บทที่ 7 ตอนที่ 2 (85%)
“คุณภวัตชอบดอกไม้แบบไหนคะ” พิมพ์พิศาถามกลับเพื่อเปลี่ยนประเด็น ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าผู้ชายอย่างเขาจะมีคำตอบให้เรื่องแบบนี้หรือไม่
“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองชอบดอกไม้แบบไหน” ภวัตตอบตามตรง ก่อนมองช่อดอกไม้บนโต๊ะแล้วเอ่ยต่อ “แต่ช่วงนี้ผมเริ่มรู้สึกว่าดอกคัตเตอร์ก็ไม่ได้จืดชืดอย่างที่เคยคิด”
พิมพ์พิศานิ่งไปชั่วครู่ หัวใจของเธอกระตุก เบา ๆ อย่างไม่เข้าใจตัวเอง เพราะดอกคัตเตอร์เป็นดอกไม้ที่เธอบอกเขาไปว่าชอบเมื่อวันก่อน เขาจำได้จริงหรือ
“คุณจำได้ด้วยเหรอคะ” เธอถามออกไปอย่างลืมตัว น้ำเสียงเจือความแปลกใจชัดเจน
“เรื่องที่น่าสนใจ ผมจำได้” ภวัตตอบสั้น ๆ แต่สายตากลับไม่ได้มองดอกไม้ เขามองเธอ
พิมพ์พิศาหลบตาทันที มือเล็กขยับก้านดอกไม้บนโต๊ะอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งที่มันเข้าที่ดีอยู่แล้ว เธอบอกตัวเองว่าคนระดับเขาอาจจำรายละเอียดลูกค้าหรือคนทำงานได้ดีเป็นปกติ ไม่ได้มีความหมายอะไรพิเศษ แต่หัวใจกลับไม่ยอมเชื่อฟังเท่าไรนัก
บทสนทนาจบลงเมื่อผู้จัดการโรงแรมเข้ามารายงานเรื่องตารางงาน ภวัตกลับเข้าสู่ท่าทีผู้บริหารเย็นชาในทันที น้ำเสียงของเขาเฉียบขาด สุขุม และห่างเหินเหมือนคนละคนกับผู้ชายที่เพิ่งพูดเรื่องดอกคัตเตอร์กับเธอ
พิมพ์พิศาแอบมองเขาอยู่ห่าง ๆ ขณะเก็บเศษใบไม้บนโต๊ะ เธอเพิ่งรู้ว่าภวัตมีสองด้าน ด้านหนึ่งคือเจ้าของโรงแรมที่ทุกคนเกรงใจ อีกด้านหนึ่งคือผู้ชายที่ถามเธอว่าดอกไม้สีแดงน่ากลัวเพราะอะไร และจำได้ว่าเธอชอบดอกคัตเตอร์ ความคิดนั้นทำให้เธอรีบส่ายหน้าเบา ๆ อย่างห้ามตัวเอง เธอไม่ควรสนใจเขามากไปกว่านี้ แต่คำว่าไม่ควร บางครั้งก็ไม่มีอำนาจพอจะสั่งหัวใจ
หลายวันต่อมา ความบังเอิญยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พิมพ์พิศาไปส่งดอกไม้ที่โรงแรมทีไร เธอมักเจอภวัตในจังหวะพอดีเสมอ บางครั้งเขาเดินออกจากลิฟต์ตอนเธอกำลังจะเข้า บางครั้งเขาลงมาตรวจงานในห้องที่เธอกำลังจัดดอกไม้ บางครั้งเขานั่งประชุมอยู่ในเลานจ์ที่เธอเดินผ่าน และบางครั้งเขาเพียงหยุดถามสั้น ๆ ว่าวันนี้ใช้ดอกอะไร ก่อนปล่อยให้เธออธิบายอย่างตั้งใจ
พิมพ์พิศาเริ่มคุ้นกับน้ำเสียงเรียบ ๆ ของเขา คุ้นกับสายตาที่ดูเหมือนไม่แสดงอารมณ์แต่กลับฟังทุกคำ คุ้นกับการที่เขาจำรายละเอียดเล็ก ๆ ได้อย่างน่าประหลาด เช่น เธอไม่ชอบให้ใครจับดอกไม้แรง ๆ เพราะกลีบจะช้ำ เธอชอบจัดช่อแบบไม่สมมาตรเกินไป เพราะรู้สึกว่าธรรมชาติไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบทุกด้าน และเธอมักกินกาแฟเย็นแบบหวานน้อยจากร้านข้างโรงแรมก่อนกลับร้าน
ภวัตไม่ได้รุกเข้าหาเธออย่างโจ่งแจ้ง ไม่เคยพูดคำหวาน ไม่เคยขอเบอร์ส่วนตัว ไม่เคยทำอะไรให้เธอรู้สึกถูกคุกคาม เขาเพียงอยู่ตรงนั้น ในจังหวะพอดีทุกครั้ง ราวกับโลกจงใจหมุนให้เธอพบเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่โลกไม่ได้จงใจ ภวัตต่างหากที่จงใจ
บนชั้นสามสิบสองของโรงแรม เลขาของเขาวางตารางงานฉบับใหม่ลงบนโต๊ะอย่างเงียบ ๆ ในตารางนั้น มีเครื่องหมายเล็ก ๆ ระบุช่วงเวลาที่ร้านอุ่นไอดอกไม้จะเข้ามาส่งของ และแทบทุกช่วงเวลานั้น ตารางของภวัตก็ถูกปรับให้เขา “บังเอิญ” ผ่านไปบริเวณเดียวกันพอดี
“วันนี้คุณพิมพ์พิศาจะมาถึงประมาณบ่ายสองค่ะ เธอจะส่งดอกไม้ที่ห้องประชุมไพลิน แล้วต้องลงไปตรวจแจกันที่ล็อบบี้ต่อ” เลขารายงานด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ ราวกับกำลังแจ้งตารางประชุมสำคัญ
“เลื่อนนัดกับฝ่ายการเงินจากบ่ายสองเป็นบ่ายสาม” ภวัตสั่งโดยไม่เงยหน้าจากเอกสาร
“ค่ะ คุณภวัต” เลขารับคำอย่างรวดเร็ว แม้ในใจจะอยากบอกว่าฝ่ายการเงินคงตกใจไม่น้อยที่การประชุมถูกเลื่อนเพราะดอกไม้ในห้องประชุมไพลิน
“แล้วงานเลี้ยงวันศุกร์ เพิ่มดอกไม้ตรงทางเดินเข้าห้องจัดงานด้วย” ภวัตกล่าวต่อ น้ำเสียงเรียบเฉยจนเหมือนเป็นการตัดสินใจด้านความสวยงามของโรงแรมจริง ๆ
“ต้องการให้ร้านอุ่นไอดอกไม้จัดเพิ่มเติมใช่ไหมคะ” เลขาถามตามหน้าที่
“ใช่” ภวัตตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจน
“ถ้าสั่งเพิ่มอีก งานอาจหนักสำหรับร้านเล็กนะคะ” เลขาเอ่ยเตือนอย่างสุภาพ เพราะร้านอุ่นไอดอกไม้ไม่ใช่ซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่มีคนจำนวนมาก
ภวัตนิ่งไปเล็กน้อย คำเตือนนั้นทำให้เขานึกถึงใบหน้าของพิมพ์พิศาที่บางวันดูเหนื่อย แต่ยังยิ้มเมื่อพูดถึงดอกไม้
“ให้ค่าตอบแทนสูงขึ้น และกำหนดเวลาส่งให้ไม่เร่งเกินไป” ภวัตสั่งใหม่หลังคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“รับทราบค่ะ” เลขาตอบ พลางแอบมองเจ้านายด้วยความรู้สึกว่าภวัต วรเศรษฐ์ คนที่ไม่เคยปรับแผนเพราะเกรงใจใคร กำลังเริ่มคิดถึงความเหนื่อยของเด็กส่งดอกไม้คนหนึ่งอย่างจริงจัง
บ่ายวันนั้น พิมพ์พิศามาถึงโรงแรมพร้อมแจกันดอกไม้ชุดใหม่ เธอกำลังยืนรอลิฟต์พนักงานอยู่ตรงโถงด้านข้าง แต่ลิฟต์ยังไม่ลงมาเสียที ขณะกำลังขยับแจกันในรถเข็นให้เข้าที่ ประตูลิฟต์ส่วนตัวใกล้ ๆ ก็เปิดออกพอดี
ภวัตก้าวออกมาจากลิฟต์ ร่างสูงหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนบังเอิญจริง ๆ
“มาส่งดอกไม้อีกแล้วหรือ” เขาถามพลางมองรถเข็นดอกไม้ตรงหน้า
“ค่ะ วันนี้มีดอกไม้สำหรับห้องประชุมกับล็อบบี้ค่ะ” พิมพ์พิศาตอบพร้อมยิ้มสุภาพ หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ทั้งที่เริ่มเจอเขาบ่อยจนควรชินได้แล้ว
“ลิฟต์พนักงานช้า ใช้ลิฟต์นี้ก็ได้” ภวัตกล่าวพลางกดปุ่มเปิดลิฟต์ค้างไว้
“ไม่เป็นไรค่ะ พิมพ์รอได้ ลิฟต์นี้น่าจะเป็นลิฟต์ผู้บริหาร พิมพ์ไม่ควรใช้ค่ะ” เธอรีบปฏิเสธด้วยท่าทีเกรงใจ
“ผมอนุญาต” ภวัตกล่าวสั้น ๆ และน้ำเสียงนั้นทำให้พนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ รีบหลบทางทันที
“แต่ว่า...” พิมพ์พิศายังลังเล เพราะไม่อยากทำอะไรที่ดูเกินหน้าที่
“ถ้าคุณรอนาน ดอกไม้จะช้ำ” ภวัตให้เหตุผลด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่เหตุผลนั้นกลับตรงกับสิ่งที่เธอใส่ใจที่สุด
พิมพ์พิศาก้มมองดอกไม้ในรถเข็น ก่อนยอมพยักหน้าเบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะคะ” เธอกล่าวอย่างเกรงใจ แล้วค่อย ๆ เข็นรถดอกไม้เข้าลิฟต์โดยมีภวัตช่วยจับประตูลิฟต์ไว้ให้
ภายในลิฟต์เงียบกว่าที่เธอคาดไว้ เสียงเครื่องปรับอากาศเบา ๆ และกลิ่นหอมจาง ๆ จากดอกไม้ทำให้บรรยากาศแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก พิมพ์พิศายืนอยู่ข้างรถเข็น ส่วนภวัตยืนห่างออกไปเพียงเล็กน้อย เงาของทั้งคู่สะท้อนบนผนังลิฟต์สีเข้ม
“วันนี้ใช้ดอกอะไร” ภวัตถามขึ้นก่อน ความเงียบระหว่างทั้งคู่จึงคลายลงเล็กน้อย
“ดอกไฮเดรนเยียค่ะ แล้วก็มีลิซิแอนทัสกับคัตเตอร์แซมค่ะ ห้องประชุมไพลินใช้สีฟ้าขาว พิมพ์เลยเลือกดอกที่ดูนุ่ม ไม่แข็งเกินไป” พิมพ์พิศาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่มีชีวิตชีวาขึ้นทันที
“คุณดูมีความสุขเวลาพูดถึงดอกไม้” ภวัตกล่าวหลังมองเธออยู่ครู่หนึ่ง
“เพราะดอกไม้ไม่ค่อยทำให้พิมพ์กลัวค่ะ” เธอตอบออกไปอย่างลืมตัว แล้วรีบเม้มปากเมื่อรู้ว่าคำพูดนั้นอาจฟังแปลก
“แล้วอะไรทำให้คุณกลัว” ภวัตถามต่อ น้ำเสียงนิ่งแต่แววตาจริงจังขึ้น
“หลายอย่างค่ะ ความผิดพลาด ค่าใช้จ่ายของแม่ ค่าเทอม แล้วก็...คนที่อยู่ไกลจากโลกของพิมพ์มากเกินไปค่ะ” พิมพ์พิศาตอบเสียงเบาลงในท้ายประโยค ก่อนรีบหลุบตามองดอกไม้เหมือนกลัวเขาจะรู้ว่าเธอหมายถึงใคร
ภวัตนิ่งไปชั่วครู่ เขาเข้าใจความหมายของเธอได้ทันที ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้กลัวเขาเพราะเขาทำอะไรผิด แต่กลัวระยะห่างระหว่างชีวิตของเธอกับชีวิตของเขา
“บางทีคนที่ดูอยู่ไกล อาจไม่ได้อยากอยู่ไกลอย่างที่คุณคิด” ภวัตกล่าวเสียงต่ำ ขณะสายตายังคงจับอยู่ที่เสี้ยวหน้าของเธอ
พิมพ์พิศาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตไหววูบอย่างไม่เข้าใจว่าประโยคนั้นมีความหมายมากแค่ไหน
“คุณภวัตหมายถึงลูกค้าหรือคะ” เธอถามอย่างซื่อ ๆ เพื่อหาทางทำให้ประโยคนั้นกลับไปปลอดภัย
“อาจจะหมายถึงคนบางคน” ภวัตตอบกำกวม แล้วประตูลิฟต์ก็เปิดออกพอดี ทำให้พิมพ์พิศาไม่ต้องหาคำตอบให้หัวใจที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ
