บทที่ 7 ทรมาน
“ถ้านายเข้ามาใกล้ฉันอีกนิดเดียว ฉันจะปลดนายออกจากการเป็นพรีเซนเตอร์โครงการบ้านจัดสรรเฟสใหม่ที่กำลังจะเซ็นสัญญาก็อย่าหวังว่านายจะได้ แล้วไม่ใช่แค่งานนี้ แต่ทุกงานในวงการที่นายเคยให้สัมภาษณ์ว่ารักนักรักหนานั่น นายก็เตรียมโบกมือลาไปได้เลย” คราวนี้ผมไม่ได้ขู่ ผมพูดจริง ถ้าหากคืนนี้ผมพลาดพลั้งให้แทนไทอีกครั้ง ผมจัดการมันแน่
“โอ๊ะ! น่ากลัวจัง” ท่าทีที่ไม่ได้เกรงกลัวอย่างที่ปากพูด ทำให้ผมหมั่นไส้ ผลักอกแกร่งของแทนไทอย่างแรงจนเกือบหงายหลัง
“ฉันจะถือว่านายทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถึงได้กล้าทำแบบนี้กับคนอย่างฉัน รีบออกไปจากห้องฉันซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”
ผมรู้ว่านาทีนี้ร่างกายของผมสู้แทนไทไม่ได้แน่ เพราะนอกจากผมจะตัวเล็กกว่าแล้ว อาการของผมตอนนี้ก็เกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หากแทนไทใช้กำลังกับผม ผมคงไม่รอดแน่ ๆ ผมจึงเอาตัวรอดด้วยการขู่อย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า
แน่นอนว่าแทนไทรู้ว่าผมเป็นใคร และถ้ามันไม่โง่จนเกินไปนักก็คงจะรู้ว่า ลีวาณิชย์ ไม่ใช่ตระกูลที่ใครจะมาทำอะไรกับทายาทลำดับที่สองอย่างผมได้ง่าย ๆ หรือถ้าทำได้ ก็ใช่ว่าจะรอดตายไปได้ง่าย ๆ เช่นกัน
ผมบิดกายเร่าอย่างทรมาน สารที่ได้รับเข้าร่างกายคงแรงพอดู ยิ่งผสมกับวิสกี้รสร้อน ร่างกายของผมยิ่งร้อนรุ่มเป็นทวี และถ้าหากผมไม่ได้ปลดปล่อยภายในยี่สิบนาทีนี้ ผมว่าผมคงร่างแตกตายแน่ ๆ
“ผมก็แค่อยากช่วย ผมหวังดีนะครับ” แทนไทโน้มใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้อีกครั้ง และผมรู้ตัวดีว่านาทีนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายผมก็เอาได้ทั้งนั้น แต่ต้องไม่ใช่แทนไท!
“หวังดีเหรอ?” ผมผลักใบหน้าหล่อนั้นออกจากต้นคอ “อย่ามาใช้คำว่าหวังดีกับฉัน เพราะมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่นายกำลังทำ รีบออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”
ผมรีบพาตัวเองออกมาจากโซฟาตัวนั้น ก่อนจะต่อสายหาอชิทันที
“ส่งเด็กมาให้ฉันภายในสิบห้านาที!” ผมกดตัดสายโดยไม่รอฟังเสียงอุทานของอชิ ผมรู้ว่ามันยาก พอ ๆ กับที่รู้ว่ามือขวาคนสนิทอย่างอชิสามารถทำได้
แต่ทันทีที่ผมโยนโทรศัพท์มือถือลงไปไว้ที่เดิม แทนไทก็ตามมาประชิดทางด้านหลัง ก่อนจะดันผมจนไปติดกับกำแพง
“ให้ผมช่วยเถอะนะครับ นะ” เสียงกระเส่าที่ดังอยู่หลังใบหูกับก้านนิ้วแข็งแรงที่สอดเข้ามาตรงซอกนิ้วมือข้างหนึ่งทำให้ผมเกือบควบคุมตัวเองไม่ได้ ท่อนเอ็นแข็งบวมปูดที่กำลังกระแทกกับผนังห้องเพราะแรงกระแทกจากคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง นั่นก็ยิ่งทำให้ผมแทบจะแตกซ่าน
“ปล่อย!” ผมกัดฟันกรอด พยายามเก็บกดความต้องการ ผมจะไม่มีทางหลงไปกับสัมผัสเร่าร้อนของแทนไทเด็ดขาด
แต่ร่างสูงที่อยู่ด้านหลังก็ไม่ได้นำพากับการต่อต้านของผม จมูกโด่งฝังลงบนซอกคอ ก่อนจะถูไถอย่างเร่าร้อน มืออุ่นข้างหนึ่งยึดมือของผมไว้กับผนังห้อง
“อื้อ” ผมกดใบหน้ากับผนัง ในจังหวะที่แทนไทล้วงมืออีกข้างเข้ามาในสาบเสื้อคลุม ก่อนจะกอบกุมท่อนเอ็นที่กำลังบวมเป่งของผม มือร้อนข้างนั้นลูบคลำหนักหน่วง แต่ผมก็ยื้อข้อมือนั้นไว้ไม่ให้คุกคามผมมากไปกว่านั้น
ก่อนที่ผมจะหลงไปกับสัมผัสร้อนแรง ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายสะบัดร่างแทนไทจนกระเด็นออกไปไกล ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า
“ก่อนหน้านี้ฉันแค่ไม่ชอบขี้หน้า แต่ฉันไม่ได้เกลียดหรือว่ารังเกียจอะไรนาย แต่ถ้านายไม่หยุด และทำให้ฉันหมดความอดทน นายจะเป็นคนแรกบนโลกนี้ที่ฉันเกลียด!”
ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมคิดว่าแทนไทจะอ่อนไหวกับความรู้สึกของผม แต่ผมแน่ใจว่าใช่ทันทีที่ผมพูดประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมเห็นความเจ็บปวดในแววตาของแทนไทเมื่อได้ยินคำว่าเกลียดจากปากของผม และผมแน่ใจว่าเขาจะหยุดการกระทำลงได้เพราะคำคำนั้น
แทนไทกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ พร้อมกับสายตาตัดพ้อและอาการพยักใบหน้าช้า ๆ
“ผมเข้าใจแล้ว”
ร่างสูงหมุนตัวหันหลังให้ผม ก่อนจะสาวเท้าออกไปอย่างตัดใจ
ผมพ่นลมออกมาอย่างโล่งใจ แต่ร่างกายก็เริ่มทรมานขึ้นเรื่อย ๆ ผมรีบตรงไปเข้าห้องน้ำ ก่อนที่อชิจะส่งคนมาให้ ผมคงต้องช่วยตัวเองก่อน
15 นาทีผ่านไป
ผมล้มเหลวกับการช่วยตัวเอง เพราะมันไม่ได้ทำให้ร่างกายเร่าร้อนของผมทุเลาลงได้ ผมรีบควานหาโทรศัพท์มือถือเพื่อจะต่อสายหาอชิอีกครั้ง
แต่ไม่ทันที่อชิจะรับสาย เสียงสัญญาณหน้าห้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง อชิคงส่งคนมาให้แล้ว
ผมโยนโทรศัพท์ทิ้งทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้กดวางสาย แล้วรีบพาร่างกายที่กำลังพลุ่งพล่านเกือบถึงขีดสุดตรงไปที่ประตูทันที
“ผมว่า พี่อชิหาคนมาให้เฮียสองไม่ทันหรอกครับ”
ความอดทนของผมหมดลงในวินาทีนั้นพอดี วินาทีที่เห็นแทนไทยืนซ่อนยิ้มร้ายอยู่หลังบานประตู
“นายนี่มัน!...”
