บทที่ 3 แชตหลุด
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมสีครีมกระทบพื้นกระเบื้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างระหงผิวขาวจัดราวกับน้ำนมของไอริณเยื้องย่างอย่างสง่างาม
ดาราสาวสวยคมสไตล์นางเอกไทยแท้ปล่อยผมสีดำขลับดกหนาหยักศกเป็นลอนคลื่นสยายเต็มแผ่นหลัง
ไอริณรู้ดีว่าควรทิ้งสะโพกแบบใดในทุกย่างก้าว เพื่อทิ้งเสน่ห์อันเร่าร้อนไว้เบื้องหลัง เธอดันแว่นกันแดดทรงโตขึ้นพาดไว้บนศีรษะเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูงแห่งสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่
ดวงตาสีน้ำตาลอมดำคู่สวยที่ดูมีเสน่ห์แปลกตา ชำเลืองมองเลขานุการหน้าห้อง ก่อนจะโปรยยิ้มหวานเพื่อเบิกทาง
“สวัสดีค่ะคุณพิชญา ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านพิษณุเรียกไอริณมาพบด่วน มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะคุณไอริณ”
เลขานุการวัยกลางคนยิ้มตอบบาง ๆ แต่สีหน้าแววตาที่ส่งมากลับทำให้ไอริณรู้สึกเสียวสันหลังวาบจนขนลุกซู่
“แต่ท่านพิษณุสั่งให้ตามผู้จัดการส่วนตัวของคุณไอริณมาด้วยนะคะ ไม่เห็นมาด้วยกันเลย”
“กำลังตามมาค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวดิฉันขออนุญาตแจ้งท่านพิษณุก่อนนะคะ ว่าจะให้คุณไอริณเข้าไปรอเลยไหม”
“ค่ะ”
ระหว่างรอ ไอริณกวาดสายตามองไปรอบโถงกว้าง พนักงานส่วนใหญ่เป็นสาวออฟฟิศเมืองกรุงที่แต่งตัวตามแฟชั่นราคาแพง ซึ่งมักจะจับกลุ่มแฮงก์เอาต์กันหลังเลิกงาน
สายตาของสาว ๆ ในโถงนั้นต่างลอบมองดาราสาวชื่อดังเป็นตาเดียว แต่ก่อนที่เธอจะได้สังเกตอะไรไปมากกว่านั้น เสียงหวานของเลขานุการก็ดังขึ้นเสียก่อน
“คุณไอริณคะ เชิญด้านในเลยค่ะ”
ร่างระหงของนางเอกสาววัยยี่สิบเจ็ดปี พาร่างเยื้องย่างเข้าไปในห้องทำงานของผู้บริหารทันทีโดยไม่ต้องรอช้า ด้วยความที่เป็นลูกหม้อดาราในสังกัดมานานนับปี เธอจึงเดินเข้าออกห้องนี้เป็นว่าเล่น
ไอริณเดินตรงไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวหรูด้านข้างอย่างคุ้นเคย โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องเอ่ยปากอนุญาต
“สวัสดีค่ะท่าน”
เธอนั่งพับขาเรียงไปด้านเดียวกันอย่างเรียบร้อย ระวังไม่ให้กระโปรงสั้นเลิกขึ้นสูง ก่อนจะยกมือไหว้ผู้บริหารอย่างนอบน้อมเช่นทุกครั้ง
“อืม... เป็นไงบ้างช่วงนี้”
“ก็ดีค่ะท่าน ไม่ทราบว่าท่านเรียกไอริณมาวันนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่า... มีงานโปรเจกต์ใหม่ ?” น้ำเสียงของเธอเริ่มกระตือรือร้นเมื่อพูดถึงเรื่องงาน
ตอนนี้ไอริณแทบจะเรียกได้ว่าเป็นดาราว่างงานเพราะทางช่องไม่ได้ป้อนละครให้เธอมาหลายเดือนแล้ว เต็มที่ก็มีแค่งานโชว์ตัวตามอีเวนต์หรือปาร์ตี้สังสรรค์ ซึ่งเป็นงานน่าเบื่อและไม่ท้าทายความสามารถของเธอเลยแม้แต่น้อย
‘ท่านพิษณุ’ หรือ พิษณุ สินธุเตชะไพศาล ผู้บริหารระดับสูงควบตำแหน่งประธานบริษัท ส่งสายตาปรามข้ามโต๊ะทำงาน
แม้วัยจะล่วงเลยเข้าสู่เลขหกและมีริ้วรอยตามกาลเวลา แต่เขายังดูกระชุ่มกระชวย รูปร่างท้วมเล็กน้อยจากการนั่งบริหารงานเป็นเวลานาน ผิวขาวจัดสไตล์คนไทยเชื้อสายจีน และที่สำคัญนัยน์ตาคมดุคู่นั้นยังคงทำหน้าที่ราวกับเครื่องสแกนจับผิดผู้คนอยู่ตลอดเวลา
“ไอริณ... เธอเป็นดาราในสังกัดของฉันมากี่ปีแล้วนะ”
“ก็เกือบแปดปีแล้วค่ะ ตั้งแต่ไอริณเพิ่งเข้ามากรุงเทพฯ ใหม่ ๆ”
“ใช่ ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กต่างจังหวัดตัวดำ ๆ ร่างโย่ง ๆ แล้วดูเธอตอนนี้สิเปล่งประกายเจิดจ้า กลายเป็นดาราดังเบอร์ต้นของเมืองไทย ใครเห็นต่างก็พากันอิจฉา”
ไอริณนั่งนิ่งรับฟังอย่างตั้งใจ เธอทั้งเคารพรักท่านพิษณุดุจพ่อแท้ ๆ และเกรงขามในบารมีของเขาไปพร้อม ๆ กัน
“ค่ะท่าน”
“‘ค่ะท่าน’ งั้นเรอะ! เธอพูดได้แค่นี้เองเหรอไอริณ!” เสียงตบโต๊ะและเสียงตะคอกดังลั่นจนไอริณสะดุ้งเฮือก “เธอก็น่าจะรู้ตัวดีนะว่าที่ฉันเรียกมาวันนี้มันเพราะเรื่องอะไร!”
“ทะ... ท่านพิษณุใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ”
“ใจเย็น ? เธอยังกล้าบอกให้ฉันใจเย็นอีกเหรอ! นอกจากภาพหลุดที่เธอไปจูบนัวเนียกับลูกชายฉันแล้ว ล่าสุดยังมีแชตหลุดออกมาอีก!”
ข่าวฉาวล่าสุดที่เพิ่งระเบิดลงโซเชียลเมื่อวาน คือแชตลับที่หลุดออกมาระหว่างไอริณกับภรรยาของภูมิ
“มันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดนะคะ คือว่า...”
“ไม่ใช่เหรอ! โอ๊ย ไอริณ... เดี๋ยวนะ ฉันจะอ่านให้ฟัง!”
ผู้บริหารวัยเกษียณขมวดคิ้วแน่น พยายามข่มอารมณ์โกรธที่กำลังปะทุเมื่อนึกถึงประโยคในแชต เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจอ ตั้งใจอ่านออกเสียงดัง ๆ
“‘ไงไอริณ เมื่อวานภูมิบอกไปค้างกับเธอ แล้วไง ? ค้างแล้วไง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ? เปล๊า... แค่อยากจะถามว่าแย่งผัวชาวบ้านสนุกมากไหม ผัวชาวบ้าน 555 ได้นอนกับภูมิแล้วเหรอถึงเรียกผัว’...”
ท่านพิษณุหยุดอ่านไปดื้อ ๆ เมื่อถึงประโยคเด็ดถัดมา ใบหน้าของผู้บริหารแดงก่ำด้วยความอับอายเกินกว่าจะเอื้อนเอ่ยคำหยาบคายพวกนั้นออกมาได้ ไอริณที่จำบทสนทนานั้นได้ขึ้นใจจึงเป็นฝ่ายต่อประโยคให้เสร็จสรรพ
“ประโยคถัดไปของคุณพัดเขาด่าว่า ‘ฉันไม่ได้นอนกับผัว แต่ยังดีกว่ากะหรี่ที่ยอมนอนอ้าขาแลกกับงานแสดง’ ส่วนไอริณก็เลยตอกกลับไปว่า ‘ฉันยอมนอนอ้าขาเปิดให้คุณภูมิ ยังดีกว่าปล่อยให้หอยปิดสนิทจนหยากไย่ขึ้นแบบคุณพี่นะคะ’...”
แม้น้ำเสียงของไอริณจะราบเรียบ แต่ท่านพิษณุกลับหน้าแดงเถือก รีบโบกมือห้ามเป็นพัลวัน
“พอ ๆ ๆ หยุด! ไม่ต้องมาสาธยายต่อแล้ว นี่เธอไม่อายปากตัวเองบ้างหรือไงไอริณ!”
“จะอายทำไมล่ะคะ ก็แค่ประโยคจิกกัดของพวกผู้หญิง ท่านพิษณุอย่าไปใส่ใจเลยค่ะ”
ทว่าการโต้เถียงชะงักงันไปเท่านั้นเมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก๊อก... ก๊อก...
ไอริณหันไปมองและพบว่าเชอรี่ ผู้จัดการส่วนตัวและเพื่อนรักของเธอ เดินเข้ามาพร้อมกับกระเช้าผลไม้ใบโต
“สวัสดียามบ่ายค่ะท่านพิษณุ” เชอรี่ส่งเสียงหวานใส พลางวางกระเช้าลงบนโต๊ะทำงาน “พอดีเมื่อวานเชอรี่ไปตลาดน้ำมา เห็นผลไม้น่าทานเยอะแยะเลยนึกถึงท่านค่ะ ได้ข่าวว่าภริยาของท่านชอบทานผลไม้สดเป็นพิเศษ”
พิษณุหรี่ตามองดาราสาวกับผู้จัดการส่วนตัวสลับกัน ก่อนจะส่ายหน้าอย่างระอา
“พวกแกสองคนคิดว่ากระเช้าผลไม้แค่นี้ มันจะลบล้างความผิดพินาศย่อยยับที่ก่อไว้ได้งั้นเรอะ”
“ปะ... เปล่านะคะ ไม่เลยค่ะ เชอรี่ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยจริง ๆ” ผู้จัดการสาวสองรีบปฏิเสธเสียงหลง
“เอาล่ะ ๆ ช่างมันเถอะ ทีแรกฉันตั้งใจจะให้พวกคุณตั้งโต๊ะแถลงข่าว แต่ดูทรงแล้วคงไม่ได้เรื่อง ฉันเลยเตรียมแผนสำรองไว้แก้ปัญหานี้แล้ว ส่วนคุณ ไอริณ”
ร่างระหงสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ ๆ ท่านพิษณุก็ชี้นิ้วมาทางเธอ พร้อมส่งสายตาดุดันขึงขังผิดปกติ
“เลิกกับไอ้ภูมิมันซะ!”
“แต่ว่า...”
