บทที่ 8 สุขสันต์วันเกิด
ผมไม่คิดว่าคอนโดของคุณปานเทพจะหรูหราหมาเห่าได้ขนาดนี้เลยครับ แต่เหมาะแล้วละ เพราะมันเป็นแดนสวรรค์ ที่ที่บรรดาเทพเขาอาศัยอยู่กัน
ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ เป็นที่อาศัยของเทพจริง ๆ เพราะนอกจากคุณปานเทพแล้ว ยังมีคุณขั้นเทพ และคุณเหนือเทพ น้องชายทั้งสองอาศัยอยู่ด้วย เพียงแต่แยกห้องชุดกันเท่านั้น และยังมีคุณอินทัชที่เป็นญาติสนิทกันอีกคน ทั้งสี่อาศัยอยู่ในห้องชุดบนชั้น 19 ของคอนโดหรูใจกลางเมือง ซึ่งทั้งฟลอร์นั้นมีแค่สี่ห้องเท่านั้นครับ
พี่โยชิพาผมมาส่งที่หน้าห้องห้องหนึ่ง เคาะประตูสามครั้ง ไม่นานบานประตูนั้นก็ถูกเปิดออก
ผมรอประสานสายตากับคนหลังประตูอย่างตื่นเต้น ทั้งที่เป็นวันเกิดของผมเองแท้ ๆ แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนมีโบสีแดงอยู่บนศีรษะ และกำลังถูกพามาให้เป็นของขวัญของใครบางคน ผมไม่ได้มโนเกินไปใช่มั้ยครับ
บานประตูค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปภายในห้องเกือบครึ่ง และคนที่ซ่อนอยู่หลังบานประตูก็ยื่นหน้าออกมา
“เชิญครับ”
ทำไมผมต้องผิดหวังมากมาย เพียงเพราะไม่ใช่คนที่หมายใจไว้
“พี่ไนท์!” พี่ไนท์เป็นลูกน้องอีกคนของคุณปานเทพครับ เรียกว่ามือซ้ายก็ได้ ถ้าพี่โยชิเป็นมือขวา ผมเคยเจอพี่ไนท์อยู่ 2-3 ครั้ง ตอนที่พี่โยชิไม่ว่าง และพี่ไนท์ทำหน้าที่ส่งสารแทน
“สวัสดีครับคุณโปรด นายให้คุณโปรดเข้ามารอด้านในครับ” พี่ไนท์เปิดประตูกว้างขึ้น แล้วเชิญผมเข้าไป
ผมค่อย ๆ ก้าวเข้าไปด้านในห้องชุดหรู ที่ภายในตกแต่งด้วยโทนสีเทา-ดำ และปูพื้นด้วยพรมกำมะหยี่สีแดงเข้ม
“แล้วคุณปานเทพล่ะครับ?” ผมหยุดอยู่กลางห้อง ตรงโซฟาตัวใหญ่ ก่อนจะหันกลับมาถามพี่ไนท์อย่างสงสัย
“อีกสักพักใหญ่ ๆ ก็น่าจะถึงแล้วละครับ พอดีที่ไซต์ก่อสร้างของคุณขั้นเทพมีปัญหานิดหน่อย นายก็เลยแวะเข้าไปดูให้ เพราะคุณขั้นเทพอยู่ต่างประเทศน่ะครับ” พี่ไนท์รีบอธิบาย นั่นก็ยิ่งทำให้ผมสงสัย ลูกน้องทั้งมือขวา-มือซ้าย ของคุณปานเทพพากันมาอยู่ที่นี่กันหมด แล้วใครอยู่กับคุณปานเทพล่ะครับ
ผมพอรู้ว่าธุรกิจของลีวาณิชย์ไม่ได้ขาวสะอาดไปทั้งหมด โดยเฉพาะส่วนที่คุณปานเทพดูแล จึงไม่แปลกใจที่คุณปานเทพมักจะมีคนคอยติดตามรักษาความปลอดภัยให้เสมอ และคนที่คุณปานเทพไว้ใจที่สุด ก็อยู่กับผมทั้งสองคน
“ไม่ต้องห่วงนะครับ มีลูกน้องของคุณขั้นเทพอีกหลายคนดูแลอยู่ ไม่มีปัญหาหรอกครับ” ราวกับว่าพี่โยชิมานั่งอยู่ในความคิดของผม รู้ไปซะหมดว่าผมคิดอะไร
“เอ่อ… ครับ” แต่ผม ก็คลายกังวลได้จริง ๆ
“คุณโปรดพักผ่อนตามสบายนะครับ พวกพี่ขอตัวก่อน” แล้วพี่โยชิกับพี่ไนท์ก็เดินออกจากห้องชุดไปดื้อ ๆ เลยละครับ อ้าว! แล้วผมทำไง?
จะทำอะไรได้ล่ะครับ นอกจากนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ กินขนมที่พี่ไนท์คงจะเตรียมไว้ให้ กดรีโมตเลื่อนไปดูช่องที่สนใจ แล้วก็รอ…
จำได้ว่าตอนที่เอนหลังไปบนโซฟานอนดูซีรีส์เกาหลีจากจอทีวีที่พี่ไนท์เปิดไว้ให้ ผมยังรู้สึกหนาวอยู่เลย แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้รู้สึกว่ามีความอบอุ่นมาสัมผัสที่ข้างแก้มของผม
ผมค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น กะพริบตาเพื่อปรับโฟกัสไม่กี่ครั้ง ก็พบกับแหล่งกำเนิดความอบอุ่นนั้น
หลังมือหนาของใครบางคนแตะอยู่ข้างแก้มของผม ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาบนหน้าผาก ผมทอดสายตายาวออกไป แล้วก็ได้สบสายตากับเจ้าของมัน
“คุณปานเทพ!” ผมผวาจากเบาะโซฟา พุ่งขึ้นมานั่งตัวตรงจนใบหน้าแทบจะชนกับคนที่โน้มหน้าเข้ามาหาอยู่ก่อนแล้ว
“เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายเหรอ?” อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยและสายตาอาทรเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
“ปะ เปล่าครับ ผมแค่เผลอหลับไป” ผมอธิบาย
“อืม ขอโทษนะ พอดีว่าติดงานนิดหน่อย ก็เลยกลับมาช้า รอนานหรือเปล่า”
“ไม่ครับ” ผมไม่รู้หรอกครับว่าผมรอนานแค่ไหน หรือว่าผมหลับไปนานเท่าไร แต่การที่ลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า เวลามันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
“ว่าแต่ คุณปานเทพเรียกผมมาพบ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”
ผมถามออกไป ในขณะที่มือข้างหนึ่งก็เลื่อนขึ้นไปคลำศีรษะเพื่อให้แน่ใจ ว่าระหว่างที่ผมเผลอหลับไป พี่ไนท์กับพี่โยชิไม่ได้แอบเอาโบแดงมาติดให้ผม
ส่วนคุณปานเทพก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับลุกขึ้นเดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ด้านใน และผมเดาว่าน่าจะเป็นห้องนอน
ทำไมผู้ใหญ่ชอบเป็นแบบนี้ครับ ไม่ยอมตอบคำถาม ไม่รู้หรืออย่างไรว่าเด็กยุค 5G อย่างผม มันเป็นพวกรอไม่ได้
แต่สุดท้าย ผมก็รอครับ นั่งรออยู่บนโซฟา เพราะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้มากกว่านั้น
ไม่นานคุณปานเทพก็เดินออกมา พร้อมกับกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินใบใหญ่กว่ากำมือเล็กน้อย แล้วก็ยื่นมันมาตรงหน้าผม
“สุขสันต์วันเกิด”
