บทที่ 9 พี่ชายใจดี
แทนไท TALK
ผมเรียกให้ผู้จัดการส่วนตัวมารับที่หน้าโรงแรม LVN GRAND BANGKOK ของเฮียสอง แม้ต้องทนฟังเสียงบ่นของพี่หมิว แต่ก็ดีกว่านั่งแท็กซี่ให้เสี่ยงเป็นข่าว เพราะถ้าเป็นแบบนั้น จะไม่ใช่แค่พี่หมิวที่บ่นผม แต่คงเป็นผู้ใหญ่ในช่องด้วยแน่ ๆ
“ไปมีเรื่องกับใครมาอีกเนี่ยแทน พี่ไม่น่าปล่อยให้แทนไปงานเมื่อคืนคนเดียวเลย พี่บอกแล้วว่าจะไปด้วยก็ไม่เชื่อ แล้วรถเราก็มีทำไมไม่ขับกลับ จอดทิ้งไว้ที่ท่าเรือทำไม แล้วนี่ทำไมไม่กลับคอนโด มานอนโรงแรมนี่ทำไม กลัวจะไม่เป็นข่าวหรือไง”
ผมขี้เกียจตอบคำถามพี่หมิว ก็เลยเอนเบาะนอนแม่งเลย แต่ก่อนจะปิดเปลือกตาลง ผมก็ขอร้องพี่หมิว
“ผมขอแวะไปบ้านใจดีแป๊บหนึ่งนะครับ หวังว่าตื่นมาผมจะได้เจอพี่บัว” แล้วผมก็เสียบหูฟัง และปิดเปลือกตาลงทันที ได้ยินเสียงพี่หมิวบ่นแว่ว ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจ
ผมไม่ได้หลับลงไปจริง ๆ หรอกครับ เพราะในใจกำลังอิ่มเอมมีความสุข เมื่อนึกถึงคนที่ตอนนี้คงกำลังจัดการตัวเองอยู่ในห้องน้ำบนชั้นสิบสองนั่น
ผมเปิดเปลือกตาขึ้นมองผ่านกระจกรถขึ้นไปยังชั้นเป้าหมาย ในใจก็หวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
ผมจ้างพี่วินมอเตอร์ไซค์ในซอยนั้นให้ต่อยผมคนละหมัด ตอนแรกพี่วินก็ไม่ยอมเพราะจำได้ว่าผมเป็นดารา กลัวจะมีเรื่องดรามาตามมา แต่ผมก็ยืนยันว่าไม่มีแน่นอนเพราะผมจะต้องเข้าฉากโดนรุมทำร้ายในวันนี้ ผมอยากให้สมจริงแบบไม่ต้องแต่งหน้าช่วย
พี่วินยอมช่วยต่อยผมคนละหมัดแลกกับเงินคนละสองพัน ส่วนผมโดนไปสามหมัดแล้วจ่ายเงินไปหกพัน ก่อนจะโทรขอความช่วยเหลือจากพี่อชิที่เป็นแฟนคลับของผม
แล้วหลังจากนั้น…
ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ
ผมปิดเปลือกตาลงอีกครั้งพร้อมกับกอดหมอนลูกฟุตบอลที่ผมเอามาทิ้งไว้ในรถพี่หมิวไว้แน่น ผมชอบนอนกอดลูกฟุตบอลครับ อะไรก็ได้ที่เป็นลูกฟุตบอล ไม่เว้นแม้แต่คนที่เคยให้มันกับผม
“นี่คือคุณขั้นเทพ ลีวาณิชย์ สวัสดีคุณเขาสิคะเด็ก ๆ” เสียงครูใจดีสั่งเด็กในปกครองให้ทำความเคารพคนที่มาบริจาคเงินและของให้พวกเรา
คนของลีวาณิชย์เป็นขาประจำของบ้านใจดี บ้านเด็กกำพร้าที่มีครูใจดีดูแลอยู่ ที่นี่มีเด็กกำพร้าชายหญิงอยู่สิบห้าคน รวมทั้งผมด้วย
คุณขั้นเทพ ชายหนุ่มในชุดนักเรียนมอปลายปักชื่อโรงเรียนชายที่ผมใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียนให้ได้ แต่ความฝันนั้นก็ห่างไกลเหลือเกิน เมื่อมองสภาพความเป็นจริงของตัวเองในตอนนั้น
“ไงเรา กี่ขวบแล้วครับเนี่ย” คุณขั้นเทพทักทายผมด้วยสายตาเอ็นดู ฝ่ามือหนาลูบมาบนศีรษะอย่างไม่รังเกียจเด็กกำพร้าเนื้อตัวมอมแมมอย่างผม
“สิบขวบครับ” ผมรีบฉีกยิ้ม แล้วตอบออกไปให้เสียงใสที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เสียงเริ่มแตกแล้วนะเนี่ย จะเป็นหนุ่มแล้วนะเรา” คุณขั้นเทพส่งยิ้มเอ็นดูมาอีก พร้อมกับโยกศีรษะของผมไปมา
“แต่ผมอยากเป็นสาวมากกว่าครับ” ไม่ต้องตกใจครับ นั่นไม่ใช่เสียงผม แต่เป็นเสียงชีสพายเพื่อนสนิทที่สุดของผม
คุณขั้นเทพหันไปมองใบหน้าหวานเกินเด็กผู้ชายของชีสพาย “อืม โตไปต้องสวยแน่ ๆ เลยนะเราเนี่ย” คุณขั้นเทพหัวเราะขำกับความมุ่งมั่นของเพื่อนผม ก่อนจะหันไปหยิบลูกฟุตบอลสีขาวฟ้าออกมาถือไว้
“อืม คนนี้อยากเป็นสาว งั้นให้คนนี้แล้วกันนะครับ อะ พี่ให้”
ผมยกมือไหว้ก่อนจะยื่นมือไปรับลูกฟุตบอลลูกนั้นมากอดไว้
“ชื่ออะไรนะเรา”
“ผมชื่อ…”
“เฮียสอง มาอยู่นี่เอง ผมตามหาซะทั่ว ป๊าให้มาตามไปถ่ายรูปครับ”
ผมยังไม่ทันจะตอบว่าผมชื่ออะไร น้องชายของคุณขั้นเทพก็มาเรียกพี่ชายไป
“เฮ้อ! ทำไมต้องถ่ายรูปด้วย ไม่เห็นจำเป็นต้องประกาศให้ชาวบ้านรู้เลย แค่มาทำบุญเนี่ย” คุณขั้นเทพบ่นอุบในขณะที่น้องชายวัยไล่เลี่ยกับผมพยายามลากแขนพี่ชายออกไป
“มาเถอะน่าเฮียสอง ขี้เกียจฟังป๊าบ่น”
แต่น้องชายก็ลากคุณขั้นเทพออกไปจนได้ คุณขั้นเทพเดินตามแรงน้องชายไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะยกมือขึ้นมาให้สัญญาณว่า ‘แล้วเจอกันนะ’
“ครับ” ผมรีบพยักหน้ารัว ๆ พร้อมกับกอดลูกฟุตบอลไว้แน่น “ผมจะรอนะครับ เฮียสอง”
