในท่าทีที่ป่าเถื่อนเช่นนี้มาก่อน ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัว นางพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อตอบกลับ แม้ว่าตอนนี้แรงของนางแทบจะไม่มีเหลือแล้วก็ตาม

“พระองค์คิดจะทำเรื่องผิดอย่างนั้นหรือ ถึงต้องให้สกุลหลินของหม่อมฉันเลือกข้างด้วย” นางถามด้วยเสียงที่แผ่วเบาแต่กลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

โจวหยางหลงมองนางด้วยสายตาที่เย็นชา มือข้างที่กำลังบีบคอนางกลับบีบแน่นขึ้นอีก

“ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าเรื่องที่ออกจากปากข้า ล้วนเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมาสงสัย และข้าต้องการแน่ใจว่าคนที่ข้าจะแต่งงานด้วยนั้นรักและภักดีต่อข้าโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เท่านั้น!!”

“พระองค์...กำลัง...ทำให้หม่อมฉันจะ...เจ็บ...”

หญิงสาวพยายามเอ่ยด้วยเสียงที่แผ่วเบา สายตาของนางเริ่มพร่ามัวจากการขาดอากาศหายใจ ร่างกายเริ่มอ่อนแรง นางรู้สึกถึงความกลัวที่ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

ท่ามกลางความเจ็บปวดในช่วงเวลานั้น หลินซูหนานเริ่มตระหนักว่าคนที่นางเคยรักและเชื่อมั่น ไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านางอีกต่อไป การกระทำที่รุนแรงและคำกล่าวที่เต็มไปด้วยโทสะ แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอน และความอันตรายที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวเขา

“เจ็บหรือ แล้วการที่เจ้าสงสัยในตัวข้าเช่นนี้ ทั้งที่ข้ายอมแต่งกับเจ้า คิดว่าข้าจะไม่เจ็บใจหรืออย่างไร หรือเจ้าไม่รักข้าแล้ว” โจวหยางหลงกล่าวออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

หลินซูหนานได้ยินก็น้ำตาเริ่มรินไหลลงมาอาบแก้ม นางรู้สึกเจ็บปวดและสับสนในใจ อีกทั้งยังไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่นางรักและเชื่อมั่นจึงต้องทำร้ายร่างกายนาง และกล่าวทำร้ายความรู้สึกของนางเช่นนี้ นางจึงได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“หม่อมฉันย่อมต้องรักพระองค์อยู่แล้วเพคะ หลายปีมานี้หม่อมฉันยังแสดงออกไม่ชัดหรือ”

หลินซูหนานหวังว่าคำกล่าวของตนจะทำให้โจวหยางหลงเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของนาง ความรักที่นางมีให้กับเขานั้นยิ่งใหญ่และแท้จริงแค่ไหน แต่ดูเหมือนองค์รัชทายาทผู้นี้จะไม่เข้าใจหรือไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

เมื่อโจวหยางหลงเห็นหลินซูหนานเริ่มอ่อนแรงลง เขาจึงได้ค่อย ๆ คลายมือที่บีบคอนางออก ทำให้ร่างของนางล้มลงกับพื้น อีกทั้งร่างกายยังคงสั่นสะท้านจากความเจ็บปวด และความกลัวที่เกิดขึ้น นางหายใจหอบ และพยายามหายใจให้เต็มปอดอีกครั้ง

โจวหยางหลงมองหญิงสาวที่นอนอยู่กับพื้นตรงหน้าด้วยสายตาที่แสนเย็นชาก่อนจะเอ่ยออกมา

“ถ้าเจ้ารักข้าอย่างที่กล่าวมา เจ้าก็ต้องทำให้คนสกุลหลินอยู่ข้างข้าให้ได้ แล้วข้าจะยอมเชื่อ”

หลินซูหนานนอนอยู่บนพื้น น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม ความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้นางรู้สึกสิ้นหวัง และหวั่นกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ในยามนี้นางคงจะต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปก่อน

“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ” นางตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบา ในใจนั้นคิดว่าอย่างน้อยหากทำเป็นว่าเข้าใจเขาในตอนนี้ ก็อาจจะทำให้ตนเองรอดไปได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าขัดใจเขาตั้งแต่แรกแล้วล่ะก็ เรื่องอาจจะบานปลายยิ่งกว่านี้ก็เป็นได้

“ก็ดี” โจวหยางหลงกล่าวออกมาพร้อมกับเดินกลับไปนั่งจิบชาตามเดิม โดยไม่คิดจะช่วยเหลือคนที่นอนหมดแรงอยู่กับพื้นเลยแม้แต่น้อย

ภายในห้องรับรองที่เงียบสงัด บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันที่แทบจะหายใจไม่ออก ความเงียบเหมือนเวลาหยุดนิ่ง ไม่มีเสียงใดที่เคลื่อนไหว นอกจากเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของหลินซูหนาน

เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ ความเงียบที่เยือกเย็นทำให้รู้สึกว่าห้องนี้กว้างใหญ่และถูกทับถมด้วยความกลัว ความเงียบทำให้นางได้ยินเสียงหัวใจของตนเองอย่างชัดเจน รู้สึกถึงความกดดันที่

ถาโถมเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว

สุดท้ายนางไม่อาจทนความอึดอัดได้อีกต่อไป จึงลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ด้วยความลำบาก พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

แต่แสดงออกถึงการตัดสินใจที่เด็ดขาดแล้ว

“หม่อมฉันต้องขอตัวก่อนเพคะ ทูลลา” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความตึงเครียดระคนหวาดกลัว

โจวหยางหลงทำเพียงแค่หันมามองเล็กน้อยด้วยสายตาที่เย็นชา และไม่ได้ตอบอะไรกลับมา การไม่ตอบสนองของเขานั้นยิ่งทำให้หลินซูหนานรู้สึกถึงความกดดันและหวาดกลัวที่มากขึ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป