บทที่ 11 เมื่อรักมาถึงทางตัน (2)
ดากานดารับหลานชายมาอุ้มไว้ ก่อนจะพยักพเยิดให้ ลลินเดินตามออกไปยังสวนข้างบ้าน ด้วยจะพาหลานไปยังบ่อปลาคาร์ฟเพื่อเปิดทางให้ปราชญ์ได้คุยแบบเปิดใจกับแม่ยาย เรื่องทุกอย่างที่ค้างคาจะได้จบสิ้นกันในวันนี้เลย ซึ่งหล่อนเคยบอกเขาไปแล้วว่าผู้หญิงต้องการอะไร และไม่รู้เลยว่าเขาจะนำคำพูดของตนไปนอนคิดทบทวนหรือไม่ การเดินมาพบกันครึ่งทาง จะทำให้ทั้งคู่จับมือกันก้าวเดินไปบนถนนชีวิตได้อย่างตลอดรอดฝั่ง ไม่จบลงด้วยการหย่าร้างอันมาจากความไม่ลงรอยทางความคิด ที่ต่างฝ่ายต่างมีอารมณ์อยากเอาชนะด้วยกันทั้งคู่
"เมื่อไหร่คุณแม่จะกลับไปอยู่กับลลินคะคุณอา ลลิน คิดถึงคุณแม่ อยากให้คุณแม่กอดนอนทุกๆ คืน"
คำถามที่มาจากความไร้เดียงสาทำให้ดากานดาถึงกับนิ่งอึ้ง หล่อนหลบสายตาจากแววตากลมโตดำขลับที่จับจ้อง มองไปยังฝูงปลาที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในสายน้ำฉ่ำเย็น...ในขณะที่หลานสาวนั้นเริ่มรู้ความ แต่หลานชายที่นั่งอยู่บนตักกลับส่งเสียงอ้อแอ้คุยกับตัวเองอย่างไม่ประสีประสา วัยที่ยังเล็กมากทำให้ใจต้องไหววูบเพราะสงสารเด็กๆ จับใจ
"คุณแม่กับปาป๊าไม่พูดกันเหรอคะ"
"ปะ เปล่าจ้ะ ที่คุณแม่ของลลินไม่ค่อยได้กลับบ้าน ก็เพราะงานยุ่งมากๆ จ้ะ อีกไม่นานนะคะ อีกไม่นานคุณแม่ก็จะกลับไปหาพวกหนู"
"คุณอาไม่ได้หลอกลลินนะคะ"
"ไม่จ้ะ อาจะโกหกลลินทำไมล่ะจ๊ะ"
"อะแฮ่ม"
เสียงกระแอมที่ดังแทรก ทำให้การสนทนาสะดุดลง หันไปมองก็เห็นว่าใครยืนอยู่ไม่ไกล
"คุณแม่!"
เพียงเท่านั้น ลลินก็ผลุนผลันลุกนั่ง วิ่งโผเข้าไปหามารดาด้วยความดีใจและความคิดถึง สองแขนเล็กๆ กอดเอวมารดาเอาไว้พร้อมกับหน้าที่ซุกซบเข้าหาตามความโหยหาที่สะสมมานานวัน
"คิดถึงคุณแม่ที่สุดเลยค่ะ"
อลินกอดตอบร่างนั้น หากแต่สายตากลับมองเลยไปยังดากานดา เรื่องวันก่อนแวบเข้ามาในใจจนทนเก็บเอาไว้ไม่ได้
"ไงจ๊ะลลิน ไปเที่ยวทะเลมาสนุกมั้ยเอ่ย"
ยิ้มแปลกๆ ของอีกฝ่ายทำให้ดากานดาสัมผัสได้ถึงความไม่ปกติ ในแววตาเสมือนเจือความไม่พอใจอยู่ในนั้น
"สนุกมากๆ เลยค่ะคุณแม่ เสียดายที่คุณแม่ไม่ได้ไปกับพวกเรา"
จากนั้นเรื่องเล่ามากมายก็ถูกเล่าผ่านปากด้วยความไร้เดียงสา โดยไม่รู้เลยว่าบางเรื่องก็กระทบกับความรู้สึกอันแสนอ่อนไหวของคนฟัง ก่อให้เกิดอารมณ์หึงหวงเพราะอดคิดไปไกลไม่ได้...หลังเด็กๆ หลับหมดแล้ว สามีของหล่อนและน้องสาวนอกไส้มีความลับอะไรนอกเหนือจากการรับรู้ของเด็กๆ บ้าง
หล่อนกลัวเหลือเกิน ชายหญิงใกล้กันในบรรยากาศเป็นใจ แล้วมันจะไปเหลืออะไร ผู้ชายที่ไม่ใช่พระอิฐพระปูนเช่นสามีของเธอ จะซื่อสัตย์ในยามลับหลังได้ขนาดนั้นเชียวหรือ อลินเฝ้าถามตัวเอง
"เธอไปทะเลมากับปราชญ์ คงมีความสุขมากเลยสินะกานดา"
"เอ่อ...กานดาไปช่วยดูแลน้องค่ะ น้องธามกำลังซนน่าดูเลยนะคะ"
อลินแค่นยิ้ม มือขาวเนียนลูบลงบนศีรษะกลมทุย ก่อนจะก้มหน้าลงคลี่ยิ้มให้ลูกสาว
"ลลินจ๊ะ หนูเข้าไปอยู่กับคุณยายก่อนนะ แม่มีธุระจะคุยกับคุณอาของหนูสักครู่"
"ค่ะคุณแม่"
เดินแยกตัวออกไปด้วยความไร้เดียงสา อลินมองตามร่างนั้นจนลับสายตา ก่อนจะหันมามองหน้าคนที่นั่งกอดลูกชายของตนไว้บนตัก
"รู้สึกว่าระยะหลังมานี้ เธอจะไปไหนมาไหนกับปราชญ์เขาบ่อยเหลือเกินนะ"
ก็แค่ไปทะเลกับมาเป็นเพื่อนเขาในวันนี้...นั่นคือสิ่งที่กานดาโต้แย้งในใจ หากแต่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ได้แต่คลี่ยิ้มปร่าแปร่งให้เจ้าของแววตาชวนทะเลาะ
"วันนี้พี่ปราชญ์ให้มาช่วยดูแลน้องธามค่ะ กานดาก็เลยมาเป็นเพื่อนเขา"
คนฟังแค่นหัวเราะ อารมณ์หึงหวงทำให้โพล่งออกมาโดยขาดการไตร่ตรองที่ดี
"ไม่ใช่ว่า...เธอเห็นว่าพี่กับเขากำลังจะหย่ากัน ก็เลยถือโอกาสรอเสียบ!"
"พี่ลิน! กานดาไม่ได้..."
"ไม่เป็นอะไรหรอกหากเธอคิดเช่นนั้น ไม่ใช่เรื่องน่าอาย พี่จะยกผัวให้เธอก็ได้ เพราะถึงอย่างไรเราสองคนก็จะหย่ากันอยู่แล้ว"
"พี่ลินพูดอะไรออกมาคะ ถ้าพี่ปราชญ์ได้ยิน เขาจะคิดยังไง!"
"ก็เห็นเธอมีอาการอยากได้ พี่ก็จะยกให้ เชิญไปรักกันให้สบายใจ เพราะพี่ก็ไม่ได้รู้สึกเสน่หาอะไรในตัวเขาอีกแล้ว"
"ลิน!"
เสียงเข้มที่ดังแทรก ทำให้ทั้งสองหันไปมองด้วยแววตาตื่นตระหนก เห็นปราชญ์ยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าของเขาสื่อถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
"ปราชญ์! ขะ คุณมาตั้งแต่ตอนไหนคะ"
