บทที่ 17 17
พวกเขาจับจูงมือกันไปหาของกิน แล้วเธอล่ะ ควรตามไปหรือเดินเลี่ยงไปทางอื่นก่อน ดูเหมือนว่าตัวเองกลายเป็นส่วนเกินไปโดยปริยายเมื่อลูกค้าที่ว่าคือนรารักษ์ ‘อดีต’ แฟนสาวของพี่ชายเธอ และยังเป็นคนที่จิณณ์แอบรัก คือสาเหตุที่ทำให้เขาเข้ามาหาเธอเพื่อหลอกคบ ส่วนเธอคือใครน่ะเหรอ...หมากเดินเกมยังไงล่ะ ตอนนี้ก็คงอยู่ในฐานะนั้นเหมือนเดิม
ไม่รู้ว่าเธอเดินออกจากสองคนนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็อยู่ริมแม่น้ำเสียแล้ว ไม่ได้กลับมาตั้งหลายปีทุกอย่างดูเปลี่ยนไปหมด คงเหมือนกับใจคนเราที่สามารถแปรเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
แต่ทำไมหัวใจของเธอยังเหมือนเดิม ณ ตอนนี้ทำไมยังเจ็บ มันน่าสมเพชมากแค่ไหนที่เธอไม่สามารถทนมองเขากับนรารักษ์อยู่ด้วยกันได้ จิณณ์จะให้เธอมาทำไมในเมื่อรายละเอียดนั้นตกลงกันหมดแล้ว ที่มานี่ไม่ได้มาเพราะเรื่องงานแต่เขามาเพื่อรำลึกความหลังกับผู้หญิงในฝันของเขาต่างหาก
พามาเพื่อตอกย้ำ เพื่อต้องการให้เธอเจ็บวนเวียนอยู่อย่างนี้
‘พี่จิณณ์ดูโน่นสิ วิวอยากมีบ้านแบบนั้นบ้างจัง’
‘บ้านตัวเองมีดีๆ ไม่ชอบ อยากอยู่กลางน้ำหรือไง’
‘ถ้าแต่งงานกัน วิวขอเรือนหอแบบนั้นนะพี่จิณณ์’
‘จับถ่วงใต้น้ำคงง่ายกว่า’
‘พี่จิณณ์ !’
‘เสียงดัง แสบหู !’
วาริชาหยุดชะงัดเมื่อรู้สึกแปลกๆ นิ้วเรียวแตะแก้มตัวเองถึงกับต้องเม้มปากเข้าหากัน ทำไมอยู่ๆ น้ำตาถึงไหล เพียงแค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ อย่างนั้นเหรอ
“อย่าไปนึกถึงมัน” บอกกับตัวเอง ยิ่งนึกยิ่งเจ็บ ยิ่งกลับไปถลำลึกจนยากที่จะดึงตัวเองกลับมา รู้อะไรไหมว่าเธอเหงามากแค่ไหนกับการที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวมาหลายปี แต่ทว่าตอนนี้เธอเหงามากกว่าเดิมเสียอีก ทั้งที่กลับมาจังหวัดบ้านเกิดตัวเอง แต่ไม่สามารถเข้าไปหาครอบครัวตัวเองได้ พวกเขาคงไม่ใคร่ยินดีต้อนรับลูกหรือน้องสาวอย่างเธอสักเท่าไหร่ คนที่ทำให้ครอบครัวเสียชื่อเสียงจนเป็นขี้ปากชาวบ้าน
‘อายบ้างไหม วิ่งตามผู้ชายจนเขาต้องมาประจานกลางตลาด ฉันผิดหวังจริงๆ ที่แกทำตัวแบบนี้’
สองแขนโอบกอดตัวเองเธอก้าวเท้าไปยังศาลาริมน้ำ แสงไฟสีเหลืองนวลมองแล้วกับเพิ่มความเหงามากอีกเท่าตัว หากอยู่กับคนรักคงโรแมนติกไม่น้อย แต่เธอตัวคนเดียวมันช่างกัดกินใจเหลือเกิน
โทรศัพท์สั่นครืดๆ จนต้องคว้ามันขึ้นมาหน้าจอขึ้นเป็นเบอร์โทรของจิณณ์ หญิงสาวตัดสินใจไม่รับสายปล่อยให้มันสั่นอยู่อย่างนั้น ปล่อยตัวเองนั่งจมอยู่กับความคิดเรื่อยเปื่อย วาริชาชันเข่าขึ้นมาเอาหน้าซบปล่อยให้น้ำตาไหลริน ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ ถึงอยากร้องไห้ออกมา คงเพราะมันอัดอั้นมาพักใหญ่ๆ ทั้งเหนื่อยทั้งท้อรวมถึงเหนื่อยใจอะไรหลายๆ อย่าง
แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงดังปึงปังคล้ายคนเดินกระแทกเข้ามาใกล้ วาริชากำลังจะหันไปมองแต่คนที่เพิ่งเดินเข้ามาตำหนิเข้าให้เสียก่อน
“ทำไมไม่รับโทรศัพท์ !” น้ำเสียงกระชากบ่งบอกว่าอารมณ์ไม่ดีสุดๆ ทำให้หญิงสาวแทบไม่อยากเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ
“อย่าอวดดีแบบนี้ วิว !” จิณณ์หัวเสียที่ใช้เวลาเดินหาคนตัวเล็กไปทั่ว ค่ำมืดป่านนี้ยังกล้าที่จะเดินออกมาคนเดียว สมัยก่อนกับสมัยนี้มันแตกต่างกันมากนัก คนเราใจคอโหดเหี้ยมขึ้นทุกวันแล้วผู้หญิงตัวแค่นี้จะไปสู้อะไรใครได้หากมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นจริงๆ
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” วาริชาตัดสินใจลุกขึ้นยืน แต่โดนร่างสูงคว้าแขนก่อนจะกระชากเข้าตัวตัวอย่างแรง “พี่จิณณ์…”
คำต่อว่าที่เตรียมไว้มลายหายไปเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ รอยน้ำตาที่เปรอะเปื้อนเต็มหน้า นั่นทำให้เขารู้สึกอึดอัดแปลกๆ
“ปล่อยค่ะ” เสียงหวานบอกแผ่วเบา ขณะที่พยายามบิดแขนตัวเองออกจากการเกาะกุม ตอนนี้เธอไม่มีแรงที่จะมาต่อกรกับเขาหรอกนะ ถ้าอยากจะต่อว่าอยากจะทำร้ายอะไรกันอีกก็เชิญ
“เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” คำถามสั้นๆ ดูห้วนๆ แต่ดันทำให้วาริชาจุกอกจนอยากจะร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้ง ไม่อยากตีความไปเองว่าจิณณ์เป็นห่วง บางทีเขาอาจจะไปถามหาสาเหตุเพื่อตอกย้ำเธออีกก็ได้
“…” ร่างบางไม่ตอบเธอหันมองรอบข้างแต่ไม่พบนรารักษ์
“วิว !” ร่างสูงกดเสียงต่ำจ้องหน้าคาดคั้น
“แค่คิดถึงบ้าน ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” จิณณ์ยังไม่ยอมปล่อยตัว เขาลากมานั่งลงที่เดิมแล้วสั่งให้เธอนั่งเฉยๆ ด้วยสายตาดุดันของเขา “คุยงานจบแล้วเหรอคะ ขอโทษที่เสียมารยาทเดินออกมาก่อนนะคะ แต่คิดว่าพี่นาวน่าจะอยากคุยกับพี่จิณณ์เป็นการส่วนตัวมากกว่า” ดูจากสายตาเธอก็พอรู้แล้ว
“ไม่ได้กลับมาที่นี่เลยหรือยังไง” จิณณ์ถามในส่วนที่ตัวเองสงสัย วาริชาเบือนหน้าหนีไม่อยากจะตอบ มันเป็นความที่สะเทือนใจเธอนะเขารู้บ้างไหม อยากกลับไปหาแต่ไม่มีใครต้องการน่ะ เขาเข้าใจไหมว่าเธอรู้สึกอย่างไร
“วิวเพิ่งรู้ว่าพี่นาวเลิกกับพี่วุฒิแล้ว”
“ฉันถาม” จิณณ์เริ่มหงุดหงิดอีกครั้งเมื่อร่างบางเอาแต่เฉไฉ “ทำไมไม่ตอบ...” เขาคว้าข้อมือแล้วบีบเข้าหากันแน่น เธอก็น่าจะรู้ว่าไม่ชอบให้ขัดใจ แล้วทำไมยังทำ
หญิงสาวจ้องตาคนตัวโตน้ำตาคลอ ถ้าอยากรู้มากเธอก็จะบอก “วิวกลับบ้านไม่ได้ พี่เข้าใจไหมว่าวิวไปที่บ้านไม่ได้ ทั้งที่อยากจะกลับใจแทบขาด รู้แบบนี้ก็เลิกถามสักที !” เธอสะบัดข้อมือออกจากพันธนาการของคนตรงหน้ารีบเช็ดน้ำตาตัวเอง แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งไหลจนสุดท้ายได้แต่ปล่อยเลยตามเลยให้มันไหลรินอยู่อย่างนั้น
“ทำไมล่ะ ทำไมถึงกลับไปไม่ได้” จิณณ์ดึงวาริชาเข้าหาตัวแต่หญิงสาวขืนตัว ตอนนี้เธอร้องไห้เหมือนเด็กน้อยไม่เหมือนตอนที่ร้องโวยวายช่วงที่อยู่คอนโดเขา
“ฮึก...วิวทะเลาะกับพ่อ ฮือๆ” เธอแทบไม่ได้คุยกับท่านเลย เพราะท่านไม่ยอมรับโทรศัพท์จากเธอ โทรเข้าเบอร์บ้านวุฒิภัทรจะเป็นคนรับเสมอ
