บทที่ 14 ความเจ็บปวดที่งดงาม (2)

นิ้วแกร่งกดไล่ตำแหน่งไปจนทั่วช่องท้องเพื่อประเมินอาการ...ปราชญ์ถึงกับวิเคราะห์ไม่ถูก เมื่อคนไข้ของเขากลับบอกว่าปวดร้าวไปทั่วช่องท้อง ราวกับว่าหล่อนต้องการประวิงเวลาเพื่อให้เขาวิเคราะห์หาต้นตอให้นานกว่านี้ หากเป็นเช่นนี้ให้ตรวจ

ละเอียดลึกซึ้งกันทั้งคืนก็คงจะหาสาเหตุไม่เจออย่างแน่นอน...

'นี่มัน...รถพี่นกนี่นะ...ทำไมวันนี้กลับดึกจัง...'

ดากานดาดับเครื่องรถมอเตอร์ไซด์เมื่อขับมาจอดอยู่หน้าคลินิก สายตามองไปยังรถคุ้นตาอย่างนึกแปลกใจที่ป่านนี้ยังคงไม่กลับไปทั้งที่ดึกมากแล้ว หล่อนค่อยๆ ขยับกายลงจากรถอย่างช้าๆ เพราะขาที่เจ็บจากการขับชนสุนัขจนรถล้ม โชคดีที่อาหารอยู่ในกล่องจึงไม่หกเลอะเทอะ ไม่อย่างนั้นปราชญ์จะต้องอดข้าวไปอีกหนึ่งมื้ออย่างแน่นอน

"อูยยย หมาบ้า ดีนะที่เราขับมาช้าๆ ไม่อย่างนั้นคงได้เป็นหนักกว่านี้แน่"

หล่อนเดินกระเผลกไปผลักบานประตูที่ยังไม่ถูกล็อกเพื่อเข้าไปด้านใน พบเพียงความเงียบงันเพราะคนไข้กลับกันไปหมดแล้ว หญิงสาวหิ้วกับข้าวเดินตรงไปที่ด้านหลังด้วยความคุ้นชิน ตั้งใจจะเตรียมอาหารไว้รอก่อนจะขึ้นไปเคาะเรียกให้ปราชญ์ลงมาทานมื้อเย็นที่เลยเวลามามากแล้ว

จังหวะที่เดินผ่านห้องตรวจ หูได้ยินคล้ายเสียงคนคุยกันเบาๆ อยู่ในนั้น สองขาต้องชะงักแล้วมองลอดมู่ลี่เข้าไป เห็นปราชญ์อยู่ข้างในกับใครบางคน เพียงเท่านั้น หล่อนรีบแหวกมูลี่แล้วโผล่หน้าเข้าไปทักทาย

"อาหารมาแล้วค่ะคุณพี่หมอ"

'เด็กบ้า! โผล่มาไม่ดูตาม้าตาเรือ'

สกุณาผลุนผลันลุกนั่งด้วยความตกใจ ท่ามกลางความโล่งใจของปราชญ์ นึกขอบใจดากานดาที่มาได้จังหวะเวลาพอดี

"พี่นกเป็นอะไรคะ"

"ปวดท้องน่ะ พอดีเลย ตรวจเสร็จพอดี"

ปราชญ์ชิงตอบแทน เขาผละออกห่างจากสกุณา ก่อนจะเดินออกมาข้างนอกแล้วตรงไปยังตู้ยา หยิบยามาสามอย่างเพื่อจัดให้สกุณานำกลับไปทานที่บ้าน

เมื่อมีมารมาขัดขวางสกุณาจึงต้องหยุดทุกอย่างเอาไว้ก่อน หล่อนเดินตามปราชญ์ออกมายังเคาท์เตอร์ยา และยังไม่ทันทำอะไรต่อ เขาก็ชิงตัดบท

"กลับบ้านได้เลยนะนก เรื่องปิดบัญชีเดี๋ยวผมให้กานดาดูแลต่อเอง"

"แต่..."

"ปวดท้องหนักไม่ใช่เหรอ รีบกลับไปพักผ่อนเถอะไม่ต้องห่วงทางนี้ แล้วก็...อย่าลืมทานยาตามที่หมอสั่งนะครับ"

ชายหนุ่มยื่นยาส่งให้อีกฝ่าย เป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่าเขาไม่อยากให้อยู่ต่อ สกุณาไร้ข้อโต้แย้งเพราะโกหกออกไปแล้ว จะให้หายปวดท้องกะทันหันก็กระไรอยู่ กลัวเขาจับได้ว่านั่นคือมารยา

"ถ้าอย่างนั้น...นกกลับก่อนนะคะ"

"อืม...ถ้าพรุ่งนี้มาไม่ไหวก็ไม่ต้องมานะ เดี๋ยวผมให้กานดามาแทนชั่วคราว"

"ค่ะ เดี๋ยวนกโทร.หาคุณหมออีกที"

สกุณาเก็บข้าวของแล้วสะพายกระเป๋าเดินออกไปข้างนอก...ทั้งสองยืนมองจนเห็นสกุณาขับรถออกไปจากหน้าร้าน ปราชญ์จึงเดินไปล็อกประตูเพื่อความปลอดภัย...และในขณะที่หมุนกายหันกลับมา เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าตามร่างกายดากานดานั้นไม่เหมือนเดิม

"หัวเข่าไปโดนอะไรมาน่ะกานดา ถึงเป็นแผลแบบนั้น!"

"รถล้มค่ะ"

"ล้มที่ไหน! แล้วที่บ้านรู้หรือยัง"

"ชนหมาค่ะ โชคดีที่กานดามาไม่เร็วมาก ก็เลยแค่หัวเข่าถลอก ได้คนแถวนั้นมาช่วยดู ที่บ้านยังไม่รู้ค่ะ กานดากลัวพี่ปราชญ์หิวก็เลยรีบมาที่นี่ก่อน"

"เธอห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองอีกแล้วนะ มานี่เลย"

น้ำเสียงออกแนวตำหนิ มาพร้อมกับตะกร้ากับข้าวที่ถูกแย่งมาถือไว้ มืออีกข้างคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็ก ลากคนขาเจ็บให้เดินกระเผลกๆ ตามไปด้านใน

"ไปนั่งรอในห้องนั้น พี่จะเอ็กซเรย์ดูว่าข้างในปกติดีมั้ย ซี่โครงหักหรือเปล่าก็ไม่รู้"

ออกคำสั่งแล้วก็เดินลิ่วไปยังครัวที่อยู่ด้านหลังสุด เพื่อนำตะกร้ากับข้าวไปวางไว้ก่อน สักพักเขาก็เดินย้อนกลับมา คนเจ็บได้แต่ยืนทำตาปริบๆ เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาจังจริง

"กานดาไม่ได้เป็นอะไร ทำไมต้องเอ็กซเรย์ด้วยคะ"

"อย่าดื้อสิครับ ถอดเสื้อในออกเร็วๆ"

"หา!"

"ตกใจอะไร พี่จะตรวจดูภายใน เอ้ย ตรวจดูอวัยวะข้างในของเธอ"

อยู่ดีๆ ก็สั่งให้โนบราซะอย่างนั้น ดากานดายกแขนขึ้นกอดอก ยืนนิ่งไม่ยอมทำตามที่เขาบอก

"เร็วสิกานดา เดี๋ยวต้องทำแผลอีกนะ ถ้าเป็นเด็กจะหวดให้น่องลาย ดื้อตาใสแบบนี้"

"พี่ปราชญ์ออกไปก่อนสิคะ กานดาอาย"

การที่หล่อนหน้าแดงซ่านพร้อมรอยยิ้มเอียงอาย เขาจึงเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังเสียมารยาท การที่จะให้หล่อนถอดชั้นในออกในขณะที่เขายืนมอง เป็นใครก็ต้องอายเป็นธรรมดา...จนกระทั่งการเอ็กซเรย์ผ่านไปด้วยดี ขั้นตอนต่อมาดากานดาก็ถูกบังคับให้ไปล้างแผล และหล่อนซึ่งกลัวกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ถึงกับออกอาการงอแงไม่ยอมให้ปราชญ์ทำแผลอย่างง่ายดาย

"พี่ปราชญ์ไปทานข้าวเถอะค่ะ มันดึกมากแล้ว กานดาขอทำเองได้มั้ยคะ"

"อยู่เฉยๆ เถอะน่า เดี๋ยวพี่ทำให้ ปล่อยให้เธอทำเองเดี๋ยวไม่สะอาด"

ปราชญ์จับขาของหล่อนขึ้นมาพาดไว้บนหน้าตักแล้วใช้มือกดเอาไว้ไม่ให้ขยับหนี ต้องบังคับกันเป็นเด็กเล็กๆ ที่กลัวหมอจนออกอาการงอแง

"โอ๊ย เจ็บ!"

"ยัง"

"ซ้อมเจ็บไงคะ กานดากลัวพี่ปราชญ์ทำแรง"

"ยายบ๊องเอ๊ย ถูให้เลือดซิบมากกว่าเดิมซะดีมั้ย"

ปราชญ์อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ บางครั้งเขาก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ว่าช่วงเวลาที่อยู่กับดากานดานั้นมีความสุขมากเพียงใด หล่อนทำให้เขายิ้มได้เสมอ แม้จะมีเรื่องทุกข์อยู่ในใจก็ตาม

เพียงสำลีชุ่มๆ แตะลงบนแผลสดๆ คนเจ็บก็ร้องลั่นจนปราชญ์ต้องชะงักมือ

"พี่ปราชญ์...กานดาเจ็บ..."

"อดทนอีกนิดนะ...เดี๋ยวก็หายเจ็บ"

"เจ็บ พอแล้ว..."

"เจ็บนิดเดียวเดี๋ยวก็หาย อดทนหน่อยสิกานดา"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป