บทที่ 23 23
ถามตัวเองว่าจะอดทนได้นานแค่ไหนกับสภาพที่เป็นอยู่ในตอนนี้ พยายามหลีกหนีทุกครั้งที่มีโอกาสแต่เหมือนยิ่งหนียิ่งมีแรงดึงดูดกลับมาที่เดิม สายตาที่จิณณ์มองมาบางครั้งมันสื่อความหมายบางอย่าง แต่บางคราวก็มองแปลกไปจนเธอสับสนวุ่นวายไปหมด
ไม่ได้เข้มแข็งเลยสักนิด...เธอแค่ฝืนความรู้สึก เก็บมันภายในรอยยิ้มที่ส่งให้เขาก็เท่านั้น
“เดินระวังหน่อย ใจลอยไปถึงไหน” ศีรษะเล็กโดนผลักเบาๆ จิณณ์เดินตีคู่มาก่อนจะคว้ามือบางไปกุมไว้ “ข้ามถนนอย่าเหม่อ จำเอาไว้”
“ค่ะ” วาริชาตอบเสียงเบาสวนทางกับหัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำ เหลือบมองมือใหญ่ที่กุมมือตัวเองก่อนจะแอบยิ้มเล็กน้อย เธอหวังลึกๆ อยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไปแต่คงไม่ใช่ ได้แต่หลอกตัวเองไปวันๆ อย่างน้อยก็ขอตักตวงความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าถึงเวลาเธอคงต้องไป
เหมือนกับว่าได้รับการปกป้องจากจิณณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้หายไปนานเหลือเกิน เธออยู่ตัวคนเดียวมาหลายปีจนลืมไปแล้วว่าการที่มีคนเป็นห่วงมันทำให้รู้สึกดีมากแค่ไหน คนตัวโตย้ายมาอีกฝั่งเมื่อเดินข้ามถนนมาถึงเกาะกลาง เท่ากับว่าหากมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นมันจะโดนตัวเขาก่อนไม่ใช่เธอ
‘เธอมันดื้อ ข้ามถนนทีไรต้องคอยจับมือเอาไว้ ขืนทำลูกสาวลุงเมธเจ็บตัว พี่คงโดนกระสุนฝังร่าง’
ครั้งหนึ่งจิณณ์เคยพูดแบบนี้ ตอนนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาเรียกได้ว่ากำกวม แต่มันก็มีความสุขเหลือเกิน หารู้ไม่ว่าเขานั้นมองเธอเป็นเพียงน้องสาวเท่านั้น
ดวงตากลมโตเหลือบมองใบหน้าคมเข้มไม่วางตา ความอบอุ่นนี้เขาจะมอบมันให้เธอคนเดียวได้หรือเปล่า การที่ทำแบบนี้รู้บ้างไหมว่ามันคือการให้ความหวังกับผู้หญิงโง่ๆ คนนี้อีกครั้ง
เธอ...ไม่อยากคิดไปเอง
“จะกินอะไร” เขาหันมาถามโดยที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ วาริชาเองก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร
“อะไรก็ได้ค่ะ”
“ฉันเบื่อกับเมนูที่ชื่อว่าอะไรก็ได้” มือของเธอกลายเป็นอิสระทันที สีหน้าเบื่อหน่ายของจิณณ์ทำเอาวาริชาสะอึก หญิงสาวหันมองร้านอาหารก่อนจะชี้ไปอีกทาง
“ร้านนั้นอร่อยค่ะ มีทั้งข้าวแล้วก็ก๋วยเตี๋ยว แต่มันจะร้อนพี่จิณณ์จะนั่งได้หรือเปล่า” เพราะเขาติดแอร์และค่อนข้างขี้ร้อน ส่วนเธอน่ะสบายๆ เพราะเดินมากินข้าวเที่ยงแถวนี้บ่อยๆ
“ไปสิ” มองตามแล้วถึงกับปาดเหงื่อ เหลือบมองคนตัวเล็กแวบหนึ่งในใจหวนนึกถึงแต่ก่อนที่เธอค่อนข้างเรื่องมาก ปกติจะบ่นตลอดว่าร้อนไม่อยากนั่งนานๆ แต่ตอนนี้อะไรๆ มันคงเปลี่ยนไปหมดแล้ว “สั่งให้ด้วย เอาเหมือนเธอ”
วาริชาปวดหัวเพราะไม่รู้ว่าจิณณ์ชอบกินอะไร ตัดสินใจสั่งอาหารง่ายๆ พร้อมกับเกาเหลาหนึ่งชามได้ซดน้ำคล่องคอหน่อย
“ปกติเธอมากินบ่อยเหรอ” เวลาเที่ยงแบบนี้คนค่อนข้างแน่น จิณณ์รู้สึกอึดอัดเล็กน้อยคงเป็นเพราะเขาตัวใหญ่แถมที่นั่งยังไม่กว้างพอ
“วิวก็เข้ามาหมดทุกร้านแล้วค่ะ มันใกล้บริษัท” ควานหากระดาษทิชชูแล้วยื่นให้ชายหนุ่ม เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นเต็มใบหน้าคมคายจนคนมองรู้สึกเห็นใจ จิณณ์รับมันมาก่อนจะซับเหงื่อด้วยตัวเอง
“เธอเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ” คำพูดของเขาทำเอาเธอชะงัก รอยยิ้มค่อยๆ เลือนหายออกจากใบหน้า เหมือนไปพูดจี้ใจอย่างไรอย่างนั้น รู้ดีว่าที่เธอเปลี่ยนไปส่วนหนึ่งมันมาจากเขาด้วย
แต่...เขาเลือกที่จะปล่อยมันผ่านไป
“สังคมในเมืองกับที่บ้านเรามันไม่เหมือนกันค่ะ ที่นี่ต้องแข่งกับเวลา อย่าไว้ใจใครมาก” ประโยคสุดท้ายเธอจ้องตาคนตรงหน้าลึกเข้าไป เพราะความไว้ใจถึงทำให้เธอเจ็บมาถึงทุกวันนี้
“หมายถึงฉันด้วยหรือเปล่า” ชายหนุ่มจ้องกลับจนหญิงสาวหลบตาไปทางอื่น “ว่าไงล่ะ...”
การสนทนาถูกคั่นเมื่ออาหารมาเสิร์ฟ จิณณ์มองกับข้าวตรงหน้าสลับกับมองหน้าคนสั่ง ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากของคนทั้งสอง วาริชาก้มหน้าก้มตากินข้าวตัวเองปลายเท้าจิกเข้าหากันแน่น ไม่ควรเลยจริงๆ เธอไม่ควรทำแบบนี้เลย
ตอนนี้...เธอย้อนกลับมาอยู่ที่เดิมแล้วใช่ไหม
‘พี่จิณณ์กินยากจัง แกงเขียวหวานใครๆ เขาก็ใส่มะเขือกันทั้งนั้นแหละ ถ้าไม่กินเอามานี่วิวจะกินให้เอง’
‘ทีหลังถ้าจะสั่งให้บอกเขาไม่ต้องใส่มะเขือ พี่ไม่ชอบกิน’
‘ใครเขาจะมานั่งตักแต่ไก่ให้พี่ล่ะ เดี๋ยวได้โดนแม่ค้าด่า’
‘จ่ายเพิ่มให้ก็ได้ เขาไม่ว่าหรอก’
อาหารมื้อนี้จิณณ์เป็นคนจ่ายเมื่อกินเสร็จชายหนุ่มก็ลุกออกไปเลย ไม่มีบอกกันก่อนสักนิดซึ่งเธอก็เข้าใจ ทำตัวเองจะโทษใครได้ วาริชาไม่รีบร้อนเพราะถึงอย่างไรเขาก็คงไม่รอเธอ
แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
“พี่นาว...” นรารักษ์มาได้อย่างไร ตอนนี้หญิงสาวกำลังยืนคุยกับจิณณ์อยู่อย่างออกอรรถรส คงไม่แปลกที่จะมาเพราะเธอเป็นว่าที่เจ้าสาวนี่นา
นั่นสินะ...ไม่ใช่เธอ ไม่มีวันใช่
“อ้าว น้องวิว” นรารักษ์ร้องทักเมื่อหันมาเจอเธอ แตกต่างจากจิณณ์ที่ไม่ได้มองมา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนผลักไสกลับเข้าไปอยู่ในมุมมืดเหมือนเดิม วาริชาเม้มปากเข้าหากันแน่นไม่อยากสาวเท้าเข้าไปหาเลยสักนิด แต่ละก้าวเหมือนเดินเหยียบเศษแก้วเจ็บลึกจนยากที่จะถอยกลับ
“สวัสดีค่ะพี่นาว”
“มาทานข้าวเหรอคะ นี่จิณณ์ก็เพิ่งทานเสร็จ แต่พี่ยังไม่ได้ทานอะไรเลย” แสดงว่าเขาไม่ได้บอกนรารักษ์ว่ามากินข้าวกับเธออย่างนั้นสินะ คงไม่อยากให้คนรักตัวเองไม่สบายใจ
“ค่ะ วิวกำลังจะกลับไปทำงานต่อ”
