บทที่ 16 ฝันร้ายที่เป็นจริง 1/1
พอพี่หมอกตัวจริงเสียงจริงเพื่อนของพี่เคนมาแต่เขามาด้วยสภาพที่เปลือยท่อนบนผมยุ่งเหยิงเหมือนคนพึ่งตื่นอนหมาดๆ แถมยังมีรอยเเดงบริเวณซอกคออีกต่างหาก แต่เขามาคนเดียวนะไม่ได้พาใครมาด้วย หน้าตาก็ดีไม่แพ้กันแถมนิสัยยังถอดแบบกันมาอีก อืม เขาเพื่อนกันหนิเนอะ
อ่า~ ง่วงจะตายชักอยู่แล้ว
ผมยืนเช็ดหัวตัวเองไปพลางๆ สลับกับมองเพื่อนพี่เคนเขาจัดการเเบกร่างของพี่เเกขึ้นมา ใบหน้าเเลดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักเเต่ผมก็คาดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรมากหรอก อาจจะเป็นเเค่ไข้หวัดจากฝนเนี่ยเเหละ คนตากฝนตัวก็ต้องซีดเป็นธรรมดา ..ใจเย็นหน่า ผมกำลังปลอบใจตัวเองอยู่เพราะถ้าเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาผมอาจจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต
"ไม่คิดว่าจะลงทุนขนาดนี้"
"หะ เมื่อกี้พี่พูดว่าอะไรนะ"ผมถาม เเล้วก็เพ่งสายตามองไปที่ร่างสูงบนเตียง
มันเบลอมากตอนนี้เพราะผมพึ่งถอดเเว่นวางเอาไว้ ผมเกลียดโลกที่ไม่มีเเว่นผมจังเลยมองอะไรก็ไม่ชัด เผลอๆ ไปจ้องชาวบ้านเขาจะหาว่าผมไปหาเรื่องเอาได้น่ะดิ หน้าตาปกติผมก็กวนส้นตีนมากพอเเล้ว
"คิดดูสิครับ ถ้าเปรียบไอ้เคนมันเป็นนักธุรกิจมันก็คงเป็นนักลงทุนในสาขาที่โคตรจะเสี่ยงว่าตัวเองจะได้กำไรหรือขาดทุน ..ถ้าได้กำไรก็โคตรฟลุ๊คเเต่ถ้าขาดทุนมันก็จะไม่เหลืออะไรเลย หมดตูดน่ะครับ ฮึๆ "
"ไม่เห็นเข้าใจ พวกพี่เป็นโคนันหรอถึงต้องพูดจาให้คนอื่นเขาไขรหัสบอกตามตรงเเค่พูดธรรมดาก็ฟังไม่รู้เรื่องเเล้ว"
ผมบ่นอุบอิบกับการเปรียบเปรยนักธุรกิจกับการลงทุนของพี่เเกซะเหลือเกิน จะบอกว่าผมโง่ก็เกินไปให้เรียกว่าไม่ค่อยเข้าใจในทฏษดีจะดีกว่า
"สักวันถ้าน้องเปารู้ น้องเปาอาจจะขอบคุณพี่ในวันนี้นะครับ ..ไอ้เคนนะไอ้เคนหายตอเเหลเมื่อไหร่พรุ่งนี้มาหากูที่ห้องด้วยอะจะวันเกิดกูเเล้ว ...สาวเพียบ"
"เหอะ.."
ผมส่ายหน้าอย่างเอือมระอามองพี่หมอกที่นั่งคุยกับพี่เคนเหมือนจะรู้เรื่อง ทั้งๆ ที่อีกคนนอนป่วยซมริมฝีปากเเห้งสนิท น่าสงสารเขานะครับที่มีเพื่อนเป็นคนบ้า ผมมองสลับกับหันไปคว้าเเว่นมาใส่เอาไว้ โลกที่ไม่มีความโฟร์เคไม่ไหวเอาซะเลย
เเล้วเมื่อไหร่พี่เเกเขาจะตื่นขึ้นมาสักที ผมง่วงจะตายอยู่เเล้ว -*-
22.40 P.M.
ผมยังคงนั่งเฝ้ารอพี่เคนฟื้นมาเกือบจะสามชั่วโมงได้ ส่วนพี่หมอกแกเองก็บอกจะอยู่เป็นเพื่อนพี่เคนก่อน พอเขาฟื้นแล้วค่อยกลับ ผมว่าตอนนี้ผมกำลังโดนหวัดเล่นงานอย่างจังเเล้วล่ะ
“พี่เองก็กลับไปนอนเถอะ เดี๋ยวผมอยู่เฝ้าให้”
“เกรงใจน้องอะดิ”
“ไม่ต้องหรอก เออว่าแต่.. รถพี่เคนเป็นยังไงบ้าง” ผมถามขึ้น ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อของพี่เคนในตู้เสื้อผ้าอย่างถือวิสาสะ ให้เขาถอดเสื้ออยู่แบบนี้ไม่ดีแน่ ข้างนอกฝนยังตกพรำๆ อยู่ด้วย หนังคนหรือหนังสัตว์ทำไมมันถึงได้หนาถอดเสื้อมาหาเพื่อนขนาดนี้ก็ไม่รู้
“พี่ให้คนส่งไปซ่อมแล้วล่ะ อีกสักอาทิตย์คงใช้ได้”
“อืม.. ใส่เสื้อพี่เคนไปก่อนก็แล้วกัน”
“ขอบคุณนะครับน้องเปา.. น่ารักจังนะเราเนี่ย”
แข็ง! ชา! ดิก!
ผมตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกได้แต่กรอกตามองพื้นไปมา คนตรงหน้าแค่นหัวเราะเหมือนชอบใจ เขาสวมเสื้อแล้วก็จัดทรงผมเล็กน้อย แต่แค่นั้นพี่เขาเองก็ดูดีขึ้นมาเยอะเลย หรืออันที่จริงเบ้าอาจจะดีอยู่แล้วล่ะมั้ง = =’
“พี่หมอก” ผมเรียกชื่อเขาเอาไว้ ก่อนที่คนร่างสูงเองจะเดินออกจากห้องไป เขาหันหน้ามามองผมพร้อมคลี่รอยยิ้มและเลิกเรียวคิ้วเรียวนั่นขึ้นมองมาที่ผม
“ครับ?”
“ผมขอถามอะไรอย่างนึงได้ไหม ..ครับ”
ในกรณีนี้ที่พูดเพราะด้วยเพราะต้องการจะล้วงความลับของคนที่นอนซมอยู่บนเตียงต่างหาก พี่หมอกเองแลดูเป็นคนเฟรนลี่แล้วก็อาจจะนิสัยดี อาจจะดีน่ะนะ ..แต่ผมว่าน่าจะพึ่งได้อยู่ น่าจะอีกนั่นแหละ = =
“ได้สิครับ คนน่ารักแบบนี้ถามกี่อย่างพี่ก็ตอบครับ”
ความหน้าหนาก็คงจะมีปริมาณเท่าๆ กับพี่เคนนั่นแหละ ดูจากการยิงมุขแล้วพี่หมอกเองน่าจะหลีสาวเก่งกว่าเยอะ ไม่แปลกใจเลยสักนิดตอนที่เขาโทรมาเสียงสาวๆ ตรึม
พ่อเสือสาว ผมล่ะกลัวจริงๆ! -.-
