บทที่ 9 นางฟ้าเปื้อนบาป
กิ่งฟ้ายืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูกระจกสีชาบานยักษ์ของ The Onyx คลับหรูระดับไฮเอนด์ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ความโอ่อ่าของมันขัดแย้งกับสภาพของเธอในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
หยาดฝนยังคงไหลรินผ่านใบหน้าหวานที่บัดนี้ซีดเผือด เธอมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานโต... เสื้อยืดและกางเกงยีนส์เปียกชุ่มแนบลู่ไปกับตัว เต็มไปด้วยคราบโคลนที่กระเซ็นเปรอะเปื้อน คนในกระจกนั้นดูช่างห่างไกลจาก 'กิ่งฟ้า' นักศึกษาจิตวิทยาผู้หยิ่งทะนงที่เพื่อนๆ เคยรู้จัก
แต่เธอถอยไม่ได้แล้ว...
มือเรียวผลักบานประตูหนักอึ้งเข้าไปด้านใน ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศปะทะผิวกายจนต้องห่อไหล่ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นอายความมั่งคั่งอบอวลไปทั่วโถงทางเดิน แสงไฟสลัวสีอำพันทำให้ทุกอย่างดูหรูหรา ทว่าแฝงความอันตรายไว้ทุกตารางนิ้ว
“ตายแล้วกิ่ง! ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาเนี่ย สภาพดูไม่ได้เลย!”
พี่มี่ ผู้จัดการสาวเปรี้ยวจี๊ดถลันเข้ามาหาทันที หล่อนรีบถอดเสื้อสูทตัวนอกคลุมร่างสั่นเทาของกิ่งฟ้า
“หนู... หนูขอมาทำงานค่ะพี่มี่ ตำแหน่งอะไรก็ได้ที่ได้เงินเร็วที่สุด”
น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทจนตัวเองยังแปลกใจ มันคือกลไกป้องกันตัวที่เธอกำลังใช้เพื่อปกปิดความกลัวที่สั่นไหวอยู่ภายใน พี่มี่ถอนหายใจยาว ดึงแขนเด็กสาวให้เดินตามเข้าไปในห้องแต่งตัวพนักงาน
“สภาพนี้ขืนออกไปรับแขกได้โดนด่าเปิงพอดี เอ้า! เอาชุดนี้ไปเปลี่ยน”
ผู้จัดการสาวหยิบชุดเดรสเกาะอกสีดำรัดรูป พร้อมรองเท้าส้นเข็มความสูงปรี๊ดส่งให้
“ฟังนะกิ่ง โซน VIP คืนนี้มีแต่ระดับมหาเศรษฐี หน้าที่ของแกคืนนี้คือเด็กชงเหล้า คอยเอนเตอร์เทนแขก ถ้าแกอยากได้เงินห้าล้านไวๆ ก็ต้องทิ้งความอายแล้วใช้ความสวยให้เป็นประโยชน์ เข้าใจใช่ไหม?”
กิ่งฟ้าขบกรามแน่น เธอรู้ดีว่าความหมายแฝงนั้นดำมืดเพียงใด แต่ภาพโฉนดบ้านที่กำลังจะหลุดลอยและความกระหายของเสี่ยกำพล ทำให้เธอพยักหน้าตกลงอย่างไม่ลังเล
เมื่อจัดการล้างคราบโคลนและสวมเดรสเกาะอกสีดำลงบนตัว... กิ่งฟ้าแทบจะจำตัวเองไม่ได้ ผ้าเนื้อบางเฉียบรัดรึงสัดส่วนจนเห็นส่วนโค้งเว้าชัดเจน ผิวขาวจัดตัดกับสีดำสนิทของชุด ซ้ำลิปสติกสีแดงสดที่พี่มี่เติมให้ ยังเปลี่ยน 'นักศึกษาแสนซื่อ' ให้กลายเป็น 'นางฟ้าเปื้อนบาป' ที่ดูเย้ายวนและอันตราย
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รวบรวมเศษเสี้ยวศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ แล้วก้าวออกไปสู่แสงสีที่กำลังเริงระบำอยู่เบื้องหน้า
เสียงเบสหนักหน่วงของดนตรีอีดีเอ็มสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ แสงไฟเลเซอร์หลากสีสาดส่องตัดกับความมืด กิ่งฟ้าถูกดันตัวให้เข้าไปในโซน VIP ที่รายล้อมไปด้วยชายหนุ่มกระเป๋าหนักและนักธุรกิจวัยกลางคน
“โต๊ะนี้เลยกิ่ง เฮียช้าง แกทิปหนักมาก ไปดูแลเฮียแกหน่อย”
พี่มี่กระซิบสั่งก่อนจะผละตัวไปดูแลโซนอื่น
กิ่งฟ้าฝืนยิ้มบางๆ เดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งข้างชายร่างท้วมที่สวมนาฬิกาเรือนละหลายล้าน หน้าที่ของเธอเริ่มต้นขึ้น หญิงสาวหยิบคีมคีบน้ำแข็งใส่แก้วคริสตัล รินเหล้าราคาแพงผสมมิกเซอร์อย่างคล่องแคล่ว แม้มือจะแอบสั่นเล็กน้อย แต่เธอก็พยายามซ่อนมันไว้อย่างมิดชิด
“น้องกิ่งใช่ไหมจ๊ะ สวยจังเลย เพิ่งมาทำวันแรกเหรอ”
เฮียช้างเอ่ยทักทาย สายตากรุ้มกริ่มกวาดมองเนินอกขาวผ่องที่โผล่พ้นเกาะอกสีดำอย่างจาบจ้วง ไม่ต่างอะไรกับสายตาของเสี่ยกำพล
กิ่งฟ้ารู้สึกขยะแขยงจนอยากจะลุกหนี แต่คำว่า 'ห้าล้าน' ที่ตอกลิ่มอยู่ในหัว ทำให้เธอต้องข่มความรังเกียจเอาไว้ให้ลึกที่สุด
“ค่ะ วันแรกค่ะเฮีย”
กิ่งฟ้าปั้นยิ้มหวาน ยื่นแก้วเหล้าให้
“ชงให้เฮียแล้ว น้องกิ่งไม่ดื่มเป็นเพื่อนเฮียหน่อยล่ะ”
ชายร่างท้วมดันแก้วเหล้าเพียวๆ อีกแก้วมาตรงหน้าเธอ
“ดื่มหมดแก้วนี้ เฮียให้ทิปหมื่นนึงเลยเอ้า!”
ธนบัตรสีเทาปึกหนาถูกวางลงบนโต๊ะตรงหน้า กิ่งฟ้ามองเงินก้อนนั้นสลับกับแก้วเหล้าสีอำพัน เธอไม่เคยกินเหล้ามาก่อนในชีวิต แต่ถ้าหนึ่งแก้วแลกกับเงินหนึ่งหมื่น... มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง
“ได้ค่ะเฮีย”
หญิงสาวคว้าแก้วเหล้าขึ้นมา กระดกของเหลวรสชาติบาดคอรวดเดียวจนหมดแก้ว! ความร้อนผ่าวไหลลามจากลำคอลงสู่กระเพาะ ทำเอาเธอแทบสำลัก น้ำตาเอ่อคลอเบ้า แต่เธอก็ฝืนยิ้มและวางแก้วลง
“เก่งมากคนสวย! เอ้า รับไป!”
ธนบัตรปึกนั้นถูกยัดใส่มือเธอพร้อมกับการฉวยโอกาสลูบไล้หลังมือ กิ่งฟ้าชักมือกลับอย่างแนบเนียน เก็บเงินใส่กระเป๋าใบจิ๋ว
ตลอดหลายชั่วโมง... หญิงสาวต้องเดินสับเปลี่ยนไปตามโต๊ะ VIP ต่างๆ เธอชงเหล้า แจกรอยยิ้มจอมปลอม และยอมดื่มเหล้าเป็นเพื่อนแขกแก้วแล้วแก้วเล่า เพื่อแลกกับทิปหลักหมื่น
รสชาติของแอลกอฮอล์ที่ขมปร่าและแสบร้อน บัดนี้มันชาชินไปเสียแล้ว เพราะมันยังขมขื่นไม่เท่ารสชาติของความจนตรอกที่เธอกำลังเผชิญ
กิ่งฟ้าเริ่มรู้สึกมึนงง โลกตรงหน้าเริ่มหมุนเคว้งเบาๆ แต่สติสัมปชัญญะของเธอยังคงทำงาน เธอนับเงินทิปในกระเป๋า... ได้มาเกือบแสนบาทแล้ว แต่มันก็ยังห่างไกลจากตัวเลขห้าล้านบาทอยู่ดี
ถ้าขืนมัวแต่รับทิปโต๊ะละหมื่นสองหมื่นแบบนี้ ต่อให้เธอดื่มจนกระเพาะทะลุ หรือตับพัง เธอก็คงหาเงินไปใช้หนี้เสี่ยกำพลไม่ทันพรุ่งนี้เช้าแน่ๆ!
ระหว่างที่เธอกำลังยืนพิงผนังเพื่อพักหายใจและหลบสายตาหื่นกระหายของแขก เจ๊มี่ก็เดินจ้ำอ้าวเข้ามาหาด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด
“กิ่ง! โอกาสทองของแกมาถึงแล้ว!”
ผู้จัดการสาวจับไหล่กิ่งฟ้าเขย่าเบาๆ
“แกเห็นห้องกระจกส่วนตัวตรงโซน V-VIP ชั้นลอยนั่นไหม”
กิ่งฟ้าเงยหน้าขึ้นมองตามนิ้วของเจ๊มี่ ห้องกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทั่วทั้งคลับ ถูกกั้นไว้ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา มีบอดี้การ์ดชุดดำยืนคุมอยู่หน้าประตูถึงสี่คน
“โซนนั้นน่ะ เป็นโซนสงวนสำหรับมหาเศรษฐีระดับประเทศเท่านั้น รวยล้นฟ้าชนิดที่เงินห้าล้านสำหรับพวกเขาเป็นแค่เศษเงินทอน...”
เจ๊มี่กระซิบเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น
“พี่เพิ่งสั่งให้เด็กคนอื่นถอยออกมา แล้วจะส่งแกเข้าไปเสิร์ฟโต๊ะนั้นแทน!”
กิ่งฟ้าเบิกตากว้าง
“ตะ... แต่หนูเพิ่งมาวันแรกนะคะ จะให้เข้าไป...”
“วันแรกนี่แหละของสดใหม่!”
