บทที่ 8 หวง

ตอนที่8 หวง

ไพลิน

“เดี๋ยวกูไลน์หาแล้วกัน” ยัยอุ่นบอกฉันออกมาหลังจากเราวางแผนกันเรียบร้อย

“เออ มึงก็เล่นเนียนๆ แล้วกัน” ฉันบอกยัยอุ่นออกไปก่อนจะหามุมที่ลับตาคนนั่งพร้อมสั่งเครื่องดื่มนิดหน่อยเพื่อรอเวลา

สงสัยเหรอ บอกก็ได้ ตอนนี้ฉันอยู่ที่ผับที่จัดวันเกิดยัยปรางแล้ว วันนี้วันเกิดมัน แต่เรื่องมีอยู่ว่าวันที่ฉันไปหายัยอุ่น พวกฉันวางแผนกันเซอร์ไพรส์ยัยปราง โดยการที่ฉันโทรไปบอกยัยปรางว่าติดธุระด่วนและสำคัญมากมาวันเกิดมันไม่ได้แล้ว เชื่อไหมว่ามันด่าฉันยับแล้วก็งอนฉันมากเลยแหละ

ส่วนตอนนี้ฉันก็ให้ยัยอุ่นออกหน้าไปงานมันคนเดียวก่อน รอเวลาเป่าเค้กนั่นแหละที่ฉันจะเป็นคนถือเค้กไปให้มันเอง แค่คิดถึงหน้ามันที่เห็นว่าอยู่ๆ ฉันถือเค้กไปให้มันก็สนุกแล้ว

“อดทนรออีกสามชั่วโมงลิน สู้ๆ” ในเมื่ออยากพากันคิดแผนให้ลำบากตัวเองขึ้นมาก็ต้องอดทน สามชั่วโมงเอง จิ๊บๆ

ฉันนั่งดื่มเหล้าไปฟังเพลงไป ตอนนี้พึ่งสามทุ่มนิดๆ ที่ผับเลยยังไม่ได้เปิดเพลงแดนซ์อะไรมาก เป็นเพลงที่สามารถนั่งฟังได้ แต่ระหว่างนั่งก็มีคนคอยเข้ามาชนแก้วมาคุยกับฉันไปเรื่อยแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก(ยกเว้นคนหล่อ)

“เฮ้อ!” เสียงถอนหายใจฉันเองแหละ นี่แหละนะการรอคอยแม้แต่นาทีเดียวมันก็ยาวนานมาก ยิ่งนี่สามชั่วโมงไม่ต้องพูดถึงเลย พึ่งผ่านไปแค่ชั่วโมงนิดๆ เอง

เข็มยาวและเข็มสั้นที่ทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ขาดตกบอกพร่อง เดินวนรอบตัวเองรอบแล้วรอบเล่า สุดท้ายเวลาที่รอคอยก็มาถึง

ไลน์!

เสียงไลน์ส่งสัญญาณจากยัยอุ่นดังขึ้นทำให้ฉันลุกไปทางบันไดขึ้นไปชั้นสองชั้นvip ทันที เมื่อเค้กที่เตรียมไว้ถูกจุดเทียนให้แสงสว่างเรียบร้อยแล้ว ฉันก็เดินไปที่โต๊ะของเพื่อนฉัน ก่อนเสียงเพลงจะดังขึ้นจากยัยอุ่นเป็นคนแรกที่รู้เรื่อง คนอื่นๆ เลยร้องตามกันไป

Happy birthday to you

Happy birthday to you

Happy birthday Happy birthday

Happy birthday to you

ฉันมาหยุดอยู่ตรงหน้ายัยปรางก่อนเพลงจะจบไม่นาน และส่งยิ้มให้มันทันที

“อีลิน! อีเพื่อนเลวหลอกกู!” แล้วพอมันเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้สนใจเค้กหรอก ด่าฉันออกมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างปากแทบฉีกทันที

“เป่าเทียนก่อนแล้วค่อยด่ากูไหมดอก!” ฉันบอกมันออกไปอย่างขบขันไม่น้อยกับแผนการที่สำเร็จนี้ และมันก็ยอมหยุดด่าฉันแล้วอธิฐาน

“ฟู่วววว!”

“ขอให้สวยวันสวยคืน ผัวรักผัวหลงนะจ๊ะ!” ฉันอวยพรให้มันทันทีที่เป่าเทียนเสร็จ

“มีความสุขมากๆ นะ”

“สมหวังดั่งปรารถนาทุกอย่างนะ”

ตามด้วยคนอื่นๆ ที่พากันอวยพรและให้ของขวัญมัน รวมถึงฉันที่วางเค้กเสร็จก็ยื่นของขวัญให้มัน

หมับ แล้วมันก็พุ่งมากอดฉันไว้ทันที

“มึงหลอกกู! อีเพื่อนเลว!” แล้วก็ไม่พ้นที่มันจะกลับมาด่าฉันอีกครั้งทันที

“ฮ่าๆๆ ไปโทษอีอุ่นโน่น! แผนมัน อีห่าให้กูนั่งรอคนเดียวตั้งหลายชั่วโมง” ฉันว่าแล้วโยนไปให้ยัยอุ่นทันที พร้อมกับบ่นออกมากับความเบื่อหน่ายที่ต้องรอคนเดียว

“แล้วก็ทำเนียนเลยนะมึง เลว!” ยัยปรางก็หันไปว่าให้ยัยอุ่นอีกคนอย่างไม่พอใจที่ถุกหลอก

“อย่ามาโทษกู กูแค่เสนออีลินนี่เห็นดีเห็นงามสุดๆ” ยัยอุ่นรีบโยนกลับมาให้ฉันคืนอย่างไม่ยอมรับผิดคนเดียว

“พอๆ นั่งได้หรือยัง กูขี้เกียจยืนแล้ว” ฉันบอกมันออกไปก่อนจะพากันนั่งเม้าท์มอยด้วยความคิดถึงตามประสาผู้หญิง

หลังจากคุยกันได้สักพักก็มีเสียงของคนมาเพิ่มดังขึ้น

“สุขสันต์วันเกิดนะน้องปราง”

“ของขวัญของพวกพี่ครับ”

“มีความสุขมากๆ นะ” และเสียงสุดท้ายที่พูดไม่ใช่เสียงใครที่ไหน เป็นเสียงของคนที่ฉันไม่อยากได้ยินที่สุด และครั้งแรกที่ฉันหันไปมองพวกเขา ฉันก็เห็นว่าผู้ชายคนนี้มองฉันอยู่ก่อนแล้ว แต่ฉันไม่ได้สนใจที่จะมองเขาหรอก

“ลิน มาด้วยเหรอ” เสียงของพี่เติ้ลทักฉันขึ้นอย่างแปลกใจ

“ค่ะ” ฉันตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มเป็นกันเองไม่ได้ถือสาหรือมีปัญหาอะไรกับพวกเขา

“ไม่เจอกันนาน สวยขึ้นจนจำแทบไม่ได้เลยนะเนี่ย” เสียงนี่พี่เจฟที่ทักทายอย่างหยอกล้อตามประสาคนช่างพูดอย่างเขา

“พูดแบบนี้เมื่อก่อนลินไม่สวยเหรอคะ” ฉันถามกลับไปอย่างจับผิดไม่จริงจัง

“โอ้! ถ้าอย่างลินไม่สวยจะไปหาสวยจากไหนได้อีกล่ะ” พี่เจฟรีบตอบกลับมาอย่างปากหวานทันที ฉันเลยส่งยิ้มให้เขาไปก่อนจะหันมาคุยกับเพื่อนตัวเองคืน

“นั่งก่อนพวกมึง” อันนี้เสียงพี่บิทแฟนยัยปรางบอกพวกเขาทั้งสามคนขึ้นเพราะพวกเขาสนิทกันน่ะ จะมาร่วมงานนี้ด้วยก็ไม่แปลก อีกทั้งมันเป็นผับของเขาด้วย

และระหว่างที่เรานั่งกินเหล้าและพูดคุยกันนั้น ตลอดเวลาฉันรับรู้ถึงสายตาที่จ้องมองฉันอยู่ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่มองตอบแต่ฉันก็พอรู้ว่าสายตานั้นมาจากใคร แต่ก็เรื่องของเขาเถอะ ฉันไม่อยากแม้แต่จะมองด้วยซ้ำ

ส่วนเรื่องร่วมโต๊ะฉันไม่ได้ซีเรียสอะไรหรอก เพราะยังไงฉันกับเขามันก็ร่วมโลกกันอยู่แล้ว แค่ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องยุ่งต่อกันก็พอ

“เดี๋ยวกูไปห้องน้ำก่อนนะ” หลังจากดื่มมาเยอะพอสมควรมันก็ทำให้ปวดฉี่ขึ้นมา อีกทั้งก้องภพไลน์มาด้วย จะได้ไปทำธุระส่วนตัวแล้วก็ตอบไลน์ไปพร้อมด้วย

“ให้กูไปเป็นเพื่อนไหม” ยัยอุ่นถามขึ้นอย่างไม่อยากให้ไปคนเดียว

“ไม่เป็นไร กูไปได้” เห็นเพื่อนกำลังสนุกไม่อยากขัด อีกอย่างห้องน้ำชั้นvipที่นี่ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรด้วย

“เออๆ มีอะไรโทรหากูนะ” ยัยอุ่นบอกอย่างกับฉันเป็นเด็ก แล้วทำไมชีวิตฉันมีเพื่อนเหมือนมีพ่อมีแม่เพิ่มจังเลย ห่วงกูจังเล้ย!

“เออค่ะ!” ฉันตอบแล้วลุกไปเข้าห้องน้ำทันที เพราะเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว

ฟาร์ม

“เดี๋ยวกูมา” ผมหันไปบอกไอ้เติ้ลก่อนจะลุกเดินไปทางห้องน้ำ ซึ่งมันก็พอจะรู้ว่าผมไปทำไม แล้วตอนนี้ทุกคนกำลังสนุกกับการเล่นเกมส์ด้วยทำให้ไม่มีใครได้สนใจที่ผมลุกมาเท่าไหร่

วันนี้เป็นวันเกิดของปรางแฟนไอ้บิทเพื่อนพวกผมนี่แหละ และปรางก็ยังเป็นเพื่อนสนิทของไพลินด้วย ตอนแรกผมนอนอยู่ข้างบนห้อง วันนี้ขี้เกียดลงมา แต่ใครจะไปรู้ว่าอยู่ๆ ไพลินจะมาวันเกิดเพื่อนเธอ ดีที่ไอ้เจฟมันโทรขึ้นมาบอกผม ทำให้ผมนี่วิ่งลงมาแทบไม่ทัน

และครั้งแรกที่เห็นเธอ ยอมรับเลยว่าไพลินสวยขึ้นมาก จากตอนแรกไพลินเป็นคนที่สวยมากอยู่แล้ว แต่ตอนนี้กลับเป็นสวยกว่าเดิมหลายเท่า ผมยิ่งเห็นมันก็ยิ่งทำให้หวงขึ้นมาทันที ผมนั่งมองเธอตั้งแต่แรกแต่เธอกลับไม่แม้แต่จะมองผมเลย เหมือนกับว่าเธอไม่เคยรู้จักผม จนผมอยากจะเข้าไปกระชากเธอเข้ามาคุย แต่ก็ต้องอดทนไว้

จนสุดท้ายความอดทนของผมก็สิ้นสุดลง เมื่อเห็นไพลินลุกออกจากโต๊ะ และเธอก็ต้องไปเข้าห้องน้ำแน่นอน ผมเลยลุกตามเธอออกมาทันที จนมาหยุดรอเธออยู่หน้าห้องน้ำแล้ว

“เออ กูจะดูแลตัวเองดีๆ ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมเลยค่ะ” แล้วเสียงจากห้องน้ำก็ดังออกมา

ซึ่งเป็นเสียงของไพลินนั่นเอง ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ยินนาน แต่ผมก็จำได้ไม่ลืม

“ไม่ได้แต่งโป๊ เออเดี๋ยวกูส่งให้ดู” คงจะคุยกับไอ้เหี้ยก้องภพสินะ

“หึ! หวงกันเข้าไป” ผมพูดออกมาอย่างไม่พอใจทันที ยิ่งมาได้ยินเธอพูดแบบนี้กับหูตัวเองมันยิ่งตอกย้ำว่าเธอผิดคำพูดกับผม

หลังจากเสียงไพลินเงียบไปสักพักใหญ่ก็ตามมาด้วยเสียงรองเท้า กว่าจะออกมาได้คงรายงานทุกความเคลื่อนไหวเลยสินะ

“อ๊ะ! ขอโทษค่ะ” ไพลินที่เดินก้มหน้ามองแต่โทรศัพท์ทำให้ไม่ได้มองผมที่ยืนขวางเธออยู่ จนชนเข้าอย่างจัง ดีที่ผมรับเธอไว้ทันก่อนเธอจะเงยมามองผมแล้วรีบผละออกห่าง แต่เรื่องอะไรผมจะยอมปล่อยเธอง่ายๆ ล่ะ

“รายงานผัวใหม่เสร็จแล้วเหรอ” ผมถามออกไปเสียงนิ่งอย่างระงับอารมณ์ของตัวเองทันที

“ปล่อย!” ไพลินดิ้นและผลักผมให้ออกห่าง แต่แรงเธอยังไงมันก็ทำอะไรผมไม่ได้อยู่แล้ว ผมกระชับกอดเธอแน่นกว่าเดิม

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” พอห่างกันนานบวกกับความโกรธมันทำให้สรรพนามที่ผมใช้กับเธอเปลี่ยนไปด้วย รอให้ดีกันก่อนแล้วค่อยกลับมาใช้เหมือนเดิม

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนาย” อ้อ! ไม่ใช่แค่ผมสินะที่เปลี่ยนไป เธอเองก็ไม่ต่างกันกับผมเลย แบบนี้มันต้องรีบทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมเร็วๆ แล้วสินะ

“ตามมา” ผมบอกเสียงแข็งก่อนจะลากไพลินออกไปทางบันไดหนีไฟเพื่อลงไปด้านหลังผับ

“นี่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” ไพลินทั้งดิ้นทั้งฝืนตัวเองไม่ให้เดินตาม แต่บอกแล้วว่าแรงเธอมันทำอะไรผมไม่ได้ ยิ่งตอนนี้เธอใส่ส้นสูงแล้วด้วยมันยิ่งฝืนตัวเองยากอยู่แล้ว

แล้วพอเธอรู้ว่าเอาชนะผมไม่ได้เธอก็หาทางออกอื่น นั่นคือโทรศัพท์ แต่ขอโทษผมเร็วกว่า พอเห็นว่าเธอกำลังจะโทรออกไปหาใครสักคนผมก็กระชากโทรศัพท์เธอออกจากมือทันที

“วันนี้ฉันจะคุยทุกอย่างกับเธอจนพอใจเลย!” ผมบอกพร้อมกับกระชากไพลินเดินตามแรงมาที่รถก่อนจะดันเธอเข้าไปในรถแล้วรีบวิ่งไปฝั่งคนขับแล้วล๊อกรถทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป