บทที่ 8 [7]

[7]

“เงินอาจจะไม่ใช่ทุกอย่าง”

บรรยากาศ ณ คฤหาสน์เรือนไทยริมน้ำแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี เต็มไปด้วยความคึกคัก โลเคชันแห่งนี้คือหมู่เรือนไทยและคฤหาสน์สุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีความโอ่อ่าอลังการเป็นที่สุด บันไดไม้สักทองทอดยาวลงมาจากตึกใหญ่สู่ลานดินริมน้ำที่กว้างขวาง เหมาะเจาะกับบทละครที่ต้องการเน้นความร่ำรวยและทรงอำนาจของตระกูลพระยาพิชัยรณรงค์เป็นที่สุด

รถตู้และรถขนอุปกรณ์กองถ่ายจอดเรียงรายเต็มพื้นที่ รถตู้สีขาวของค่ายพริมโรสเคลื่อนตัวเข้ามาจอดในมุมหนึ่ง ต้นหอมผู้จัดการส่วนตัวของเพ่ยเพ่ยรีบก้าวลงมาจากรถ ก่อนจะหันไปกวักมือเรียกนักแสดงในสังกัดด้วยความตื่นเต้น

ต้นหอมดูแลเพ่ยเพ่ยมาหลายปี จะว่าไปก็นับตั้งแต่เด็กคนนี้เริ่มเข้าวงการ ละครเรื่องนี้ของเพ่ยเพ่ยมีกระแสมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ค่ายของเธอได้รับแสงจากเรื่องนี้ไปเต็ม ๆ ละครทุกเรื่องของเพ่ยเพ่ยถูกชาวเน็ตขุดขึ้นมาพูดถึง และทุกการกล่าวถึงนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมในความสามารถและความพยายาม อีกทั้งตอนนี้ยังมีกระแสจิ้นเบา ๆ ระหว่างเพ่ยเพ่ยของเธอและพระเอกของเรื่องอย่างภากรด้วย

“เปิดกองวันแรก เอาให้นายเอกของเรื่องหน้าหงายไปเลยนะเพ่ยเพ่ย จัดหนักจัดเต็ม เชื่อเจ้” ต้นหอมเอ่ยพลางจัดแจงกระเป๋าอุปกรณ์

เพ่ยเพ่ยก้าวลงมาจากรถในชุดลำลองธรรมดา ใบหน้างดงามถูกประดับด้วยรอยยิ้มละมุน แววตากลมโตฉายประกายไร้เดียงสาราวกับลูกกวางตัวน้อย

“ไม่ต้องห่วงเลยครับเจ้ เพ่ยท่องบทก้านที่จะเข้าฉากวันนี้จนขึ้นใจแล้ว เพ่ยจะทำออกมาให้ดีที่สุดครับ”

“ดีมาก ลุยมันเลย เจ้จะอยู่ข้างเซตคอยส่งน้ำส่งท่า รับรองวันนี้ไม่หนีไปไหน ตอนนี้แกคือตัวทำเงิน”

ต้นหอมตบไหล่ให้กำลังใจ แต่ก็ยังไม่วายแซวเพ่ยเพ่ยอย่างอารมณ์ดี

ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งสองจะเดินไปถึงห้องแต่งตัว รถสปอร์ตคาร์สีแดงเพลิงก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้ากองถ่ายอย่างโอ่อ่า

ประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของน้ำหวานที่เดินเชิดหน้าลงมาในชุดแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า ข้างกายของไฮโซหนุ่มมีผู้จัดการส่วนตัวร่างใหญ่และบอดี้การ์ดอีกสองคนเดินตามหลังต้อย ๆ เป็นขบวน

ทันทีที่สายตาของน้ำหวานตวัดมาเห็นเพ่ยเพ่ย ใบหน้าสวยก็เหยียดยิ้มอย่างดูแคลน จากนั้นก็สะบัดหน้าหนีและเดินกระแทกส้นผ่านไปราวกับเห็นเพ่ยเพ่ยเป็นเพียงอากาศธาตุ

เพ่ยเพ่ยไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง เขารีบก้มหัวลู่ไหล่ลงด้วยความนอบน้อมเจียมตัวเหมือนทุกครั้ง ทว่าในอกกลับรู้สึกสาแก่ใจที่น้ำหวานแสดงท่าทีเช่นนั้นออกมาต่อหน้าทุกคน

หลังจากผ่านไปสองชั่วโมงในห้องแต่งตัว ทีมงานก็ประกาศฉากแรกอย่างเป็นทางการ ฉากนี้คือฉากเปิดตัวชนชั้นบ่าวไพร่และลูกเมียบ่าวใต้ถุนเรือนของพระยาพิชัยรณรงค์ นักแสดงสมทบทั้งหญิงและชายในชุดผ้าแถบซอมซ่อต่างมานั่งคุกเข่ารวมกันที่ลานดินริมน้ำหน้าตึกใหญ่เพื่อรอรับของทำทาน

เพ่ยเพ่ยในชุดก้านสวมเสื้อผ้าป่านคอกลมแขนสั้นเนื้อหยาบสีมุก นั่งอยู่แถวหน้าสุดของกลุ่มบ่าว คนตัวเล็กนั่งคุกเข่าราบทับส้นเท้าและค้อมตัวลงต่ำ แผ่นหลังบางลู่ลงน้อย ๆ ห่อไหล่เข้าหากันเพื่อแสดงความต่ำต้อยต่อนายบนตึกใหญ่ สองมือขาวจัดประสานกันไว้ที่หน้าตัก ใบหน้าหวานก้มต่ำทอดสายตามองเพียงเศษฝุ่นดินอย่างเจียมตน

ตัวละครก้านได้รับความเอ็นดูจากพระยาพิชัยรณรงค์ผู้เป็นพ่อมากกว่าลูกทุกคนรวมทั้งลูกเมียแต่งอย่างบัวหลวง เพราะก้านมีหน้าตาสะสวยถอดแบบมาจากแม่ที่เป็นเมียบ่าวคนโปรด

“นักแสดงสแตนด์บาย! พี่ซันครับ เชิญที่จอมอนิเตอร์ข้างผู้กำกับเลยครับ!” เสียงสเตจประกาศ

ภากรในชุดไทยภูมิฐานเต็มยศสำหรับคิวถัดไปก็ก้าวเดินเข้ามาในกองถ่าย ใบหน้าคมคายตวัดสายตาผ่านหน้าจอไปหยุดอยู่ที่เพ่ยเพ่ยซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่บนลานดินริมน้ำทันที แววตาของพระเอกหนุ่มไหวระริกด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ผุดขึ้นมาในใจเงียบ ๆ

“เอาล่ะ ฉากที่ 1 เทค 1 บัวหลวงเดินลงมาจากตึกใหญ่เพื่อโปรยเศษทานให้พวกบ่าว กล้องเดิน... แอ็กชัน!”

สิ้นเสียงผู้กำกับ น้ำหวานในบทบัวหลวงสวมชุดไทยหรูหราเนื้อดีสีชมพูกลีบบัวกำลังเยื้องย่างลงมาจากบันไดไม้สักทองของตึกใหญ่พร้อมบ่าวรับใช้ ท่าทีของเขาสมกับเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ในมือเรียวประคองพานเงินขนาดใหญ่ใส่ผ้าแถบและขนมไทยเพื่อนำมาแจกจ่าย

ตามบทละคร บัวหลวงจะต้องยื่นของแจกให้บ่าวทีละคนด้วยความเมตตา ทว่าเกมนอกจอของน้ำหวานเริ่มต้นขึ้นทันทีเมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเพ่ยเพ่ย แววตาริษยาอาฆาตของน้ำหวานวาววับขึ้นวูบหนึ่ง เขาจงใจเบี่ยงพานเงินใบโตมาทางศีรษะของคนที่ค้อมตัวอยู่ จากนั้นก็แกล้งทำพานเงินขนาดใหญ่หลุดมือร่วงกระแทกลงบนศีรษะของเพ่ยเพ่ยเต็ม ๆ

“คัท! คัท!! คัท!!! เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะ!”

เสียงผู้กำกับตะโกนลั่นผ่านโทรโข่ง ทั้งยังทุบโต๊ะดังปังตั้งแต่พานโลหะเนื้อหนากระแทกโดนศีรษะของร่างบางจนกระเด็นตกพื้น ผ้าแถบและขนมไทยกระจายเกลื่อนเบื้องหน้า น้ำหวานที่ตั้งใจจะแกล้งทำเป็นขอโทษก็ตกใจกับเสียงของผู้กำกับจนหน้าซีด

ร่างบางของเพ่ยเพ่ยทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดิน มือบางข้างหนึ่งยกขึ้นกุมศีรษะตัวเองไว้แน่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด หยาดน้ำตาเม็ดโตระเบิดเอ่อคลอขึ้นมาเต็มเบ้าในเสี้ยววินาทีด้วยความตกใจกลัว

“เพ่ยเพ่ยลูกรัก!!!”

เสียงของต้นหอมผู้หวีดร้องขึ้นอย่างหน้าตาตื่น ร่างท้วมรีบวิ่งหน้าตั้งจากข้างเซตเข้ามากอดประคองนักแสดงในความดูแลทันทีด้วยความโกรธจัด

“คุณน้ำหวาน เล่นบ้าอะไรคะเนี่ย”

ต้นหอมโวยวายเพราะห่วง จนลืมว่าคนตรงหน้ามีอิทธิพลแค่ไหน

นอกจากต้นหอมแล้ว บรรดาทีมงานทั้งกองถ่ายต่างพากันกรูเข้ามาล้อมรอบตัวเพ่ยเพ่ยทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่ง

“ดูแผลน้องหน่อย แตกไหม หรือแค่หัวโนเฉย ๆ” ช่างกล้องรีบผละจากหน้าจอมอนิเตอร์เข้ามาดูอาการด้วยความเดือดดาล

“พี่สวัสดิการ! รีบเอาเจลประคบเย็นมาด่วนเลย! น้องเพ่ยเพ่ยเจ็บมากไหมลูก” ช่างแต่งหน้าฟรีแลนซ์ทรุดตัวลงมาช่วยพยุงด้วยความห่วงใยและความสงสารจับใจ

“ไฮโซนั่นจงใจชัด ๆ สันดานแย่มาก ทำร้ายร่างกายคนอื่นกลางกองถ่ายเลยเหรอวะ”

ช่างไฟกระซิบกระซาบ พร้อมส่งสายตาประณามและรังเกียจไปทางน้ำหวานอย่างไม่ปิดบัง ส่วนคนที่ฟิวส์ขาดจนถึงขีดสุดคือภากร

พระเอกหนุ่มเบอร์หนึ่งกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาคู่คมวับวาวไปด้วยเพลิงโทสะอันน่ากลัว เขาเมินเฉยน้ำหวานอย่างสิ้นเชิง แล้วก้าวขายาว ๆ ตรงดิ่งเข้ามาและแหวกทีมงานที่รุมล้อมอยู่แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเพ่ยเพ่ย มือหนายื่นไปประคองต้นแขนบางและเชยคางดวงหน้าหวานที่ฉ่ำน้ำตาขึ้นมาตรวจดูรอยช้ำที่ศีรษะอย่างทะนุถนอม

“เจ็บมากไหม พี่เห็นมันกระแทกลงมาแรงมากนะ”

ภากรเอ่ยถาม แววตาเต็มไปด้วยความปวดใจ เพ่ยเพ่ยที่มีสติครบถ้วนแอบเห็นว่ามือของเขาสั่นนิด ๆ

“พี่ซัน เพ่ยไม่เป็นไรครับ ประคบเย็นแล้ว เดี๋ยวก็ถ่ายต่อได้ เพ่ยรับรองเลยว่าจะไม่ให้พี่ ๆ เสียเวลา”

เพ่ยเพ่ยช้อนสายตาที่ฉ่ำไปด้วยหยดน้ำขึ้นมองภากร จากนั้นก็แสร้งส่งรอยยิ้มอันแสนเปราะบางและบอบช้ำให้ มือบางสั่นระริกแอบลูบแผลที่หัวเบา ๆ ยิ่งกระตุ้นความสงสารและน่าเวทนาในอกของภากรจนแทบคลั่ง

คำพูดแสนดีที่เห็นแก่ส่วนรวมและเจียมตัวของเพ่ยเพ่ย ยิ่งตบหน้าและฉีกหน้ากากความใจดำของน้ำหวานจนพังยับเยิน ผู้กำกับหนุ่มใหญ่เดินหน้าเขียวปัดตามลงมา และตวัดสายตามองน้ำหวานด้วยความเดือดจัด

“หวานไม่ได้ตั้งใจนะครับ มือมันลื่นจริง ๆ อีกอย่างหวานก็ตื่นเช้ามากไปหน่อย หวานเบลอ ๆ แสงก็แยงตาอีก”

น้ำหวานแก้ตัว ทว่าสายตาของเขากลับบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ ยิ่งเห็นว่าอดีตคนรักเข้าไปประคองคนไร้หัวนอนปลายเท้าที่เขาเกลียดหนักหนาก็ยิ่งควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่ได้

“ลื่นงั้นเหรอ! เบลอแดดงั้นเหรอ!”

เสียงผู้กำกับหนุ่มใหญ่ตวาดลั่นผ่านโทรโข่งจนสปีกเกอร์แทบแตก เสียงนั้นดังก้องสะท้อนไปทั่วลานดินริมน้ำ ทำเอาบรรยากาศที่วุ่นวายพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น ทีมงานทุกคนชะงักนิ่ง นัยน์ตาของผู้กำกับมือทองเบิกกว้าง และลุกขึ้นชี้หน้าคู่อริกลางเซตอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม

“ขนบอดี้การ์ดมาเฝ้าตั้งสองสามคน เดินเชิดหน้าชูคอเข้ามาในกองได้ แต่ไม่มีปัญญาประคองพานเงินใบเดียวเนี่ยนะ ระยะห่างหน้าเลนส์เมื่อกี้จงใจ เบี่ยงพานมาทางหัวเพ่ยเพ่ยชัด ๆ อย่าคิดว่าคนอื่นเขาตาถั่วจนดูไม่ออก”

“หวานไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะครับผู้กำกับ แสงมันแยงตา”

น้ำหวานพยายามแถน้ำขุ่น ๆ ใบหน้าสวยเฉี่ยวซีดเผือดลงด้วยความอับอายระคนตกใจ หล่อนไม่เคยโดนผู้ใหญ่คนไหนชี้หน้าด่าประจานต่อหน้าคนงานชั้นต่ำนับร้อยชีวิตขนาดนี้มาก่อน

“ไม่ต้องมาแก้ตัว เป็นนักแสดงแต่ไม่มีวินัย ไม่มีสมาธิ แถมยังมีเจตนาทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงานกลางกองถ่ายแบบนี้ มันใช้ไม่ได้”

ผู้กำกับตบโต๊ะมอนิเตอร์ดังปัง ก่อนจะตวัดเสียงสั่งสเตจ

“สวัสดิการ! สั่งเบรกกอง 10 นาที เช็กแผลที่ศีรษะของเพ่ยเพ่ยด่วน ขืนสมองได้รับการกระทบกระเทือนขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ”

คำสั่งพักกองถ่ายทันทีของตัวพ่อหน้าเซต ทำเอาทีมงานทุกคนกรูเข้ามารุมล้อมและช่วยกันพยุงเพ่ยเพ่ยอย่างเป็นห่วง ขณะที่น้ำหวานยืนโดดเดี่ยวอยู่กลางลานดิน

สายตารังเกียจและเสียงกระซิบกระซาบจากช่างไฟช่างกล้องนั้นลอยมากระทบหูจนเขาตัวสั่นเทาด้วยความอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ยิ่งหันไปเห็นภาพที่ภากรประคองเพ่ยเพ่ยขึ้นจากพื้นดินอย่างทะนุถนอมราวกับเพ่ยเพ่ยเป็นแก้วตาดวงใจ น้ำหวานก็แทบจะกระอักเลือดตาย

“เกิดอะไรขึ้น! เรื่องบ้าอะไรกัน”

ยังไม่ทันที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ เสียงแหลมสูงของคุณสิรินทร์ ผู้จัดละครสาวใหญ่ก็ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเท้าฉับ ๆ ลงมาจากบันไดของตึกคฤหาสน์

หล่อนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาห้ามทัพ หลังจาก ‘Stage Manager’ หรือคนรันคิววิ่งไปรายงานข่าว หล่อนหันไปมองหน้าหลานชายสลับกับภาพของเพ่ยเพ่ย ก็รู้ชะตากรรมทันทีว่างานนี้น้ำหวานก่อเรื่องงามหน้าเข้าให้แล้ว

“ใจเย็น ๆ ก่อนคุณผู้กำกับ มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันสิคะ คนกันเองทั้งนั้น”

คุณสิรินทร์รีบเอาน้ำเย็นเข้าลูบ พยายามสวมบทบาทผู้จัดใจดีรักษาสถานการณ์เพื่อเซฟเงินทุนกึ่งหนึ่งของตระกูลน้ำหวาน และป้องกันไม่ให้ทีมงานคาบข่าวไปแฉลงทวิตเตอร์รอบสอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป