บทที่ 7 หลุมพรางที่แสนอันตราย

ลูกน้องร่างยักษ์สองคนพุ่งพรวดเข้ามาทันที!

กิ่งฟ้าเบิกตากว้าง สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำงานในเสี้ยววินาที มือบางคว้าแจกันเซรามิกที่วางอยู่บนตู้รองเท้าใกล้ตัว แล้วปาใส่หน้าลูกน้องคนหนึ่งอย่างแรง!

เพล้ง!

“โอ๊ย!”

ชายฉกรรจ์ยกมือขึ้นกุมหน้าผากที่แตกยับ จังหวะชุลมุนนั้นเอง กิ่งฟ้าผลักร่างท้วมของป้าจันทร์จนล้มคะมำไปชนเสี่ยกำพล ก่อนที่เธอจะสับเท้าวิ่งพุ่งพรวดออกจากประตูบ้าน ฝ่าความมืดมิดออกสู่ซอยเปลี่ยวทันที!

“ตามไปจับตัวมันมา! อีเด็กเวรนี่ มึงหนีกูไม่พ้นหรอก!”

 เสียงคำรามของเสี่ยกำพลดังลั่นไล่หลังมา

กิ่งฟ้าสับเท้าวิ่งสุดชีวิต หัวใจเต้นกระหน่ำรัวจนเจ็บหน้าอก ความมืดมิดของซอยเปลี่ยวและเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ไล่กวดตามมาติดๆ คือความหวาดกลัวที่สุดในชีวิตของเธอ... ใครก็ได้... ช่วยเธอด้วย

ห่าฝนสาดกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟากฟ้ากำลังพิโรธ แสงสายฟ้าแลบปลาบฉีกกระชากท้องฟ้ายามราตรีให้สว่างวาบเป็นระยะ

กิ่งฟ้าวิ่งหนีสุดชีวิตไม่คิดชีวิต รองเท้าผ้าใบคู่เก่าเหยียบย่ำลงบนแอ่งน้ำขังจนเปียกชุ่ม หยาดฝนเย็นเฉียบสาดซัดลงมาจนเสื้อยืดแนบลู่ไปกับลำตัว หญิงสาวหนาวสั่นจนริมฝีปากซีดเผือด แต่สองขากลับไม่ยอมหยุดวิ่ง

เสียงฝีเท้าและเสียงสบถด่าของพวกมันถูกทิ้งห่างออกไป เพราะความมืดและตรอกซอกซอยที่สลับซับซ้อนในชุมชนแออัดช่วยพรางตัวให้เธอรอดพ้นมาได้ หญิงสาววิ่งโซเซมาจนถึงป้ายรถเมล์ริมถนนใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งเปียกชุ่ม หอบหายใจจนตัวโยน

เธอหนีรอดมาได้ในคืนนี้... แต่พรุ่งนี้ล่ะ?

ไอ้เสี่ยกำพลมันต้องกลับมาตามล่าเธอ และยึดบ้านที่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของพ่อแม่ไปแน่ๆ เธอไม่มีทางหนีพ้นอำนาจมืดของมันได้เลย นอกเสียจาก... เธอจะมีเงินห้าล้านบาทไปปาใส่หน้ามัน

ตลอดสามปีที่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะจิตวิทยา กิ่งฟ้าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์ แต่กลับไม่เคยคาดคิดเลยว่าจิตใจของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น "ญาติ" จะดำมืดและเห็นแก่ตัวได้ถึงเพียงนี้

ด้วยรูปร่างหน้าตาที่สะสวยโดดเด่น ผิวขาวนวลเนียนประดุจเครื่องเคลือบ และดวงตากลมโตที่มีแรงดึงดูดประหลาด ทำให้มีเพื่อนร่วมรุ่นและคนรู้จักหลายคนเคยชวนเธอไปทำงานใน "โลกสีเทา" เป็นเด็กเอนเตอร์เทนวีไอพีที่แค่แต่งตัวสวยๆ ยิ้มหวาน และชงเหล้า ก็ได้เงินหลักหมื่นมาครอบครองในชั่วข้ามคืน

“กิ่ง... สวยระดับแก ไปนั่งดริ๊งก์คืนเดียวก็ได้ค่าเทอมแล้วนะ ไม่ต้องไปหลังขดหลังแข็งเสิร์ฟอาหารแลกเงินชั่วโมงละสี่สิบบาทหรอก เสียดายของว่ะ”

คำชวนเหล่านั้นมักจะวนเวียนอยู่ในหัวเสมอเวลาที่เธอต้องปาดเหงื่อทำงานหนัก แต่ที่ผ่านมา กิ่งฟ้าปฏิเสธมันมาตลอดอย่างไม่ลังเล

เธอหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ยอมทำงานหนักสารพัดอย่าง ตั้งแต่ล้างจาน เสิร์ฟกาแฟ ไปจนถึงรับจ้างทำรายงาน เพื่อแลกกับเงินสะอาดๆ มาประทังชีวิต เธอเคยเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าความพยายามและหยาดเหงื่อจะคุ้มครองเธอได้

แต่วันนี้... โลกกลับตบหน้าเธออย่างจังด้วยความจริงที่แสนบัดซบ

ศักดิ์ศรีที่เธอหวงแหนนักหนามันกินไม่ได้ และในยามวิกฤต มันกลับปกป้องสิ่งที่เธอรักที่สุดเอาไว้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

กิ่งฟ้าใช้หลังมือที่เปื้อนคราบน้ำฝนปาดน้ำตาทิ้ง ดวงตาที่เคยสั่นไหวอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ก็แค่โลกกลางคืน... มันจะสักแค่ไหนกันเชียว”

ในเมื่อชีวิตมันสู้กลับอย่างหมาจนตรอก เธอก็จะขอสู้ยิบตา ต่อให้ต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงินห้าล้าน เธอก็จะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของอีแก่ตัณหากลับนั่นเด็ดขาด

มือเรียวที่สั่นเทาล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือหน้าจอแตกร้าวขึ้นมา นิ้วโป้งเลื่อนหารายชื่อผู้ติดต่อ... หน้าจอหยุดอยู่ที่ชื่อของ 'มะนาว' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในมหาวิทยาลัย มะนาวเป็นลูกคุณหนูบ้านรวย หากเอ่ยปากยืม เงินห้าล้านอาจไม่ใช่เรื่องยากเกินกำลัง

แต่กิ่งฟ้าเลือกที่จะเลื่อนผ่านไป...

เธอรู้ดีว่าหนี้ก้อนนี้มันสกปรกและอันตรายแค่ไหน เธอไม่ยอมดึงเพื่อนรักเข้ามาเกลือกกลั้วกับเรื่องบัดซบของครอบครัวเธอเด็ดขาด ความเกรงใจและศักดิ์ศรีที่ยังหลงเหลืออยู่ทำให้เธอเลือกปิดประตูบานนั้นทิ้ง

นิ้วเรียวเลื่อนต่อไปจนหยุดที่ชื่อ... 'พี่มี่'

พี่มี่คือผู้จัดการผับไฮโซระดับวีไอพี ที่กิ่งฟ้าเคยรับจ้างไปทำความสะอาดบ้านให้ และเคยเอ่ยปากชวนเธอเข้าสู่วงการสีเทา

‘กิ่ง... รูปร่างหน้าตาอย่างเธอ แถมยังเป็นเด็กมหา’ลัยใสๆ ยังซิงอยู่แบบนี้ พวกเสี่ยกระเป๋าหนักชอบนักล่ะ ยอมจ่ายไม่อั้นแน่’

น้ำเสียงแหบพร่าและควันบุหรี่ที่พี่มี่พ่นออกมายามนั้นยังติดอยู่ในความทรงจำ

‘ผู้หญิงเราน่ะ... ยังไงวันหนึ่งก็ต้องเสียความซิงให้ผู้ชายอยู่ดี ถ้าเสียแล้วได้เงินก้อนโตมันไม่ดีกว่าเหรอไง นอนถ่างขาแค่ครั้งสองครั้ง ร่างกายมันไม่สึกหรอหรอกนะ ถ้าวันไหนตัดสินใจได้และอยากรวยทางลัด... ก็โทรมา’

ตอนนั้นกิ่งฟ้าปฏิเสธหัวชนฝา... แต่วันนี้ เธอไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

หญิงสาวสูดลมหายใจลึก กดโทรออก รอสายเพียงไม่นาน ปลายสายก็กดรับ

(ฮัลโหล ว่าไงจ๊ะแม่คนดี กลิ่นน้ำยาล้างห้องน้ำเจือจางแล้วเหรอถึงโทรหาพี่ได้)

เสียงย้วยๆ ติดจะประหลาดใจของพี่มี่เอ่ยทักทาย

“พี่มี่... คืนนี้ที่ผับพี่มีลูกค้าวีไอพีกระเป๋าหนักๆ ไหมคะ”

กิ่งฟ้าถามเข้าประเด็น น้ำเสียงเด็ดขาดจนปลายสายชะงักไปอึดใจ

(มีสิ วันศุกร์สิ้นเดือน พวกมหาเศรษฐีเพียบ... ทำไม? อย่าบอกนะว่าแกตัดสินใจได้แล้ว)

“อืม”

กิ่งฟ้าตอบรับในลำคอ กำโทรศัพท์แน่น

“กิ่งต้องการเงิน... ห้าล้านบาท ภายในคืนนี้”

(ห้าล้าน! แกบ้าไปแล้วเหรอกิ่ง!)

พี่มี่ร้องเสียงหลง ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง

(แต่... เอาเถอะ ถ้าแกกล้าแลก ความสดความซิงระดับแก พี่ว่าหาคนเปย์ราคานั้นได้ไม่ยาก... รีบมาเลยลูกสาว เดี๋ยวพี่หาชุดที่เด็ดที่สุดไว้รอ!)

บทก่อนหน้า
บทถัดไป