บทที่ 6.
มุมมองของทาเลีย
ลินดาเดินเข้ามาหาฉัน ตอนที่เคย์เดนเดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
“นี่จ้ะคนดี เราหาเสื้อผ้ามาให้ด้วยนะ น่าจะใส่นอนสบายกว่าชุดคนไข้โรงพยาบาล” เธอยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนหวาน
ฉันหยิบโทรศัพท์ของเคย์เดนขึ้นมาแล้วแตะพิมพ์
‘คุณใจดีกับฉันเกินไปแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงฉันก็ได้’
ฉันยื่นให้เธอดู แล้วเธอก็แค่ส่ายหน้าพลางยิ้มอยู่เหมือนเดิม
“ให้ฉันเป็นห่วงเถอะนะ ฉันชอบหนู แล้วก็อยากให้หนูมีความสุขและสบาย” เธอพูด แล้วฉันก็รู้สึกได้ว่าดวงตาเริ่มเอ่อร้อน
เธอดึงฉันเข้าไปกอดแน่น แต่ก็ระวังอย่างที่สุดไม่ให้กระทบซี่โครงฉัน
“เตรียมเปลี่ยนได้เลยนะ พอเคย์เดนเสร็จ” เธอว่า ฉันพยักหน้า
ฉันเดินไปยืนรอที่หน้าประตูห้องน้ำ จนเคย์เดนเปิดออกมา และตอนนั้นฉันแทบคางหล่นไปกองกับพื้น…คนอะไร ใส่กางเกงวอร์มยังดูเซ็กซี่ได้ขนาดนี้?
เขายิ้มให้ฉันแล้วจับประตูไว้ให้ ฉันเดินเข้าไปและปิดประตู
ฉันถอดชุดคนไข้ทิ้ง ใส่กางเกงในที่ลินดาให้ จากนั้นเป็นสปอร์ตบราสีม่วง กางเกงขาสั้นชุดนอนสีม่วง แล้วก็ฮู้ดดี้ซิปสีขาว
ฉันแต่งตัวเสร็จแล้วเดินออกมาก่อนที่จะรูดซิปขึ้น พอกำลังจะรูด เคย์เดนก็จับมือฉันไว้
ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างสงสัยว่าเขาหยุดฉันทำไม
“ขอดูแผลเป็นของเธอได้ไหม” เขาถามเสียงต่ำ ฉันได้ยินเหมือนเสียงเขาสั่นนิดๆ ราวกับมันเจ็บสำหรับเขาเอง
ฉันจ้องตาเขา พยายามมองหาเหตุผลว่าทำไม
ในดวงตาคู่นั้น ฉันเห็นแค่ความเศร้า ความโกรธ ความกังวล และ…ความห่วงใย?
ฉันพยักหน้า แล้วปล่อยมือออกจากซิปที่รูดขึ้นมาได้เล็กน้อยแล้ว
เขาจึงจับซิปเอง รูดลง แล้วถอดฮู้ดดี้ออกจนหมด
ลินดากับเจคอบก็เดินเข้ามาด้วย มองช่วงบนของฉัน ฉันรู้…มันไม่ใช่ภาพที่น่าดูเลย
แผลเป็นบนร่างกายส่วนบนของฉันมีเยอะจนแทบไม่น่าเชื่อ
“นี่เป็นแผลกระสุนใช่ไหม” เจคอบถามพร้อมแตะแผลเป็นหนึ่ง ฉันแค่พยักหน้า
“แล้วนี่…นี่คือแผลเป็นจากถูกแทงใช่ไหม” ลินดาถาม น้ำตาคลอ
ฉันมองเธออย่างเศร้าแล้วพยักหน้า “พระเจ้า…คนเราทำแบบนี้กับลูกตัวเองได้ยังไง” เธอพูด แล้วฉันได้ยินว่าเธอเริ่มสะอื้นเบาๆ
ฉันมองเธอ ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอด “อ่า…หนูนี่น่ารักที่สุดเลย ทั้งที่คนที่ควรปลอบคือหนู ไม่ใช่ฉันสิ” เธอพูดด้วยเสียงเศร้าๆ
ฉันแค่ยิ้มให้เธอ แล้วประคองแก้มเธอไว้ ใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาให้
ฉันรู้สึกได้ว่ามีคนแตะแผลเป็นอีกเส้น—เส้นที่พาดเกือบจากซ้ายไปขวาตรงหลังส่วนล่างของฉัน
“พ่อ…ผมอยากให้พวกมันชดใช้!” เคย์เดนพูดด้วยเสียงเศร้าปนโกรธจนแทบทำให้หัวใจฉันแตก
“เราจะทำแน่ลูก! เรื่องนี้จะไม่จบแบบไม่มีโทษ!” เจคอบพูดอย่างเดือดดาล ยังมองสำรวจลำตัวกับแผ่นหลังฉันอยู่
ฉันมองพวกเขาอย่างงุนงงอีกครั้ง ลินดาสูดลมหายใจลึก
“คนดี เรื่องที่เราจะบอกต่อจากนี้ หนูต้องเก็บเป็นความลับนะ แต่เอาจริงๆ…หนูทำให้เรารู้สึกมากเหลือเกิน จนเราอยากทำทุกอย่างเพื่อหนู” ลินดาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแต่หนักแน่น
ฉันทำท่ารูดซิปปากแล้วโยนกุญแจทิ้ง ทั้งสามคนหัวเราะพร้อมกัน
“พวกเราเป็นส่วนหนึ่งของมาเฟียอังกฤษ” เจคอบพูด มองฉันเหมือนรอดูปฏิกิริยา
ฉันเอียงหัวนิดๆ มองพวกเขา แล้วเดินไปที่เตียงหยิบโทรศัพท์เคย์เดนขึ้นมา ก่อนเริ่มแตะพิมพ์
‘พวกคุณเกี่ยวข้องกับมาเฟียไอริชไหม?’
ฉันยื่นโทรศัพท์ให้เจคอบ มือสั่นนิดๆ
เจคอบมองหน้าจอ แล้วเงยกลับมามองฉัน ก่อนจะก้มมองโทรศัพท์อีกที
“ไม่ เราเกลียดมาเฟียไอริชเข้าไส้!” เขาพูดเสียงแข็ง
ฉันพ่นลมหายใจออกมา ทั้งที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากลั้นไว้ แล้ววางมือลงบนหน้าอกให้หัวใจค่อยๆ สงบ
“หนูรู้จักมาเฟียไอริชได้ยังไงจ๊ะ” ลินดาถาม ยิ้มหวานให้ฉัน
ฉันยื่นมือขอโทรศัพท์คืน เจคอบก็ส่งให้
‘ฉันรู้ว่าเกรเกอร์เป็นคนของมาเฟียไอริช เขาพูดหลายครั้งว่าจะขายฉันให้สมาชิกในมาเฟียของเขา’
ฉันยื่นโทรศัพท์คืนให้เจคอบ แล้วก้มมองพื้น ฉันไม่อยากมองหน้าพวกเขาตอนนี้
“โอ้พระเจ้า!” ลินดาอุทาน เคย์เดนเดินเข้ามาหาฉัน วางนิ้วสองนิ้วอย่างระมัดระวังใต้คางฉัน อีกแขนโอบเอว มือพักไว้ตรงหลังส่วนล่าง แล้วค่อยๆ เงยหน้าฉันให้มองสบตาเขา
“ทาเลีย…เขา…เขาเคยทำจริงไหม” เคย์เดนถาม เสียงเขาสั่นจนแทบขาด
ฉันไม่กล้ามองตาเขา จึงหันไปมองผนังทางขวา น้ำตาเริ่มก่อตัวในดวงตา แล้วฉันพยักหน้า
เคย์เดนดึงฉันเข้ากอดแนบอกแน่นๆ
เขาลูบหลังฉัน ปล่อยให้ฉันร้องไห้จนเสื้อยืดเขาเปียก ฉันได้ยินเจคอบคุยโทรศัพท์
เจคอบ: “ฉันต้องการให้พวกแกไปที่ที่อยู่ที่ฉันส่งให้เมื่อกี้ แล้วจับคนที่เจอในบ้านหลังนั้น”
เจคอบ: “ใช่ เดี๋ยวนี้ ทำให้เสร็จ!” เขาพูดแล้ววางสาย
เคย์เดนอุ้มฉันแบบเจ้าสาวพาไปที่เตียง
เขาขึ้นเตียงมาด้วย ฉันนอนซบอกเขา ขาพาดบนตักเขา
เขายังคงลูบหลังฉัน “ไม่ต้องกลัวนะ ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว” เขากระซิบข้างหูฉันอย่างอ่อนโยนที่สุด
“มาดูหนังของเราต่อกันนะ หืม?” เขาพูด พลางเชยคางฉันให้มองตาเขา ฉันยิ้มอ่อนๆ แล้วพยักหน้า
เขาเช็ดน้ำตาให้ฉัน แล้วลูบแก้มฉันเบาๆ
สักพักเราก็นอนลง หัวฉันหนุนอกเขา แขนเขาโอบหลังฉันไว้ดึงให้ชิด ขาฉันพาดบนขาเขา และเขาลูบไล้ต้นขาฉันแผ่วๆ คนเราจะอ่อนโยนได้ขนาดนี้ได้ยังไงนะ
“เฮ้…เธอไม่ได้กลัวพวกเราแล้วใช่ไหม” เขาถามเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ฉันเงยหน้ามองเขา แล้วยกสายตาแบบ ‘ล้อกันอยู่เหรอ’ เขาหัวเราะคิก แล้วกลับมาลูบหลังฉันอีก
“ดี” เขากระซิบ จูบลงบนกระหม่อมฉัน และนั่นทำให้ฉันหน้าแดงวาบจนแทบควบคุมไม่อยู่
