บทที่ 6 ให้ผมช่วยเถอะครับ

“ผมไม่อยากเป็นข่าว แล้วเฮียสองจะให้ผมบอกนักข่าวว่ายังไงครับ ให้บอกว่าคุณขั้นเทพ ลีวาณิชย์ ไม่ยอมให้ผมติดรถออกมาด้วย ผมก็เลยต้องเดินออกมาจากซอยเปลี่ยว ๆ นั่นคนเดียว อย่างนั้นเหรอครับ?”

รอยช้ำ ๆ และเลือดซิบ ๆ ที่มุมปากนั่นมันคงไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บเลยสินะ ถึงได้พูดจายาวเหยียด

เมื่อเห็นว่ากำลังจะโดนรุมทั้งจากแทนไทและลูกน้องตัวเอง ผมก็เลยจำต้องเปิดทางให้อชิพาแทนไทเข้ามาในห้อง

ผมไปหากล่องปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่มักติดไว้ยามฉุกเฉินเพื่อให้อชิทำแผลให้แทนไท แต่พอออกมาอีกทีก็ไม่พบแม้แต่เงาของเลขาคนสนิท เหลือแต่แทนไทที่นอนเป็นผักอยู่บนโซฟาในห้องโถง

“กลับไปแล้วครับ” แทนไทตอบเสียงเอื่อย เมื่อเห็นผมกวาดสายตามองหาลูกน้อง “นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะครับ ปล่อยพี่อชิแกไปพักผ่อนบ้างเถอะครับ นั่นเลขานะครับ ไม่ใช่เครื่องจักร”

ไอ้นี่ก็อีกคน ‘เสือก!’ ปกติผมก็ไม่ได้ใช้งานลูกน้องหนักขนาดนี้หรอก

“ปากแบบนี้ไง ถึงได้โดนกระทืบ” ผมกระแทกก้นลงบนโซฟา ก่อนจะเปิดกล่องปฐมพยาบาลออกมา สงเคราะห์คนปากหมาเสียหน่อย ไม่อยากให้มานอนตายในเพนต์เฮาส์ของผม

ผมทำแผลให้อย่างเบามือ “โอ๊ย! เบา ๆ หน่อยสิครับเมีย!” แต่แทนไทกลับร้องโวยวาย แถมยังเรียกผมแบบนั้น

“ถ้านายเรียกฉันว่าเมียอีกคำเดียว นายจะโดนหนักกว่าที่เป็นอยู่นี่แน่ เพราะฉันไม่ใช่นักเลงข้างถนนเหมือนพวกที่ทำร้ายนาย แต่ฉันมันลูกชายมาเฟีย ไม่เอาแค่เจ็บ แต่ถึงตายแน่” ผมขู่อย่างเหลืออด เพราะไอ้คิ้วบอยนี่มันพูดไม่รู้เรื่อง!

“รู้ครับว่าเฮียมีพ่อเป็นมาเฟีย”

“เฮีย ก็ห้ามเรียก!” ผมตะคอกเสียงดังอย่างมีอารมณ์ บอกแล้วไม่ฟังเดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย อย่าหาว่าสองไม่เตือน

แทนไทผุดลุกขึ้นนั่งทันทีราวกับว่าไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย ก่อนจะยึดข้อมือข้างที่ถือยาแก้ฟกช้ำของผม

“ไม่ให้เรียกเฮียก็จะเรียกเมีย เลือกเอา!”

“ไอ้แทนไท!”

“ไม่พูดคำหยาบสิครับเมีย”

“มึงหุบปากเลยนะ” ผมดึงมือกลับพร้อมกับยัดยาแก้อักเสบใส่ปากมัน “กินเข้าไป แล้วกลับบ้านไปซะ เดี๋ยวจะให้รถของโรงแรมไปส่ง แล้วก็อย่าไปกวนตีนใครอีกล่ะ คราวนี้ฉันไม่ทำแผลให้ แต่จะจองเมรุให้แทน”

แต่แทนไทกลับเอายาเม็ดนั้นวางไว้บนโต๊ะแทนที่จะกินเข้าไป “ผมไม่ชอบกินยา ขอเป็นเหล้าแทนได้ไหม?”

มันไม่ใช่คนดีจริง ๆ ครับ มันจะกินเหล้าแทนยาแก้อักเสบ บ้าไปแล้ว…

“นะครับ ขอเหล้าแก้วหนึ่ง แล้วผมจะรีบกลับ”

ผมรีบไปรินวิสกี้ชั้นดีปี 1980 ลงในแก้วคริสตัล ก่อนจะเอามาจ่อให้ถึงปากของแทนไท เพราะจะได้รีบกลับ ๆ ไปเสียที

“ดื่มเป็นเพื่อนหน่อยสิครับ”

ผมฮึดฮัดอย่างรำคาญในความเรื่องมากของมัน แต่ก็รีบทำตามด้วยเหตุผลเดียวคืออยากให้แทนไทออกไปให้พ้น ๆ

แต่ในอีกไม่กี่นาทีถัดมา ผมก็ค้นพบว่าคนอย่างแทนไทมันเชื่อไม่ได้!

“ขออีกแก้ว”

ผมกลอกตา ตั้งใจว่าจะรินให้เป็นแก้วสุดท้าย ถ้ามันยังหน้าด้านไม่ยอมกลับ ผมก็จะยกเพนต์เฮาส์ให้มัน แล้วผมจะไปนอนที่คอนโด

แต่หลังจากแก้วสุดท้ายนั่น ผมก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างในร่างกาย

ร้อน! ใช่ ผมร้อน ไม่ใช่เพราะแอร์ในห้องทำงานผิดปกติ แต่เพราะมันมีบางอย่างผิดปกติ

“นี่นาย!” ผมไม่ใช่คนโง่หรือใส ๆ เป็นวัยรุ่นแรกแย้ม ชายฉกรรจ์วัยสามสิบสองอย่างผมมีหรือครับที่จะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของผม

แทนไทต้องแอบใส่ยาปลุกเซ็กซ์ลงไปในแก้วเหล้าตอนผมเผลอแน่ ๆ ผมถึงได้มีอาการแบบนี้

“ออกไป!” ผมตวาดลั่นเมื่อแทนไทเริ่มขยับเข้ามาใกล้ ทั้ง ๆ ที่ร่างกายกำลังทรมาน

“ให้ผมช่วยเถอะน่า”

“ถ้านายไม่ออกไป ฉันจะจับนายโยนลงไปจากชั้นสิบสองนี่ แล้วอย่าคิดว่าฉันไม่กล้า!”

“ผมรู้ว่าเฮียสองกล้า แต่จะมีปัญญาเหรอครับ” แทนไทหรี่ตามองผมราวกับเสือที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ

“นายทำแบบนี้ทำไม? ต้องการอะไร?”

“ผมรู้ว่าช่วงนี้เฮียทำงานหนักไม่ค่อยได้ปลดปล่อย ผมก็อยากช่วยไง”

“ไม่ต้องเสือก!” เสือกมารู้ดีอีกว่าผมกำลังต้องการพอดี แต่ไม่ใช่มึงไง! “ออกไป”

ผมผลักไสอย่างรังเกียจในจังหวะที่แทนไทโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อจะจูบปากผม ใบหน้าหล่อนั้นชะงักลงพร้อมกับแววตาเจ็บปวดที่ฉายออกมาแวบหนึ่ง แต่ผมก็ทันจะได้เห็นมัน

“รังเกียจผมมากเหรอครับ?”

แทนไทถนัดเรื่องใช้ภาษากาย อาจเป็นเพราะมันเป็นนักแสดง ฝ่ามือหนาเลื่อนมาลูบไล้ต้นแขนของผมผ่านเสื้อคลุมขนหนูสีขาวที่ผมสวมออกมาจากห้องน้ำ และยังสวมมันอยู่ถึงตอนนี้

ผมไม่ได้รังเกียจร่างกายของแทนไท แต่ผมรังเกียจการกระทำแบบนั้นมากกว่า ฉวยโอกาส ลอบกัด แทงข้างหลัง!

แทงข้างหลัง? ว้อย! จะคิดถึงคำนี้ทำไมวะ? ให้ตายเหอะ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป