บทที่ 7 น่าตื่นเต้น
“มันดึกแล้วนะโว้ย มึงจะไปจริง ๆ เหรอ?” โรมันถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อผมบอกว่าจะต้องไปพบคุณปานเทพ ให้โรมันกลับหอพักไปก่อน
“เออ มึงไม่ต้องเป็นห่วงกูหรอก ถ้าพี่โยชิกับคุณปานเทพไว้ใจไม่ได้ โลกนี้ก็ไม่มีคนที่กูจะไว้ใจได้แล้วละ” ผมให้ความมั่นใจเพื่อให้โรมันคลายกังวล ซึ่งผมก็คิดอย่างที่พูดจริง ๆ
“เออ ๆ ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน มีอะไรมึงรีบโทรหากูเลยนะ กูจะไม่นอนจนกว่ามึงจะกลับถึงห้อง” โรมันให้คำมั่นด้วยท่าทางขึงขัง จนผมอดขำไม่ได้
“เออน่า ไม่ต้องห่วง มึงนั่นแหละ ขี่รถดี ๆ นะ อย่าซิ่ง” แต่ผมน่ะเป็นห่วงมันมากกว่าครับ ปกติผมซ้อนท้ายมัน ยังคอยปรามมันได้บ้างเวลาที่มันเริ่มบิดคันเร่งเร็วขึ้น แต่ถ้ามันขี่มอเตอร์ไซค์ฉายเดี่ยวละก็ เด็กแว้นเรียกพ่อ
“เออ ๆ กูสัญญา ว่าจะไม่ให้ใครแซง”
“ไอ้โรม!” ดูมันพูดเข้าสิครับ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า กูล้อเล่นน่า กูไม่กล้าทำร้ายตัวเองขนาดนั้นหรอก เพราะกูกลัวว่าถ้ากูเป็นอะไรไป จะไม่มีใครเป็นไม้กันหมาให้มึง ถึงตอนนั้น มึงไม่มีทางได้ตกถึงท้องคุณปานเทพของมึงหรอก”
ผมตะปบปากมันไม่ทันครับ ดูสิ่งที่มันพ่นออกมาสิ มันไม่เห็นเหรอครับว่าพี่โยชิก็ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย ผมส่งสายตาพิฆาตให้เพื่อนรัก ก่อนจะปรายตามองพี่โยชิอย่างเขิน ๆ
อาการกลั้นยิ้มของพี่โยชิ เล่นเอาผมทำหน้าไม่ถูก ทั้ง ๆ ที่ปกติผมไม่ใช่คนขี้เขินนะครับ ออกจะใจกล้าหน้าด้านพอ ๆ กับไอ้โรมนั่นแหละ ไม่อย่างนั้นจะคบกันได้เหรอครับ เพียงแต่ผมสุภาพกว่าโรมันเท่านั้น แต่ไม่รู้ทำไมครับ พอเป็นเรื่องของคุณปานเทพ มันกลับทำให้ผมไม่เป็นตัวของตัวเอง อาการเหล่านี้มันเริ่มตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้วครับ และมันยิ่งชัดเจนขึ้นก็เมื่อวันนั้น วันที่เราได้ทานมื้อค่ำด้วยกัน แต่แปลกนะครับ ผมกลับ… ชอบความรู้สึกของตัวเองตอนนี้
“ไปกันหรือยังครับคุณโปรด” พี่โยชิโพล่งขึ้น ผมเกือบจะหยุดอาการเขิน ถ้าจะไม่บังเอิญเหลือบไปเห็นสายตาล้อเลียนนั่นเข้า
“อะไรครับ?” หยุดยิ้มเถอะครับ ผมขอร้องละ
“ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ เชิญครับ” พี่โยชิปฏิเสธตาใส พลางผายมือให้ผมขึ้นนั่งยังเบาะหลัง
“ผมนั่งหน้ากับพี่โยชิดีกว่า” แต่ผมเห็นว่าวันนี้พี่โยชิมาคนเดียว ไม่ได้มีคนขับรถอีกคน ดังนั้นผมก็ควรไปนั่งด้านหน้าเป็นเพื่อนพี่โยชิดีกว่าครับ เพราะอย่างไรผมก็ไม่ใช่เจ้านาย
“เจอกันนะโรม” ผมหันไปร่ำลาเพื่อน
“เออ เจอกันมึง” โรมันพยักหน้าให้ แต่ก็ยังส่งสายตามองมาทางผมอย่างห่วงใย จนผมต้องชะงักเท้า แล้วขยับเข้าไปใกล้ กระซิบถามพอให้ได้ยินกันแค่สองคน
“มึงจะห่วงอะไรนักหนาวะ? กูว่ามันน่าจะดีนะ ที่ที่กูกำลังจะไปน่ะ”
“มั่นหน้า!” แต่ผมกลับโดนมันด่ากลับมา
ผมก็มั่นหน้าอย่างมันว่าจริง ๆ นั่นแหละครับ “เออ! กูจะกลับมาเมาท์ให้ฟัง ถ้าไม่ฟินกูยอมให้มึงเรียก ‘หมาโปรด’ แต่ถ้าคืนนี้กูได้ มึงต้องเรียกกูว่า ‘คุณโปรดปราณ!’”
โรมันมันเบ้ปากจนคว่ำ ก่อนจะโบกมือลา แต่ลักษณะกวักออกเหมือนไล่ผมให้รีบขึ้นรถเสียมากกว่า
ผมก้าวขึ้นมานั่งเคียงข้างพี่โยชิ
“พร้อมแล้วครับ ไปหาคุณปานเทพกัน” ผมเอ่ยอย่างมาดมั่น
พี่โยชิกลั้นยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนรถออกมา
โปรดปราณกำลังเดินทางไปตามเทียบเชิญจากแดนสวรรค์ มีเทพองค์หนึ่งรออยู่ที่นั่น ปานเทพ!
