บทที่ 10 จะไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า

“แทน แทน ตื่น ถึงแล้ว” เสียงพี่หมิวปลุกผมให้ตื่นจากการนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต

ผมรีบดีดตัวขึ้นมาจากเบาะ ทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้า ‘บ้านใจดี’ เปลี่ยนไปมากหลังจากที่ครูใจดีสิ้นบุญลง พี่บัวลูกสาวคนโตของครูพยายามประคับประคองบ้านเด็กกำพร้าที่มีค่าใช้จ่ายเกินตัวเพียงลำพังมานานหลายปี จนกระทั่งผมกลับมาที่นี่อีกครั้ง

“แทนไท แอนเดอสัน หวังว่าแทนจะไม่ลืมชื่อนามสกุลตัวเองนะ ตอนนี้แทนไม่ใช่ แทนไท ธนวรรธ อีกต่อไปแล้ว” พี่หมิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวลด้วยประโยคเดิมซ้ำ ๆ เป็นรอบที่ร้อย ทุกครั้งที่ผมมาที่นี่

“ผมรู้ดีว่าผมเป็นใคร” และผมก็บอกแบบนี้ทุกครั้งเช่นกัน

ผู้จัดการส่วนตัวและผู้ใหญ่ในช่องบังคับให้ผมปิดบังชาติกำเนิดที่แท้จริง ความจริงที่ผมเป็นเพียงเด็กกำพร้าไร้ญาติขาดมิตรจากเมืองไทย ก่อนที่จะไปเติบโตในฝรั่งเศสเพราะพ่อแม่บุญธรรมขอผมไปอุปการะ

แม่บุญธรรมของผมเป็นคนไทยที่ได้สามีเป็นนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส ผมเดินทางไปอยู่กับครอบครัวใหม่ตั้งแต่อายุสิบสอง ผมมีชีวิตใหม่ พ่อแม่ใหม่ บ้านใหม่ แต่ผมไม่เคยลืมบ้านหลังเก่าหลังนี้เลย

บ้านที่ให้ทั้งชีวิต อนาคต และความรักครั้งแรกของผม ทุกอย่างเกิดขึ้นที่นี่

ผมกลับมาเมืองไทยหลังจากพ่อแม่บุญธรรมเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน พร้อมกับเงินก้อนใหญ่ที่พวกท่านทิ้งไว้ให้

ผมตั้งใจนำส่วนหนึ่งกลับมาให้ครูใจดี แต่ผมก็มาช้าเกินไป ครูไม่อยู่รอผมอีกต่อไปแล้ว มีเพียงพี่บัวที่ดูแลบ้านเด็กกำพร้าที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวอย่างทุลักทุเล ผมก้าวเข้ามาในเวลาที่พี่บัวกำลังจะตัดสินใจลอยแพเด็ก ๆ ด้วยความจำเป็น

“พี่ไม่ไหวแล้วจริง ๆ แทน” พี่บัวปรับทุกข์กับผม ว่าไม่สามารถยื้อบ้านใจดีไว้ได้อีกต่อไป เพราะจำนวนเด็กที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น กอปรกับไม่มีใครเข้ามารับอุปการะเด็ก ๆ เหมือนเคยเพราะเศรษฐกิจที่แย่ลงทุกวัน ถึงแม้เด็กที่โตแล้วพอจะช่วยตัวเองได้และมีงานทำจะกลับมาช่วยกันดูแลแต่ก็ไม่เพียงพออยู่ดี เพราะลำพังจะเอาตัวเองให้รอดในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ก็ยากเต็มที

“ผมจะจัดการเรื่องนี้เองครับ ขอแค่พี่บัวอย่าลอยแพเด็ก ๆ เลยนะครับ”

“พี่ไม่อยากรบกวนแทน เก็บเงินมรดกไว้ใช้จ่ายเถอะนะแทน ถึงแทนเอามาให้พี่ สักวันมันก็หมดลงอยู่ดี”

“แล้วคนรวย ๆ ที่เคยมาบริจาค ไม่มีใครมาแล้วเหรอครับ”

“ก็ยังพอมีอยู่บ้าง อย่างลีวาณิชย์ก็ยังช่วยเราอยู่เรื่อย ๆ พี่เดือดร้อนเมื่อไรก็เข้าไปหาคุณขั้นเทพ แต่บ่อย ๆ เข้าพี่ก็เกรงใจ”

“เฮียสองยังมาที่นี่อยู่ไหมครับ” ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมถามพี่บัวออกไปด้วยหัวใจเต้นรัว เพียงแค่ได้ยินชื่อของเฮียสองผมก็เสียอาการ

พี่บัวยิ้มให้ก่อนจะตอบออกมา “มาเรื่อย ๆ ตอนที่แทนออกจากบ้านไปคุณขั้นเทพก็ถามหา พอพี่บอกว่ามีคนมาอุปการะไปแล้ว คุณขั้นเทพยังบอกว่าเสียดาย ถ้าแก่กว่านั้นอีกหน่อยจะขอรับแทนไว้เอง ก็ตอนที่แทนไปคุณขั้นเทพเพิ่งอายุสิบเก้าเองมั้ง พี่จำได้ว่าเธอใส่ชุดนักศึกษามาถามหาแทนด้วย”

“เหรอครับ” ผมฉีกยิ้มกว้าง หัวใจพองโตจนคับอก แต่ก็ต้องแตกดังโป๊ะเมื่อได้ยินประโยคถัดมา

“แต่ตั้งแต่มีแฟนก็ไม่ค่อยได้มาแล้วนะ มีแต่เจ้าสัวธานินกับคุณปานเทพเท่านั้นที่มาบ่อย ๆ แต่หลัง ๆ ก็คงงานยุ่ง ๆ กัน เลยไม่ค่อยมาแล้วเหมือนกัน”

“เฮียสองมีแฟนแล้วเหรอครับ?” ผมถามด้วยน้ำเสียงเศร้าลงกว่าครึ่ง

“เห็นข่าวว่าชอบควงกับดาราตามสไตล์ไฮโซนั่นแหละ คบกับคนโน้น เลิกกับคนนั้น เปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น”

“ดาราเหรอครับ?”

“อื้ม พี่ก็เห็นคุณขั้นเทพมีข่าวแต่กับดารานะ สงสัยจะชอบแบบนั้นมั้ง”

ผมพยักหน้าเริ่มเก็บข้อมูล

“ว่าแต่ แทนจะมาอยู่เมืองไทยถาวรเลยไหม แล้วคิดไว้หรือยังว่าจะทำอะไร?”

“ผมจะเป็นดาราครับ”

ตั้งแต่วันนั้น ผมก็มุ่งมั่นตั้งใจเดินทางเข้าสู่วงการบันเทิง เหตุผลแรกก็อย่างที่คิดนั่นแหละครับ ในเมื่อเฮียสองของผมมีรสนิยมชอบดารา ผมก็แค่พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่เขาจะเห็นผม

ส่วนอีกเหตุผลก็คือดาราเป็นอาชีพที่รายได้ดีที่สุด ถ้าเป็นที่นิยมน่ะนะ ผมจะได้นำเงินมาช่วยเด็ก ๆ ที่บ้านใจดี และผมมั่นใจมากว่าผมทำได้ ทำตัวดีแล้วไม่ดัง ผมก็ทำตัวเลวแม่งเลย

ข่าวฉาวของผมพาดหัวรายวัน ขึ้นทั้งหน้าหนึ่งและเทรนด์ทวิตเตอร์ ใช้เวลาไม่นานผมก็โด่งดัง จนนักข่าวตั้งฉายาให้ว่า ‘คิ้วบอยแห่งแบ๊งค็อก’ ผมฟังแล้วก็ขำพรืด เพราะมันไม่เข้ากับผมเลย

แต่ผมก็ออกตัวเสมอว่าถ้าวัยรุ่นจะดูผมเป็นตัวอย่าง ก็ให้ดูเป็นตัวอย่างด้านเลว ๆ ก็แล้วกัน แต่นั่นก็เป็นเพียงพฤติกรรมส่วนตัวเท่านั้น แต่เรื่องงานผมรับผิดชอบเต็มที่ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ยืนหยัดเป็นเบอร์หนึ่งมาสามปีเต็ม ๆ หรอกครับ

“พี่ให้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงนะ แทนต้องไปทำทรีตเมนต์หน้าตอนสิบโมง ตอนบ่ายมีคิวถ่ายละคร ตอนเย็นมีอีเวนต์ที่พารากอน หลังจากนั้นต้องไปเข้าฟิตเนส ละครเรื่องหน้าต้องโชว์ซิกซ์แพ็ก จะปล่อยเนื้อปล่อยตัวอย่างที่ผ่านมาไม่ได้แล้วนะ”

ผมพยักหน้ารับตารางงานยาวเหยียดอย่างเซ็ง ๆ พี่หมิวรับงานให้ราวกับผมเป็นเอไออัจฉริยะ ไม่ต้องพักผ่อนหลับนอนมันแล้ว แล้วอย่างนี้ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปแอ๊วเฮียสองผมกันล่ะครับ

“งานพรีเซนเตอร์โครงการบ้านจัดสรรของคุณขั้นเทพไปถึงไหนแล้วพี่” นี่แหละครับ เป้าหมายใหม่ของผม

“นัดเซ็นสัญญาสัปดาห์หน้า อ้อ… เรื่องนี้ก็เหมือนกันนะ แทนอาจต้องไปภูเก็ตบ่อยหน่อย เพราะโครงการนี้อยู่ที่ภูเก็ต”

“ครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป