บทที่ 8 คนจนตรอกที่พร้อมสู้ยิบตา' กับ 'ซาตานไร้ใจ'

หญิงสาวยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋า สะพายเป้ขึ้นบ่า มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เธอรู้ดีว่าเป็นจุดเริ่มต้นของหลุมพรางที่แสนอันตราย แต่หากความเสี่ยงนั้นมันแลกมาด้วยเงินห้าล้านบาท... เธอก็พร้อมจะกระโดดลงไปในกองไฟด้วยตัวเอง

ในขณะที่ชีวิตของกิ่งฟ้ากำลังดิ้นรนอยู่ก้นเหว อีกฟากหนึ่งของมหานคร... บนยอดตึกระฟ้าอันหรูหรามูลค่าหลายพันล้าน ผู้ชายที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารก็กำลังเผชิญกับนรกในใจที่ไม่ต่างกัน

วายุยืนทอดสายตามองแสงไฟของกรุงเทพมหานครผ่านกระจกบานยักษ์ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นเพนต์เฮาส์

ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักของเขาเรียบตึง เย็นชา และอ่านไม่ออก นัยน์ตาสีรัตติกาลลึกล้ำราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสิ่ง ในมือหนามีแก้ววิสกี้ชั้นเลิศที่ถูกบีบแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว

สามปีแล้ว... สามปีเต็มที่โลกทั้งใบของเขาพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี

ภาพซากรถยนต์ยุโรปที่พังยับเยินจากอุบัติเหตุยังคงตามหลอกหลอนเขาทุกคืน ภรรยาของเขาเสียชีวิตคาที่ในซากเหล็กนั้น แต่สิ่งที่ฉีกทึ้งหัวใจของคนเป็นพ่อจนแหลกสลาย คือร่างเล็กๆ ของ 'น้ำฝน' ลูกสาววัยสองขวบในตอนนั้น ที่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์

ทว่า... ปาฏิหาริย์นั้นต้องแลกมาด้วยบาดแผลฉกรรจ์ในจิตใจของเด็กน้อย

น้ำฝนช็อกกับเหตุการณ์ตรงหน้าจนชัตดาวน์ตัวเอง เธอไม่ยอมพูดอะไรออกมาอีกเลย และมักจะอาละวาดอย่างรุนแรงเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย

วายุจมอยู่กับความรู้สึกผิด เขาโทษตัวเองที่ปกป้องครอบครัวไม่ได้ ความเจ็บปวดหล่อหลอมให้เขาปิดตายหัวใจ กลายเป็น 'ซาตาน' ไร้ความรู้สึกที่มุมานะทำงานราวกับเครื่องจักร

เขาใช้เงินมหาศาลจ้างหมอจิตวิทยาที่เก่งที่สุดระดับประเทศและระดับโลก แต่ก็ไม่มีใครสามารถทลายกำแพงน้ำแข็งในใจของลูกสาวเขาได้เลย

ชายหนุ่มยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ รสชาติบาดคอไม่ได้ทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งจางหาย ทว่าจู่ๆ ท่ามกลางความตึงเครียด ภาพใบหน้าเรียบเฉยและดวงตากลมโตที่จ้องมองมาอย่างไม่หวั่นเกรงของนักศึกษาจิตวิทยาเมื่อช่วงบ่าย กลับแวบเข้ามาในหัวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

‘ถ้าเปลี่ยนคนไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนวิธีสื่อสารเพื่อชี้ให้เขาเห็นต้นทุนค่าเสียโอกาส’

คำตอบที่ฉะฉานและแววตาหยิ่งทะนงของเด็กผู้หญิงคนนั้น ยังคงรบกวนจิตใจเขามาจนถึงวินาทีนี้...

“มึงจะยืนเป็นรูปปั้นหินอีกนานไหมวะ ไอ้วายุ”

เสียงของ 'เตชินท์' เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนบริษัทดังขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้อง วายุปัดความคิดเรื่องนักศึกษาสาวทิ้งไป ถอนหายใจยาวก่อนจะปรายตาไปมองเพื่อนที่เดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อสูทพาดบ่า

“ถ้ามึงจะมาคุยเรื่องงาน วางแฟ้มไว้บนโต๊ะแล้วไสหัวไปได้เลย”

วายุเอ่ยเสียงเรียบและเย็นชา ไม่แม้แต่จะหันหน้าไปมองเต็มตา

“งานบ้าอะไรล่ะ วันนี้วันศุกร์โว้ย!”

เตชินท์โวยวาย เดินเข้ามาดึงแก้ววิสกี้ออกจากมือเพื่อนอย่างถือวิสาสะ

“แล้วนี่เป็นไงวะ ไปเป็นวิทยากรพิเศษที่มหา’ลัยมาทั้งบ่าย เจอเด็กนักศึกษาสาวๆ เอ๊าะๆ น่าสนใจเข้าตากรรมการบ้างไหม”

นัยน์ตาคมกริบของวายุตวัดฉับมองเพื่อนสนิทอย่างดุดัน บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงหลายองศา ทว่าเตชินท์กลับไม่สะทกสะท้าน

“กูไปบรรยายให้ความรู้...”

ซาตานหนุ่มกดเสียงต่ำ เย็นชา

“ไม่ได้ไปหาเรื่องเจ้าชู้ จ้องจะจับนักศึกษามาทำเมียเหมือนมึง ไอเต”

“แหม ทำเป็นปากดี พ่อคนถือศีล!”

เตชินท์เบ้ปากหมั่นไส้ ก่อนจะปรับสีหน้าจริงจังขึ้น     “กูพูดจริงๆ นะวายุ มึงขังตัวเองอยู่แต่ในกรอบ แบกความรู้สึกผิดเรื่องลูกไว้คนเดียวมาสามปีแล้วนะเว้ย ความเครียดของมึงมันไม่ได้ช่วยให้น้องน้ำฝนกลับมาพูดได้หรอกนะ”

วายุขบกรามแน่น นัยน์ตาสีรัตติกาลวูบไหวไปชั่วขณะเมื่อพูดถึงลูกสาว

“คืนนี้กูไม่ยอมให้มึงหมกตัวอยู่แต่ในห้องนี้แน่ มึงต้องออกไปเปิดหูเปิดตา ไปปลดปล่อยซะบ้าง ไม่งั้นมึงได้ประสาทแดกตายก่อนลูกโตชัวร์!”

“กูไม่ไป ไม่มีอารมณ์”

ซาตานหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็ง

“ไม่ไปไม่ได้! กูจองโซนวีไอพีที่คลับ The Onyx ไว้แล้ว คืนนี้มีเด็กใหม่ๆ สวยๆ เด็ดๆ เพียบ มึงแค่นั่งจิบเหล้าเฉยๆ ก็ได้ กูจะพาไปเปิดหูเปิดตา!”

แม้จะพยายามปฏิเสธและบ่ายเบี่ยงด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ แต่สุดท้าย ความเหนื่อยล้าสะสมและความอยากหนีจากความมืดมิดในหัว ก็ทำให้วายุจำต้องยอมพ่ายแพ้

ชายหนุ่มยอมก้าวออกจากเซฟโซน ปล่อยให้เพื่อนสนิทลากเขาไปยังสถานที่เริงรมย์ยามค่ำคืน

ปลายทางของค่ำคืนนี้คือ The Onyx คลับเอ็กซ์คลูซีฟระดับไฮเอนด์ที่มีแต่ระดับมหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลเท่านั้นที่ก้าวเข้าไปได้ สถานที่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเงินตรา คาวโลกีย์ และตัณหาของมนุษย์

รถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูของเตชินท์แล่นทะยานฝ่าสายฝนมาจอดเทียบหน้าคลับ ในเวลาไล่เลี่ยกับแท็กซี่คันเก่าที่เพิ่งจอดส่งผู้โดยสารที่ริมฟุตปาธฝั่งตรงข้าม

กิ่งฟ้าก้าวลงมาจากรถแท็กซี่

เธอเงยหน้ามองป้ายไฟนีออนที่สว่างวาบกลางสายฝน... นี่คือจุดเริ่มต้นของหลุมพรางที่แสนอันตราย

ร่างบอบบางสูดลมหายใจลึก เชิดหน้าขึ้นแล้วก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง... เป็นจังหวะเดียวกับที่รองเท้าหนังขัดมันกริบราคาเหยียบแสนของวายุก้าวลงจากรถสปอร์ตพอดี

สายฝนที่สาดกระหน่ำ ไม่อาจดับไฟสองดวงที่กำลังจะปะทะกันในอีกไม่ช้า... โชคชะตากำลังเล่นตลก ต้อนให้ 'คนจนตรอกที่พร้อมสู้ยิบตา' กับ 'ซาตานไร้ใจ' โคจรมาพบกัน.

บทก่อนหน้า
บทถัดไป