บทที่ 13 ความเจ็บปวดที่งดงาม (1)

Chapter 5

ความเจ็บปวดที่งดงาม (1)

สามเดือนต่อมา…

ในวันหยุดที่มีเพียงสัปดาห์ละหนึ่งวัน ภายในห้องนอนเดิมหากแต่ถูกบิวท์อินใหม่ทั้งหมดนับจากแต่หย่าขาดจากภรรยา..บนเตียงกว้างที่ทุกอย่างใหม่หมดแม้กระทั่งผ้าปูที่นอน ปราชญ์ยังคงนอนคว่ำหน้าซุกลงกับหมอนแม้จะลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ เป็นอีกหนึ่งวันที่เขาตื่นขึ้นมาท่ามกลางใจที่เปลี่ยวเหงา ใจหายทุกครั้งเมื่อนึกถึงภาพในวันวาน ไม่มีอีกแล้วกับคำว่าครอบครัว แม้จะผ่านมานานนับเดือนตั้งแต่หย่าขาดกับอลิน แต่เขายังคงทำใจไม่ได้ ไม่อาจหลอกตัวเองได้ว่ายังคงคิดถึงเธอ เก็บเอาไว้จนลึกสุดใจแม้วันนี้ใจของหล่อนจะหมดรักที่มีให้แล้วก็ตาม

"ปาป๊าขา ตื่นหรือยังคะ"

เสียงเรียกมาพร้อมเสียงเคาะประตูห้อง ชายหนุ่มผงกหัวขึ้นมาแล้วยันกายลุกนั่ง ถอนหายใจยาวแล้วปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้คนที่ยืนรออยู่ข้างนอกได้เข้ามา

เพียงบานประตูเปิดกว้างก็เห็นเจ้าของรอยยิ้มจนแก้มปริยืนกอดตุ๊กตาหมีอยู่หน้าประตู ก่อนอีกฝ่ายจะทำท่ากระโดดโลดเต้นเข้ามาข้างใน

"คุณลุงธารณ์ให้ลลินมาตามปาป๊าไปทานข้าวค่ะ บอกว่า

ทุกคนมีเรื่องจะคุยด้วย"

"ปาป๊าเพิ่งตื่นครับ หนูไปบอกทุกคนว่าให้ทานไปก่อนเลยไม่ต้องรอ"

"ปาป๊าก็รีบไปแปรงฟันสิคะ ลลินจะนอนดูการ์ตูนรออยู่ที่นี่"

ไม่รอให้อนุญาต สาวน้อยกระโดดขึ้นไปบนเตียงของบิดาที่วันนี้ใช้นอนเพียงลำพัง ก่อนจะกลิ้งเกลือกไปมาไม่ยอมลงไปข้างล่างเสียแล้ว"

เหมือนปราชญ์จะนึกขึ้นมาได้...จู่ๆ ใจเขาก็ประหวัดไปถึงดากานดา เพราะปกติลูกสาวของเขาจะติดคุณอาจนกายแทบไม่ห่างกันเลยก็ว่าได้ ห่างกันเฉพาะเวลาไปโรงเรียนเท่านั้น

"คุณอายังไม่ตื่นเหรอครับ ปกติจะนอนดูการ์ตูนอยู่ในห้องโน้นไม่ใช่เหรอ"

"ไปแล้วค่ะ ตั้งแต่เช้า"

คำตอบของลูกสาว ทำให้คนฟังชะงักมือที่กำลังกดหาช่องการ์ตูน นึกแปลกๆ ในหัวใจที่ตื่นมาแล้วไม่เห็นหน้าดากานดา

"ไปไหนเหรอครับ"

"คุณอาบอกว่าจะไปหางานทำค่ะ"

"อ่อ...เหรอครับ นึกว่ายังไม่ตื่นเสียอีก"

เขาเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเคยคุยกับหล่อนไปแล้วรอบหนึ่ง

เรื่องที่หล่อนห่วงเด็กๆ กลัวว่าจะไม่มีคนเลี้ยง มารดาของเขาและมารดาของหล่อนมีร้านทองให้ดูแลอีกหลายสาขา เขาเคยดุหล่อนว่าถ้าไม่ไปหางานทำก็ให้ช่วยกิจการที่บ้าน ไม่ต้องห่วงเรื่องของเขามากกว่าเรื่องของตัวเอง ดากานดานั้นจบเภสัช เขาเคยเปรยว่าหากอยากเปิดร้านขายยาก็ให้ไปหาประสบการณ์ด้วยการเป็นลูกจ้างของคนอื่นดูก่อน จากนั้นค่อยนำประสบ การณ์เหล่านั้นมาบริหารร้านของตัวเอง

นอกจากดากานดาแล้ว เขารู้ว่าทุกคนต่างห่วงเขาในข้อนี้ ไม่อยากให้จ้างพี่เลี้ยงเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ อยากให้ดากานดาเป็นพี่เลี้ยงไปจนกว่าลูกชายคนเล็กของเขาจะเติบโตจนรู้ภาษา แต่เขาก็ไม่อาจทำได้หากจะปิดกั้นอนาคตของหล่อนเอาไว้ ไม่อยากให้หล่อนเอาชีวิตมาผูกติดกับคนที่ประสบความล้มเหลวในชีวิตคู่ เขาคือผู้ชายที่ประสบความล้มเหลวอย่างแท้จริง ไม่อาจรักษาสภาพชีวิตคู่ให้ยืนยาวตลอดรอดฝั่งได้ 

ไฟท้ายรถของคนไข้รายสุดท้ายค่อยๆ แล่นไกลห่างออกไปเรื่อยๆ สกุณาเป็นคนสุดท้ายที่ยังอยู่จนกระทั่งคนไข้รายสุดท้ายกลับไป งานของหล่อนยังไม่จบเพราะจะต้องปิดบัญชีของวันนี้ให้เสร็จก่อน เมื่อภายในคลินิกกลับเข้าสู่ความเงียบงันเพราะเหลือเพียงหล่อนกับปราชญ์ หลังจากนั่งชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ความคิดบางอย่างก็พลันสว่างวาบเข้ามาในหัว

'เลิกกับเมียแล้ว ถ้าเราจะคั่วก็คงไม่ผิดสินะ'

หล่อนลุกเดินเข้าไปภายในห้องตรวจ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ปราชญ์กำลังจะลุกเดินออกมาข้างนอก เมื่อสกุณาบอกเขาว่าเคลียร์คนไข้หมดแล้ว

"มีอะไรเหรอนก"

แผงคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นพยาบาลสาวเดินเอามือกุมท้องทำหน้านิ่วคล้ายทรมาน

"นกรู้สึกไม่สบายตั้งแต่ช่วงเย็นแต่ก็ทนช่วยคุณหมอเพราะเห็นว่าคนไข้เยอะ ก็เลย...อยากให้คุณหมอตรวจดูอาการว่านกป่วยเป็นอะไรค่ะ"

"ไม่สบาย? อาการเป็นยังไงบ้างล่ะ"

"ปวดท้อง แล้วก็...เหมือนจะมีไข้ค่ะ"

"ปวดแบบไหน เธอกินข้าวตรงเวลาหรือเปล่า"

"คุณหมอจะไม่...ลองตรวจดูก่อนเหรอคะ นกอธิบายไม่ถูก เพราะมันร้าวไปทั่วเลยค่ะ"

ปราชญ์ทำท่าคล้ายลังเล เขาเหลียวซ้ายแลขวาเพราะรู้สึกแปลกๆ เนื่องจากไม่เคยตรวจดูอาการของใครในขณะที่อยู่เพียงลำพังกับคนไข้ ทุกครั้งเขาจะป้องกันข้อครหาด้วยการให้เจ้า หน้าที่มายืนอยู่ด้วยทุกครั้งเวลาคุยกับคนไข้ เพราะคนเราสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ หากคนไข้ตลบหลังว่าถูกหมอลวนลาม ชื่อเสียงของ

เขาจะต้องกลายเป็นชื่อเสียแน่นอน

สกุณารู้งาน เมื่อมีโอกาสให้คั่วหล่อนจะไม่ปล่อยเอาไว้ รีบขึ้นไปนอนหงายบนเตียงเพื่อให้คุณหมอทำการตรวจคลำร่างกายเบื้องต้น หาสาเหตุว่าปวดท้องที่จุดไหนกันแน่

'เมื่อไหร่กานดาจะเอาข้าวมาส่งนะ'

เขานึกถึงคนที่ชอบดุบ่อยๆ ขึ้นมาทันที แม้หล่อนจะดูจุ้นจ้านและน่ารำคาญไปบ้าง แต่เวลานี้เขากลับต้องการหล่อนอย่างถึงที่สุด เพราะไม่อยากอยู่เพียงลำพังกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกจ้างนอกเวลางาน แน่นอนเขาเป็นหมอที่เจอคนมาหลาก หลายรูปแบบ ย่อมดูออกว่าสกุณากำลังใช้โอกาสที่เขากลับมาโสดเพื่อเข้าหา

ขั้นแรกเขาทาบสเต็ทลงไปบนเนินอกเพื่อตรวจฟังจังหวะหัวใจ ในขณะที่สกุณานอนนิ่งมองหน้าคุณหมอรูปหล่อด้วยความใหลหลง ความที่แอบชอบเขามานานตั้งแต่ตอนยังไม่หย่ากับภรรยา เมื่อวันนี้เขากลับมาโสด ความหวังที่ดูจะริบหรี่ก็เริ่มเรืองรองขึ้นมาอีกครั้ง

"กดตรงนี้เจ็บมั้ย"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป