บทที่ 11 11

‘เอาน่า มันไม่ได้หนักหนาอะไรนี่ เขามีลูกต้องดูแล แต่ฉันยังไม่มีไงไม่เป็นไรหรอก’

“ตายๆ วิวจ๋า พี่ฝากไปถ่ายเอกสารให้หน่อยสิ ด่วนๆ เลยนะ วันนี้รถติดมาก เกือบมาไม่ทันแล้ว เอกสารก็ยังเตรียมไม่ครบ” นั่นไงล่ะ สุชาดาได้แต่กรอกตามองบน

“ได้ค่ะ กี่ชุดคะพี่แอ้ม”

“สองๆ ด่วนเลย เร็วๆ”

“เห็นไหมว่ายังมีคนที่สายกว่าแก แถมยังไม่รับผิดชอบงานตัวเองด้วย” สุชาดากระซิบบอกเพื่อน แต่โดนสายตาระอาใจส่งกลับมาแทน “หัดปฏิเสธเขาบ้าง”

“ต่ายก็...ช่วยๆ กันไม่เป็นไรหรอก” แทนที่วาริชาจะรับคำแต่เธอยังเป็นนางฟ้าใจดีเหมือนเดิม สุดท้ายสุชาดาต้องเป็นคนช่วยเพื่อนตัวเองเหมือนเคย ไม่ใช่เพราะอยากช่วยสุกัญญาหรอกนะ แต่อยากช่วยเพื่อนตัวเองต่างหาก

สิบโมงครึ่งได้เวลาประชุมพนักงานกินเงินเดือนทยอยเข้ามานั่งประจำที่ บริษัทนี้มีอยู่สิบห้าคนรวมเจ้าของทั้งสองคน ไม่สิ...ต้องสามเพราะว่าหุ้นส่วนไม่ได้มีสองคนอย่างที่คิดไว้ตอนแรก

“ทำไมเขาถึงเพิ่งมาล่ะต่าย” สุชาดาส่ายหน้าเป็นคำตอบ ไม่มีใครรู้หรอก

“ไม่รู้นะ แต่ก็ได้ยินมาว่าเขาไปคุมอีกบริษัทอยู่ แล้วก็เห็นว่าพี่โจ้กับพี่ตี้มีงานต้องไปทำที่ต่างประเทศสองสามเดือนน่ะ คนนี้เลยเข้ามาคุมแทน”

“นี่ขนาดไม่รู้นะเนี่ย” วาริชาบอกเสียงกลั้วหัวเราะ

“เดี๋ยวเถอะ !”

การสนทนาหยุดลงเมื่อประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับผู้ชายสองคนที่เธอคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี ส่วนคนสุดท้ายที่กำลังเดินเข้ามานั้น...

แค่ได้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าเหมือนกำลังมีฟ้าฝ่างกลางใจของวาริชาจนเธอแทบยืนไม่อยู่ ไม่จริงหรอกนี่มันเป็นเรื่องบ้าอะไร ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ในฐานะหุ้นส่วนบริษัท หรือพูดง่ายๆ ก็คือเจ้าของบริษัทอีกคนหนึ่ง

จิณณ์...

เหมือนหัวใจหยุดเต้นไปแต่ต้องพยายามควบคุมสีหน้าให้ปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาดูไม่ตกใจหรือแปลกใจสักนิดตอนที่หันมาเจอเธอ เป็นเขาจริงๆ ใบหน้าคมคายที่ตามหลอกหลอนในฝันแทบทุกคืน

ทำไมถึงเป็นแบบนี้...

“คุณจิณณ์เขาจะเข้ามาคุมงานที่นี่แทน ยังไงก็ตั้งใจกันทำงานนะ ได้ข่าวว่าเขาค่อนข้างเนี้ยบ” นี่คือเสียงของสุกัญญาที่พูดขึ้นหลังจากที่พนักงานทุกคนเดินออกจากห้องประชุม รวมถึงเธอด้วย

บอกตามตรงว่าสมองมันไม่รับรู้หรือไม่สามารถจดจำรายละเอียดการประชุมได้เลย มือไม้มันสั่นไปหมดจำได้ว่าเธอเอาแต่นั่งก้มหน้าพยายามไม่สบตาเขา ซึ่งไม่รู้ว่าเขาจะมองมาทางนี้ไหมและจำเธอได้หรือเปล่า เพราะสายตาเขาในตอนที่อยู่ในห้องประชุมตอนที่มองมาทางเธอก็เหมือนกับตอนที่มองคนอื่นๆ

หัวใจข้างในเต้นรัวมันไม่ใช่ความตื่นเต้นแต่มันเป็นสัญญาณเตือนบางอย่าง ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตมันยิ่งบีบรัดเข้าหากันจนแทบจะหายใจไม่ออก ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่าหน้าคงซีดมาก ฟ้ากำลังเล่นตลกอะไรกับเธอ 

“วิวอย่าลืมเตรียมรายละเอียดให้คุณจิณณ์นะ เขาจะเข้ามาช่วงบ่ายๆ อีกที อ้อ...ชงกาแฟด้วย” สุกัญญาเดินเข้ามาหาลูกน้องตัวน้องเมื่อเห็นว่ายังนั่งเหม่อเหมือนไม่ได้ยิน “โอเคไหมเนี่ย ป่วยหรือเปล่าเรา”

“เปล่าค่ะพี่แอ้ม” วาริชาตื่นจากห้วงความคิดตัวเอง ตอนนี้เธอควรตั้งใจทำงานก่อนกลับห้องไปค่อยคิดอีกทีว่าควรทำอย่างไร

“แล้วได้ยินที่พี่สั่งหรือเปล่า” คนเป็นหัวหน้าถามย้ำ

“วิวจะจัดการให้เรียบร้อยค่ะ”

เหมือนเวลาเดินไวกว่าทุกๆ ครั้ง ตอนนี้กำลังจะบ่ายโมง วาริชาแทบลืมหายใจเมื่อเจ้าของร่างสูงเดินเข้ามา เขาหยุดทักและพูดคุยกับพนักงานบ้างเป็นบางคน มือบางกำเข้าหากันแน่นเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าทั้งที่เครื่องปรับอากาศทำงานได้ดีเยี่ยม จิณณ์กำลังจะเดินมาทางนี้ เธอไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงจะพูดหรือทักทายเขาอย่างไรดี หรือจะเงียบไปเลยไม่ต้องคุยจัดการงานที่ได้รับมอบหมายก็พอ

แต่เหมือนเธอจะกังวลมากเกินไปเมื่อร่างสูงเดินผ่านไป เพียงแค่หางตาก็ไม่เหลือบมองมาไม่มีคำทักทายสักคำ วาริชากลืนน้ำลายลงคอเมื่อรู้สึกจุกๆ

เธอ...กำลังหวังอะไรบางอย่างอยู่อย่างนั้นเหรอ

“วิวๆ คุณจิณณ์เรียกหารายละเอียดงานน่ะ พี่แอ้มสั่งไว้หรือเปล่า มายืนเหม่ออะไรเนี่ย” เพื่อนร่วมงานอย่างนัชชาโวยเสียงแหลมใส่เธอ

“เขาจะเอาตอนนี้เลยเหรอ” บอกตามตรงว่าเธอยังไม่พร้อมที่จะไปเผชิญหน้าเขาเลย

“ก็ใช่น่ะสิ รีบๆ ไปเถอะเดี๋ยวพวกฉันจะซวยเดือดร้อนกันด้วย หน้าตาก็หล่อหรอกนะ แต่ดุชะมัดมาถึงก็สั่งๆ เหมือนเป็นพระเจ้า” หญิงสาวตรงหน้าจะบ่นไปเรื่อย ยิ่งทำให้วาริชาหวนนึกถึงเมื่อก่อน จิณณ์ยังคงเอาแต่ใจเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย

“ฉันละรำคาญเสียงยัยนัชชาจริงๆ แกเตรียมงานเสร็จหรือยังให้ฉันช่วยไหม” คนถูกถามส่ายหน้ายิ้มๆ เมื่อเพื่อนสนิทอย่างสุชาดาถามด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวเป็นเพื่อนกับเธอตั้งแต่เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยพอเรียนจบก็พากันมาสมัครงานที่นี่ โชคดีที่เขารับเข้าทำงานทั้งคู่

“ไม่เป็นไรหรอกต่าย เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วล่ะ แต่ยังไม่ได้ตรวจดูอีกรอบเลย”

“งั้นไปตรวจก่อนไป เดี๋ยวโดนดุแล้วจะยุ่ง” หญิงสาวพยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนที่เพื่อนสนิทจะเดินแยกไป

วาริชากลับมาที่โต๊ะทำงานตัวเองตรวจอีกรอบเพื่อความมั่นใจ หอบแฟ้มเอกสารต่างๆ ที่จัดการแยกเอาไว้แล้วเพื่อเตรียมให้จิณณ์ หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเรียกกำลังให้ตัวเอง ยังไงก็หนีไม่ได้อยู่ใกล้กันแค่นี้ต้องมีสักวันอยู่ดีที่ต้องร่วมงานด้วย ทำตัวปกติไปนั่นแหละดีแล้วบางทีเธออาจจะคิดมากไปเองฝ่ายเดียว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป