บทที่ 10 เผชิญหน้า
“ย่า! ย่าจ๋า! มากันแล้ว ๆ!”
เสียงเล็ก ๆ ของเด็กหญิงวัยแปดขวบตะโกนก้องลานบ้าน พร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังมาจากหลังเรือน
จอมทัพและทองประศรีผู้เป็นปู่และย่า เดินออกมาชะโงกหน้ามองที่ระเบียง เห็นรถหรูสีครีมกำลังแล่นลงจากถนนใหญ่ เลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วบ้านพอดี
“มากันแล้วจริง ๆ ด้วย” จอมทัพพูดพลางคลี่ยิ้ม
เมื่อวานนี้ กองถ่ายเดินทางมาถึงแล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มถ่ายทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากการกางเต็นท์และจัดเตรียมอุปกรณ์ ส่วนไอริณและเชอรี่ผู้จัดการส่วนตัว ขอตัวกลับไปนอนค้างที่บ้านของดาราสาวก่อน
ร่างระหงก้าวลงจากรถและกระแทกปิดประตูรถหรูคันงามที่เธออุตส่าห์ซื้อให้แม่ใช้ แต่แม่หยาดทิพย์กลับเอาแต่ขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าเหมือนเดิม
ไอริณสวมแว่นกันแดดทรงโตปิดบังใบหน้าไปเกือบครึ่ง กวาดสายตามองไปรอบบริเวณ เมื่อยังไม่เห็นเงาของเจ้าบ้านร่างยักษ์ เธอจึงค่อยลอบผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“มากันซะทีนะ พวกคุณมาสาย”
เสียงห้วนของผู้กำกับเป็กตะโกนดังมาจากใต้ถุนบ้าน ไอริณปรายตามองทีมงานที่กำลังวุ่นวายกับการเซตไฟ
“เปี๊ยก เอากระเป๋าของพี่ขึ้นไปเก็บบนเรือน ไปถามคุณน้าทองประศรีดูนะว่าให้พักห้องไหน”
เจ้าเปี๊ยก เด็กสาวร่างเล็กพยักหน้ารับ ยกกระเป๋าใบโตที่ใหญ่กว่าตัวเธอเองลากผ่านลานคอนกรีตขึ้นบันไดเรือนไป
ไอริณชำเลืองมองผู้ช่วยตัวน้อย ก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้าไปหาผู้กำกับมาดใหญ่ ที่ตอนนี้นั่งกอดอกไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สนามสีดำ จ้องหน้าเธอเขม็ง
“ก็มาแล้วนี่ไง ไม่เห็นมีใครแจ้งเวลานัดเลยนี่ว่าต้องมากี่โมง”
ไอริณถอดแว่นกันแดดเก็บใส่กระเป๋า ยืนกอดอกจ้องตาสู้ผู้กำกับอย่างไม่ลดละ
“แดดเปรี้ยงขนาดนี้ จะให้ถ่ายทำอะไรได้ นอกเสียจากเก็บภาพฟุตเทจบรรยากาศไปพลาง ๆ ก่อน”
“ก็ดีแล้วนี่ งั้นสรุปว่าวันนี้ไอริณคิวว่างใช่ไหมคะ”
“เหอะ! ฝันไปเถอะ งบประมาณออกกองแต่ละวันมันมีค่า จะให้ปล่อยผ่านไปเปล่าประโยชน์ได้ยังไง ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ นุ่งผ้าถุงกับเสื้อยืดธรรมดา”
“อะไรนะ! ผ้าถุง! แล้วจะให้ไปหามาจากไหน คอสตูมกองถ่ายไม่ได้เตรียมมาให้เหรอไง” ไอริณปรี๊ดแตก
“ก็ไปหาเอาเองสิ เรื่องของคุณ!”
เชอรี่รีบถลาเข้ามาดึงแขนไอริณไว้ได้ทัน ก่อนที่ฝ่ามือเรียวของดาราสาวจะฟาดลงบนกะโหลกของผู้กำกับปากเสีย
“ใจเย็นไอริณ ไปยืมคุณน้าทองประศรีก่อนเถอะ ไป”
ใบหน้าหวานคมแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ริมฝีปากเม้มแน่นขมุบขมิบด่าทอผู้กำกับในใจ ขณะยอมเดินตามแรงดึงของเชอรี่ไปทางบันไดเรือน
“อย่าลืมลบเครื่องสำอางออกด้วยล่ะคุณนางเอก วันนี้เราจะถ่าย หน้าสด นะคร้าบบบ”
เสียงกวนโทสะของผู้กำกับที่ตะโกนไล่หลัง ยิ่งทำให้ไอริณควันออกหู เธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเชอรี่
“มันจงใจหาเรื่องฉันชัด ๆ!”
“เออน่าไอริณ ทน ๆ เอาหน่อย กัดฟันแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ครบสองเดือนแล้ว”
สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของไอริณยังไม่ทันจางหาย ทันทีที่เธอหันหน้ากลับไปทางบันไดเรือน ก็ปะทะเข้ากับเด็กหญิงตัวน้อยผิวขาวจั๊วะ หน้าตาจิ้มลิ้ม ที่กำลังยืนมองเธอด้วยสายตาหวาดกลัวและสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ย่าจ๋า... ทำไมคุณไอริณเขาหน้าตาไม่เห็นเหมือนในทีวีเลยล่ะจ๊ะ”
เสียงเล็ก ๆ สั่นเครือเจือสำเนียงเหน่อเบา ๆ เอ่ยถามพลางขยับตัวเข้าไปกอดเข่าย่าไว้แน่น ไอริณหน้าเจื่อนลงทันที รีบปรับสีหน้า ระบายยิ้มหวานหยดย้อยออกมา
“เมื่อกี้ น้าแค่โมโหผู้กำกับนิดหน่อยน่ะค่ะ ไม่ต้องกลัวน้านะคะ ว่าแต่ หนูชื่ออะไรเอ่ย”
รอยยิ้มจริงใจของดาราสาวทำให้เด็กน้อยคลายความหวาดกลัวลง ค่อย ๆ ขยับตัวออกมา เผยให้เห็นใบหน้ากลมยุ้ย ปากนิดจมูกหน่อย และดวงตากลมโต
“ชื่อจอมใจค่ะเป็นลูกของพ่อจอมพล”
แค่ได้ยินว่าเป็นลูกของกำนันคนดัง ไอริณก็ถึงกับสะอึกไปชั่วขณะ ก่อนจะตั้งสติได้และก้าวขึ้นบันไดไปหา
“ไหน มาให้น้าดูหน้าชัด ๆ หน่อยสิคะ ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นไหนแล้วเอ่ย”
“ปอสามค่ะ เออ น้าไอริณคะ เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนฝากจอมใจมาถามน้าไอริณด้วยล่ะค่ะ ว่าน้าเป็นชู้กับผู้ชายคนนั้นจริง ๆ หรือเปล่า”
คำถามซื่อ ๆ แต่แทงใจดำ ทำเอาริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดของไอริณอ้าค้าง หน้าเหวอไปสนิท เธอเหลือบตามองทองประศรีที่ยืนตกใจตาโตไม่แพ้กัน
“ยายจอมใจ! ไปถามอะไรแบบนั้นลูก!”
“ก็ข่าวคลิปหลุดไงจ๊ะย่า...” เด็กน้อยยังคงเถียงฉอด ๆ
ไอริณหน้าเสียววาบ ร้อนผ่าวไปทั้งแถบ เธอคุกเข่าลงตรงหน้าเด็กน้อย อธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“นั่นมันแค่ภาพตัดต่อน่ะค่ะ ไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด น้าไม่ได้เป็นชู้กับใครทั้งนั้นแหละค่ะ”
“อ๋อ... ภาพตัดต่อหรอกเหรอคะ แล้วคุณน้ามีแฟนหรือยังคะ”
“ยังไม่มีค่ะ ไหน มานี่สิ ขอคุณน้ากอดหน่อยได้ไหม อื้ม ตัวนิ่มจังเลย”
เด็กน้อยอาศัยจังหวะนี้ สวมกอดร่างนุ่มนิ่มของดาราสาวแน่น ซบหน้าลงกับอกอวบอิ่ม แล้วกระซิบถามเสียงใส
“ถ้าคุณน้ายังไม่มีแฟน ทำไมไม่ลองมาเป็นแฟนกับพ่อจอมใจดูล่ะคะ พ่อจอมใจก็ยังหาเมียไม่ได้เหมือนกัน”
“จอมใจ!”
ทองประศรีตะโกนลั่นด้วยความตกใจที่หลานสาวใจกล้าเอ่ยปากชงพ่อตัวเองดื้อ ๆ หญิงสูงวัยลอบมองดาราสาวที่หน้าถอดสี แต่ยังคงสวมกอดเด็กน้อยเอาไว้
“น้ากับพ่อของหนู เราไม่เหมาะสมกันหรอกค่ะ น้ามาถ่ายทำรายการแค่สองเดือน เดี๋ยวก็ต้องกลับกรุงเทพฯ แล้ว ส่วนพ่อของหนูน่ะ น้าเชื่อว่าคงมีสาว ๆ มารอต่อคิวอีกเพียบเลยล่ะค่ะ”
“รอต่อคิว คืออะไรเหรอคะ”
ไอริณอยากจะตบปากตัวเองนักที่เผลอหลุดปากพูดจาประชดประชันออกไปให้เด็กฟัง ขืนพูดต่อไปเด็กจะยิ่งเข้าใจผิด
“น้าขอโทษด้วยค่ะ น้าหมายความว่า อีกหน่อยพ่อของหนูก็คงจะมีแฟนใหม่เองแหละค่ะ เชื่อน้าเถอะ อ้อ! น้าทองประศรีคะ พอจะมีผ้าถุงให้ไอริณยืมใส่เข้าฉากสักผืนไหมคะ พอดีไอริณไม่ได้เตรียมมาเลย กะว่าเดี๋ยวตกเย็นค่อยออกไปซื้อที่ตลาด”
“มีสิลูก น้ามีเยอะแยะเลย รอเดี๋ยวนะ ไป ๆ จอมใจ ไปกับย่า”
ไอริณคลายอ้อมกอด ปล่อยเด็กน้อยให้เดินตามย่าไป ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“เปี๊ยก สรุปว่าพี่นอนห้องไหน”
“ห้องนี้ค่ะพี่ไอริณ”
